โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

2569 ปีแห่งการเลือกตั้งชี้ชะตาการเมืองไทยจากท้องถิ่นถึงระดับชาติ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปี 2569 ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในฐานะ “ปีแห่งการเลือกตั้ง” อย่างแท้จริง เมื่อกระบวนการเลือกตั้งและการใช้สิทธิของประชาชนเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี ครอบคลุมตั้งแต่การเมืองท้องถิ่นระดับฐานราก ไปจนถึงการเลือกตั้งระดับชาติ และการตัดสินใจครั้งสำคัญผ่าน ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่เรียงร้อยต่อเนื่อง ไม่เพียงสะท้อนความเข้มข้นของเกมการเมือง แต่ยังเป็นบททดสอบเสถียรภาพของรัฐบาล พรรคการเมือง และระบบเลือกตั้งไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

11 ม.ค.ประเดิมเลือก อบต.

เปิดหัวปีด้วยสนามท้องถิ่น “อบต.” ฐานเสียงการเมืองระดับรากหญ้า

การเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และนายก อบต. ในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ถือเป็นสนามเลือกตั้งแรกของปี และเป็นสนามที่นักการเมืองระดับชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

แม้จะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ อบต. ถูกมองว่าเป็น “ฐานเสียงดั้งเดิม” ของนักการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท การควบคุมกลไกท้องถิ่นหมายถึงการเข้าถึงประชาชนในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่งบประมาณพัฒนา ถนน แหล่งน้ำ ไปจนถึงสวัสดิการชุมชน

หลายพรรคการเมืองใหญ่ แม้ไม่ส่งในนามพรรคโดยตรง แต่ใช้ เครือข่าย “บ้านใหญ่” กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และอดีต สส. เป็นกลไกสนับสนุน ถือเป็นการวัดพลังแบบไม่เป็นทางการ ก่อนศึกใหญ่ระดับชาติในเดือนถัดไป

โดยเมื่อวันที่ 6 ธันาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สรุปผลการรับสมัคร ส.อบต. และ นายก อบต. รวม 5 วัน มีจำนวนผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 102,300 คน แบ่งเป็น

- ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 8,603 คน

- ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 93,697 คน

8 ก.พ.เลือกสส.+ประชามติ

วันชี้ชะตาประเทศ เลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติรัฐธรรมนูญ

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์โพลเดย์” ของการเมืองไทย เมื่อมีการลงคะแนนพร้อมกันถึง 2 วาระสำคัญ คือ

1. เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั่วประเทศ

การเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ เป็นศึกชี้ขาดระหว่างขั้วการเมืองหลัก ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งทางการเมืองสะสม และคำถามต่อเสถียรภาพรัฐบาล

ประเด็นที่ถูกจับตา ได้แก่

-การแข่งขันระหว่าง พรรคใหญ่ดั้งเดิม กับ พรรคการเมืองรุ่นใหม่

-บทบาทของพรรคขนาดกลาง ที่อาจเป็น “ตัวแปรจัดตั้งรัฐบาล”

-การวัดกระแสประชาชนต่อผลงานรัฐบาลตลอดวาระที่ผ่านมา

ผลเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงกำหนดว่า ใครจะเป็นรัฐบาล แต่ยังสะท้อนทิศทางนโยบาย เศรษฐกิจ และ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศในระยะยาว

2. ประชามติแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ

ควบคู่กับการเลือกตั้ง สส. คือ การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นประเด็นการเมืองระดับโครงสร้างที่สะสมความขัดแย้งมานาน

คำถามประชามติที่จะใช้สอบถามประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญ คือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่”

คำถามประชามติถูกมองว่าเป็นการให้ประชาชนตัดสินใจโดยตรงว่า

-จะเดินหน้าปรับเปลี่ยนกติกาการเมืองหรือไม่

-จะเปิดทางให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือ คงโครงสร้างเดิม

ผล “ประชามติ” ไม่ว่าฝ่ายใดชนะ ล้วนส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลชุดใหม่ และอาจเป็นชนวนให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองในระยะต่อไป

5 ก.ค.เลือกผู้ว่าฯ กทม.+สก.

กลางปี 2569 วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 การเมืองจะกลับมาเดือดอีกครั้งในสนาม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กับการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)
ที่มา

สืบเนื่องจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 จะดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กกต. จึงเตรียมประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันดังกล่าว

ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ถูกมองว่าเป็น “เก้าอี้การเมืองระดับชาติ” เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเมือง และ ประชากรกว่า 10 ล้านคน

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการวัด

- ความนิยมของรัฐบาลกลางในเมืองหลวง

- ความสามารถของผู้สมัครในการแก้ปัญหาเมืองใหญ่ เช่น การจราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม และ ค่าครองชีพ

- พลังของกระแสคนรุ่นใหม่ในเขตเมือง

ผลการเลือกตั้ง กทม. มักถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดทิศทางการเมืองระดับประเทศในอนาคต

5 ก.ค.เลือกนายกเมืองพัทยา

พัทยา เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยว กับเกมอำนาจท้องถิ่น

วันเดียวกัน (5 ก.ค. 69) ยังมีการเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ซึ่งแม้เป็นเมืองพิเศษ แต่มีความสำคัญเชิงเศรษฐกิจและการเมืองสูง

สืบเนื่องจาก ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คนปัจจุบัน ได้ดำรงตำแหน่งจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กกต. จึงเตรียมประกาศให้มีการเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยา และ สมาชิกสภาเมืองพัทยา เกิดขึ้นในวันดังกล่าว

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีงบประมาณสูง และเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ อุตสาหกรรมบริการ การเลือกตั้งจึงถูกจับตาในมิติ

- ความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองท้องถิ่นกับทุน

- การบริหารเมืองท่องเที่ยวในภาวะการแข่งขันระดับนานาชาติ

- การขยายอิทธิพลของพรรคการเมืองระดับชาติสู่เมืองเศรษฐกิจ

ปี 69 ทดสอบประชาธิปไตย

ปี 2569 ไม่ใช่เพียงปีแห่งการเลือกตั้งหลายสนาม แต่เป็นปีที่ประชาชนถูกเรียกให้ใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดทิศทางประเทศ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ระดับชาติ จนถึงรัฐธรรมนูญ

ผลลัพธ์ของแต่ละสนามจะเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

- ท้องถิ่นปูทางสู่ระดับชาติ

- ระดับชาติส่งผลต่อเมืองหลวง

- ประชามติชี้ชะตากติกาการเมืองในระยะยาว

ท้ายที่สุด “2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง” จะเป็นคำตอบว่า การเมืองไทยจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างมีเสถียรภาพ หรือ วนกลับสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ คำตอบอยู่ในมือประชาชนทุกคน…

รายงานพิเศษ โดย…ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...