โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้จักวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก อีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกัน เหมาะกับใครบ้าง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ได้ แต่นอกจากการฉีดแล้วยังมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูกด้วย ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูกคืออะไร

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก (Live Attenuated Influenza Vaccine: LAIV) ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและช่วยให้การสร้างภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดวัคซีนแบบเดิม ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

  • ไม่ต้องใช้เข็ม : ให้วัคซีนโดยการพ่นเข้าโพรงจมูก ทำให้เป็นมิตรต่อเด็กและผู้ที่กลัวการฉีดยา
  • ประสิทธิภาพสูงในเด็ก : งานวิจัยพบว่าสามารถลดโอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในเด็กได้มากถึง 88%
  • ลดความรุนแรงของโรค : แม้ติดเชื้อ วัคซีนก็ยังช่วยลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลได้กว่า 60%
  • ปลอดภัย ใช้มายาวนานทั่วโลก : วัคซีนนี้ถูกใช้มานานกว่า 20 ปี และได้รับการแนะนำให้เป็นทางเลือกแรกในเด็กอายุ 2–17 ปี ในหลายประเทศ

ข้อเสียของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

  • ราคาสูงกว่า: โดยทั่วไปจะมีราคาสูงกว่าแบบฉีด
  • มีข้อจำกัดด้านสุขภาพสูง: เนื่องจากเป็นวัคซีน “เชื้อเป็น” จึงมีกลุ่มคนที่ไม่สามารถรับได้มากกว่าแบบฉีด
  • ผลข้างเคียงเฉพาะที่: อาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือเจ็บคอหลังพ่นได้มากกว่าแบบฉีด

ใครที่เหมาะกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

  • เด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุ 2–49 ปี
  • ผู้ที่ไม่ชอบการฉีดวัคซีน หรือกลัวเข็ม
  • ผู้ที่ต้องการทางเลือกที่ปลอดภัยและไม่เจ็บตัว

ใครที่ควรระวังวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และ ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วย HIV, ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ หรือผู้ป่วยมะเร็ง)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังบางชนิด เช่น หอบหืดรุนแรง (ที่มีอาการหวีดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา) หรือโรคหัวใจ
  • ผู้ที่ต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เพราะเชื้อในวัคซีนอาจแพร่ไปสู่คนเหล่านั้นได้เล็กน้อย

อาการข้างเคียงที่อาจพบจากวัคซีนชนิดพ่นจมูก

วัคซีนชนิดพ่นจมูกมีความปลอดภัยสูง แต่บางรายอาจพบอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่รุนแรง และจะหายได้เองภายใน 1–3 วัน

ทำไมควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี?

ไวรัสไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา การฉีดหรือพ่นวัคซีนเป็นประจำทุกปีจึงสำคัญ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่สอดคล้องกับเชื้อที่ระบาดในปีนั้น ๆ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก (LAIV) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 2–49 ปี โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น จุดเด่นคือไม่ต้องใช้เข็ม ให้ภูมิคุ้มกันตรงจุดแรกที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย และมีประสิทธิภาพสูงในการลดทั้งอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคไม่ต่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบฉีด

ข้อมูลโดย นพ. สุรวัช หอมวิเศษ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จักวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก อีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกัน เหมาะกับใครบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...