โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gen Z ถึง Baby Boomer: กองทุนลดหย่อนภาษีตัวไหน “ใช่” สไตล์คุณ

ทันหุ้น

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.

#ทันหุ้น – เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี นี่คือเวลาของ “เทศกาลกองทุนลดหย่อนภาษี” เครื่องมือทางการเงินที่ไม่ได้มีไว้เพียงแค่บริหารจัดการภาษีให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงให้กับชีวิตหลังเกษียณ

บทความในเดือนนี้ เราขอนำเสนอไอเดียการเลือกและจัดพอร์ตกองทุนลดหย่อนภาษีตามช่วงวัย (Generation) เพื่อให้คุณได้ใช้ประโยชน์จาก RMF และ Thai ESG อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด

Gen Baby Boomer(พ.ศ. 2489 – 2507)

แม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณหรือเกษียณแล้ว แต่หลายท่านใน Gen Baby boomer ก็ยังคงมีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี หากเคยซื้อกองทุน RMF มาก่อนแล้ว สิ่งสำคัญคือ การซื้ออย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครอง สำหรับ Gen นี้ เกณฑ์อายุอาจไม่ใช่ปัญหา แต่การซื้อต่อเนื่องจะช่วยรักษาสิทธิทางภาษีและเป็นเครื่องมือสะสมเงินเพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณได้ พอร์ตลงทุนในช่วงวัยนี้ควรเน้นรักษาเงินลงทุนเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงมากกว่ามุ่งหาผลตอบแทนที่หวือหวา

Gen X (พ.ศ. 2508 – 2523)

เป็นวัยที่เดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายของการทำงาน การวางแผนการเงินหลังเกษียณถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ช่วงวัยนี้ ควรลงทุนใน RMF ให้เต็มวงเงินเพื่อจะเป็นแหล่งรายได้ในยามเกษียณ อีกทั้งเป็นการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ในช่วงที่ยังมีรายได้สูง สัดส่วนการลงทุน ควรเริ่มลดสินทรัพย์เสี่ยงลง และทำการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าเงินลงทุนที่สร้างมาให้มั่นคง หากต้องการสิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม สามารถซื้อ Thai ESG ได้อีก ไม่เกิน 300,000 บาท

Gen Millennials (พ.ศ. 2524 – 2539)

วัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว มีระยะเวลาการทำงานเหลือนานกว่า 10 ปี นี่คือช่วงเวลาทองของการลงทุน ด้วยระยะเวลาลงทุนที่ยาวนาน (Long-Term Investment Horizon) วัยนี้สามารถเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้เงินทำงานได้อย่างเต็มที่และสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นอย่างก้าวกระโดด กองทุน RMFเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการวางแผนเกษียณและสร้างวินัยทางการเงิน Gen นี้ควรลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และด้วย RMF มีทางเลือกการลงทุนหลากหลาย สามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ได้ตามสถานการณ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ส่วน Thai ESG สามารถใช้เป็นตัวเลือกเสริมในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้อีก ไม่เกิน 300,000 บาท

Gen z (พ.ศ. 2540 – 2555)

วัยเริ่มต้นทำงาน มีพลังในการหาเงินและระยะเวลาลงทุนที่ยาวนานที่สุด การเริ่มต้นลงทุนในกองทุนตั้งแต่อายุยังน้อยคือความได้เปรียบมหาศาล หากเริ่มต้นลงทุน RMF ในช่วงวัยนี้ นอกจากจะได้ลดหย่อนภาษีแล้ว ยังเป็นการบังคับให้เกิดการออมระยะยาว ที่มีพลังของการทบต้น (Compounding Effect) เป็นตัวเร่ง Gen Z สามารถจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้อย่างเต็มที่ เพิ่มให้ผลตอบแทนเติบโตสูงสุดในช่วงเวลาที่ยาวนาน

กองทุน Thai ESG สามารถใช้เป็นส่วนเพิ่มในการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ หรือไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่รวมวงเงินกับ RMF และไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี) โดยถือครองอย่างน้อย 5 ปีเต็ม

กองทุน Thai ESG เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน โดยมีให้เลือกลงทุนทั้งสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่นกองทุน KFGBTHAIESGA ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ และสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่นกองทุน TDSThaiESGA ที่เน้นลงทุนหุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน

บทสรุป

กองทุน RMF และ Thai ESG ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการ “ลดหย่อนภาษี” เท่านั้น แต่คือยานพาหนะสำคัญที่จะพาคุณไปสู่เป้าหมายชีวิตหลังเกษียณที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะอยู่ใน Gen ไหนก็ตาม เวลาคือต้นทุนที่มีค่าที่สุดในการลงทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...