Gen Z ถึง Baby Boomer: กองทุนลดหย่อนภาษีตัวไหน “ใช่” สไตล์คุณ
#ทันหุ้น – เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี นี่คือเวลาของ “เทศกาลกองทุนลดหย่อนภาษี” เครื่องมือทางการเงินที่ไม่ได้มีไว้เพียงแค่บริหารจัดการภาษีให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงให้กับชีวิตหลังเกษียณ
บทความในเดือนนี้ เราขอนำเสนอไอเดียการเลือกและจัดพอร์ตกองทุนลดหย่อนภาษีตามช่วงวัย (Generation) เพื่อให้คุณได้ใช้ประโยชน์จาก RMF และ Thai ESG อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด
Gen Baby Boomer(พ.ศ. 2489 – 2507)
แม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณหรือเกษียณแล้ว แต่หลายท่านใน Gen Baby boomer ก็ยังคงมีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี หากเคยซื้อกองทุน RMF มาก่อนแล้ว สิ่งสำคัญคือ การซื้ออย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครอง สำหรับ Gen นี้ เกณฑ์อายุอาจไม่ใช่ปัญหา แต่การซื้อต่อเนื่องจะช่วยรักษาสิทธิทางภาษีและเป็นเครื่องมือสะสมเงินเพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณได้ พอร์ตลงทุนในช่วงวัยนี้ควรเน้นรักษาเงินลงทุนเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงมากกว่ามุ่งหาผลตอบแทนที่หวือหวา
Gen X (พ.ศ. 2508 – 2523)
เป็นวัยที่เดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายของการทำงาน การวางแผนการเงินหลังเกษียณถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ช่วงวัยนี้ ควรลงทุนใน RMF ให้เต็มวงเงินเพื่อจะเป็นแหล่งรายได้ในยามเกษียณ อีกทั้งเป็นการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ในช่วงที่ยังมีรายได้สูง สัดส่วนการลงทุน ควรเริ่มลดสินทรัพย์เสี่ยงลง และทำการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าเงินลงทุนที่สร้างมาให้มั่นคง หากต้องการสิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม สามารถซื้อ Thai ESG ได้อีก ไม่เกิน 300,000 บาท
Gen Millennials (พ.ศ. 2524 – 2539)
วัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว มีระยะเวลาการทำงานเหลือนานกว่า 10 ปี นี่คือช่วงเวลาทองของการลงทุน ด้วยระยะเวลาลงทุนที่ยาวนาน (Long-Term Investment Horizon) วัยนี้สามารถเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้เงินทำงานได้อย่างเต็มที่และสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นอย่างก้าวกระโดด กองทุน RMFเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการวางแผนเกษียณและสร้างวินัยทางการเงิน Gen นี้ควรลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และด้วย RMF มีทางเลือกการลงทุนหลากหลาย สามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ได้ตามสถานการณ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ส่วน Thai ESG สามารถใช้เป็นตัวเลือกเสริมในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้อีก ไม่เกิน 300,000 บาท
Gen z (พ.ศ. 2540 – 2555)
วัยเริ่มต้นทำงาน มีพลังในการหาเงินและระยะเวลาลงทุนที่ยาวนานที่สุด การเริ่มต้นลงทุนในกองทุนตั้งแต่อายุยังน้อยคือความได้เปรียบมหาศาล หากเริ่มต้นลงทุน RMF ในช่วงวัยนี้ นอกจากจะได้ลดหย่อนภาษีแล้ว ยังเป็นการบังคับให้เกิดการออมระยะยาว ที่มีพลังของการทบต้น (Compounding Effect) เป็นตัวเร่ง Gen Z สามารถจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้อย่างเต็มที่ เพิ่มให้ผลตอบแทนเติบโตสูงสุดในช่วงเวลาที่ยาวนาน
กองทุน Thai ESG สามารถใช้เป็นส่วนเพิ่มในการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ หรือไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่รวมวงเงินกับ RMF และไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี) โดยถือครองอย่างน้อย 5 ปีเต็ม
กองทุน Thai ESG เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน โดยมีให้เลือกลงทุนทั้งสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่นกองทุน KFGBTHAIESG–A ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ และสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่นกองทุน TDSThaiESG–A ที่เน้นลงทุนหุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน
บทสรุป
กองทุน RMF และ Thai ESG ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการ “ลดหย่อนภาษี” เท่านั้น แต่คือยานพาหนะสำคัญที่จะพาคุณไปสู่เป้าหมายชีวิตหลังเกษียณที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะอยู่ใน Gen ไหนก็ตาม เวลาคือต้นทุนที่มีค่าที่สุดในการลงทุน