โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เตรียมคุยฝ่ายความมั่นคง เคาะมาตรการตอบสนองวิกฤติประท้วงในอิหร่าน

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำสหรัฐเตรียมประชุมด้านความมั่นคง เพื่อพิจารณามาตรการตอบโต้ต่ออิหร่าน กรณีปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม มีคำเตือนจากฝ่ายทหารด้วยว่า การใช้กำลังของสหรัฐอาจกลายเป็นชนวนเหตุบานปลายที่ไม่คาดคิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ว่าเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูง ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ นายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหม และพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม เตรียมรับฟังรายงานสรุปด้านข่าวกรอง และประชุมร่วมกัน ในวันที่ 13 ม.ค. นี้ เกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐ ต่อสถานการณ์ประท้วงในอิหร่าน

การหารือในครั้งนี้จะครอบคลุมตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่การยกระดับมาตรการคว่ำบาตร การโจมตีทางไซเบอร์ ไปจนถึงความเป็นไปได้ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งจะไม่ใช่การส่งทหารภาคพื้นดิน อย่างไรก็ตาม คาดว่าในขั้นนี้จะยังไม่มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

แหล่งข่าวกล่าวว่า บรรดาผู้บัญชาการทหารต้องการเวลาเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมของกองกำลังสหรัฐ หากทรัมป์สั่งให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ซึ่งรวมถึงการจัดกำลังพลในตำแหน่งที่มั่นคงและการเสริมฐานป้องกันเพื่อรับมือกับการโต้กลับอิหร่าน

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า ทหารรระดับสูงหลายนายเตือนว่า การใช้มาตรการทางทหารอาจก่อให้เกิด "ผลกระทบที่ไม่คาดคิด" เช่น การทำให้ชาวอิหร่านหันกลับมาผนึกกำลังสนับสนุนรัฐบาลเตหะรานในการตอบโต้กับสหรัฐ หรืออาจเป็นชนวนให้เกิดการโจมตีตอบโต้รุนแรงไปทั่วภูมิภาค

ทั้งนี้ สถานการณ์ในอิหร่านตกอยู่ในความตึงเครียดอย่างหนัก จากการประท้วงที่เริ่มเมื่อช่วงปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากค่าเงินเรียลที่ตกต่ำอย่างหนักและสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง ซึ่งทรัมป์ได้ออกมาเตือนรัฐบาลเตหะรานอย่างเปิดเผยหลายครั้ง ว่าอย่าใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง โดยจำนวนผู้เสียชีวิตตามการคาดการณ์ของหน่วยงานหลายแห่ง อยู่ที่ระหว่าง 100-500 ราย.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...