โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเมนูอาหารวันคริสต์มาส ที่มา ความหมาย และช่วงเวลาพิเศษสิ้นปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2565 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2565 เวลา 08.47 น.
ที่มาภาพ pixabay

เปิดเมนู ที่มา และความหมาย ของอาหารในการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส ความเชื่อมโยงกับพระผู้เป็นเจ้า และวิถีชีวิตในช่วงสิ้นปีของชาวตะวันตก

“Christmas Dinner” เป็นมื้ออาหารที่รับประทานกันตามประเพณีในวันคริสต์มาส โดยสามารถเริ่มเฉลิมฉลองได้ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันคริสต์มาสอีฟ ไปจนถึงตอนค่ำของวันคริสต์มาส เมนูบนโต๊ะอาหารมักจะอุดมสมบูรณ์และมีความพิเศษกว่าปกติ โดยเฉพาะคริสต์ศาสนิกชนแล้วนี่เป็นช่วงเทศกาลสำคัญและมีพิธีกรรมในมื้ออาหารด้วย เช่น การกล่าวขอบคุณพระเจ้า

ประชาชาติธุรกิจ รวบรวมเมนูอาหารสำหรับเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสอันเป็นที่นิยมอย่างมากในชาวตะวันตก

ไก่งวงอบ เมนูที่ขาดไม่ได้ในค่ำคืนคริสต์มาส

หากย้อนไปแล้วการนำไก่งวงขึ้นสู่โต๊ะอาหารเริ่มตั้งแต่ยุคสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 (Henry VIII) แห่งอังกฤษ ที่โปรดการเสวยและตัดสินใจให้ไก่งวงเป็นอาหารประจำเทศกาลสิ้นปีนี้

ก่อนหน้านี้ผู้คนกินทั้งห่าน หัวหมูป่า วัว หรือแม้แต่นกยูงในมื้ออาหารวันคริสต์มาส ไก่งวงเริ่มถูกนำมาทำอาหารแทนวัวและไก่ชนิดอื่น ๆ เนื่องจากเกษตรกรต้องการนมวัวและไข่ไก่มากขึ้น อีกทั้งไม่จำเป็นต้องฆ่าปศุสัตว์ในวันคริสต์มาส

จนกระทั่งถึงทศวรรษ 1950 ไก่งวงก็เป็นตัวเลือกสำหรับมื้ออาหารคริสต์มาสที่ได้รับความนิยมมากกว่าห่าน นอกจากนี้ไก่งวงยังเป็นสัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่และพอเหมาะสำหรับมื้ออาหารขนาดครอบครัว โดย 87% ของชาวอังกฤษเชื่อว่าคริสต์มาสจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากปราศจากไก่งวงอบบนโต๊ะอาหาร

ในปัจจุบันไก่งวงจะถูกอบเพื่อความหอมและความนุ่ม รวมกับเครื่องเทศของชาวตะวันตกอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพาร์สลีย์, โรสแมรี่, ใบกระวาน, ไธม์, หอมใหญ่, เลมอน และกระเทียม เป็นต้น

คริสต์มาสพุดดิ้ง

มีต้นกำเนิดมาจาก “frumenty” หรือโจ๊กในศตวรรษที่ 14 ที่ทำจากเนื้อวัว เนื้อแกะ ลูกเกด ลูกพรุน ไวน์ และเครื่องเทศ ซึ่งมีลักษณะคล้ายซุป โดยนิยมรับประทานเป็นอาหารสำหรับเทศกาลคริสต์มาส

ต่อมาในปี 1595 frumenty ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นพุดดิ้งลูกพลัม โดยมีไข่ข้น เกล็ดขนมปัง และผลไม้แห้ง จากนั้นถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง และมีหน้าตาคล้ายกับคริสต์มาสพุดดิ้งในปัจจุบันตั้งแต่สมัยวิกตอเรียเรื่อยมา

เชื่อกันว่าคริสต์พุดดิ้งมาสควรทำด้วยส่วนผสม 13 อย่าง เพื่อเป็นตัวแทนของพระเยซูและสาวกของพระองค์ นอกจากนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวควรผลัดกันกวนพุดดิ้งจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกด้วยช้อนไม้ หรือบางทีจะมีการเสี่ยงโชค โดยการใส่เหรียญ 6 เพนนีลงไป สมาชิกคนใดได้ไปถือว่าจะพบแต่สิ่งดี ๆ ตลอดปี

นอกจากนี้ คริสต์พุดดิ้งมักตกแต่งด้วยช่อฮอลลี่ หรือราดด้วยแอลกอฮอล์และจุดไฟเพื่อเป็นการสร้างสีสันในมื้ออาหารแสนพิเศษนี้

เค้กขอนไม้

เค้กขอนไม้ (Buche de Noel หรือ Yule Log) เป็นเค้กม้วนคล้ายแยมโรล ตกแต่งให้มีลักษณะเป็นเปลือกไม้และหิมะ ด้วยครีมสีน้ำตาลและไอซิ่งสีขาว เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศคริสต์มาส

ในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1 หรือประมาณศตวรรษที่ 19 มีกฎให้ประชาชนในปารีสปิดปล่องไฟในช่วงฤดูหนาว ด้วยความเชื่อที่ว่าอากาศหนาวจะเข้าบ้าน และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เดิมทีชาวปารีสนิยมเผาท่อนไม้ขนาดใหญ่ในปล่องไฟตลอดช่วงคริสต์มาส เพราะเชื่อว่าจะทำให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ ตลอดปี และจะนำขี้เถ้าจากปล่องไฟไปใช้สำหรับการเพาะปลูก คำสั่งนี้ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนหน้าเตาผิงในช่วงท้ายปีต้องเปลี่ยนไป

เพื่อเป็นการย้อนความทรงจำเก่า ๆ จึงมีการทำขนมเค้กรูปขอนไม้ขึ้นมาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ของชาวฝรั่งเศส เป็นสัญลักษณ์แทนความโชคดีของไม้และฟืนที่เคยใช้ในครั้งวันวาน

คุกกี้ขิง

ขนมหวานประจำเทศกาลคริสต์มาสที่ชาวตะวันตกเรียกว่าขนมปังขิง (Gingerbread) เมื่อกล่าวถึงต้นกำเนิดในยุคกลาง ขนมชนิดนี้ไม่ได้ใส่ขิงแต่อย่างใด จนเมื่อเวลาผ่านไปจึงเริ่มมีส่วนผสมต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งผงขิง, น้ำตาลทราย, แป้งสาลี และเมล็ดผักชี

ส่วนผสมดังกล่าวแตกต่างจากสมัยก่อนค่อนข้างมาก ซึ่งจะทำจากน้ำผึ้ง กานพลู ลูกจันทน์เทศ และอบเชย ผสมกับหญ้าฝรั่นและพริกไทยป่น ก่อนจะทำให้เป็นสีแดงด้วยเปลือกไม้จันทน์แดงบดละเอียด

เชื่อกันว่ากานพลู ลูกจันทน์เทศ และอบเชย มีต้นกำเนิดที่สวนเอเดนของพระเจ้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นผู้ที่ล่วงลับหรือเสียสละชีพทำให้เกิดเครื่องเทศที่มีรสหอมหวานนี้ รวมทั้งขนมปังขิงเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...