[Vision Exclusive] LEO ปักธงรายได้โต 15-20% จ่อร่วมทุนผุดโปรเจกต์ใหม่
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 07.03 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - LEO ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 15-20% ฟ้าเปิด ไร้ผลกระทบนโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐ หลังชัดเจนแล้ว หนุนการฟื้นตัวของธุรกิจขนส่ง E-commerce ควบคู่การเร่งขยายธุรกิจ Non-Freight อย่างคลังสินค้า, Self-Storage และ LEO COLDBOTIC ที่เริ่มเห็นการตอบรับที่ดี พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน เล็งปิดดีลพันธมิตรพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ ชัดเจนในไตรมาส 1/2569 เสริมการเติบโต
นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 15-20% จากปีก่อน เนื่องจากปีนี้จะไม่มีผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐแล้ว หลังปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น โดยไทยถูกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่ 19%
สำหรับในปีที่ผ่านมาถือว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากการให้บริการขนส่งสินค้า E-commerce จากประเทศจีนไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งส่วนใหญ่ราว 40-50% เป็นของสหรัฐฯ ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าดังกล่าวเท่ากับศูนย์ แต่เมื่อภาษีสหรัฐชัดเจนแล้ว ก็เริ่มเห็นการกลับมานำเข้าสินค้ามากขึ้น ภายใต้ระบบใหม่ หรือ ผู้ขนส่งจะต้องไปวางค้ำประกันภาษี กับทางกรมศุลกากร มูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเป็นหลักประกันหากผู้สั่งสินค้าไม่ยอมรับสินค้าที่สั่งมาแล้ว ก็จะนำเงินตรงนี้มาจ่าย
อย่างไรก็ตามด้วยระบบดังกล่าว LEO ได้ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจในสหรัฐฯ โดยได้เริ่มจำหน่ายระบบให้บริษัทที่ยังไม่มีระบบนี้ เช่น ไปรษณีย์ไทย ทำให้มองว่าปีนี้ สินค้า E-commerce ก็น่าจะมี Movement ที่ดีขึ้น
ส่วนธุรกิจของบริษัทร่วมทุน Aramex (Thailand) Co.,Ltd. (ARM) ซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งสินค้า E-commerce เช่นเดียวกันกับ LEO ในปีที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบัน Aramex มี solution ของตัวเอง ทำให้เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น
นายเกตติวิทย์ กล่าวว่า ด้านการลงทุนใหม่ LEO COLDBOTIC หรือ ศูนย์จัดเก็บและกระจายสินค้า (Logistics Center) ควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะสำหรับเก็บไวน์แห่งแรกของไทยและเป็นคลังสินค้าฑัณฑ์บน (Bonded Warehouse) ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้าเข้ามาค่อนข้างมากแล้ว สะท้อนจาก Capacity เดิมอยู่ราว 30-40% ก็ขยับขึ้นมาที่ 50% แล้ว โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าผู้นำเข้ารายใหญ่ 3-4 ราย ของผู้นำเข้า 5 อันดับแรกของประเทศไทย
ตั้งเป้าดันสัดส่วนรายได้ Non-Freight แตะ 30% ใน 3 ปี
บริษัทฯ ได้วางแผนการดำเนินงานในช่วง 3 ปี (ปี 2569-2571) ธุรกิจที่ไม่ใช่ขนส่งโลจิสติกส์ หรือ Non-Freight เช่น บริการคลังสินค้า (Warehouse), บริการห้องเก็บของให้เช่า (Self-Storage), และการขนส่งทางราง คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 25-30%
โดยในปีนี้มีแผนขยายบริการ Cross-Border Rail & Truck ไทย ลาว จีน เวียดนาม มาเลเซีย, ขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้เกิด 2-way traffic ทั้ง ส่งออกและนำเข้า, สร้างเครือข่าย Strategic Partners ในประเทศจีน ลาว เวียดนามและมาเลเซีย เพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ขณะเดียวกันธุรกิจใหม่ LEO COLDBOTIC จะเพิ่มลูกค้า Key Account รายใหญ่ และเพิ่ม Occupancy rate ให้เพิ่มขึ้น ได้อย่างน้อย 30%
เล็งร่วมมือพันธมิตร ผุดโปรเจกต์ใหม่
การลงทุนในปี 2569 บริษัทฯ จะเน้นไปที่โครงการขนาดเล็ก โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อร่วมมือทางธุรกิจใน 2-3 โปรเจกต์ โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเข้ามาต่อยอดและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ Non-Freight คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในไตรมาส 1/2569
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ที่ผ่านมาในช่วงที่ปิดชายแดน LEO จะได้อานิสงค์จากการที่ลูกค้าเปลี่ยนมาขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือ (Sea Freight) กันค่อนข้างมาก แต่ด้วยประชาชนในประเทศกัมพูชา เริ่มมีการแบนสินค้าแบรนด์ไทย ทำให้ลูกค้าขายสินค้าได้น้อยลง จึงส่งผลกระทบกับบริษัทด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบันการขนส่งสินค้าไปกัมพูชา ยังมีสัดส่วนรายได้ที่น้อย ทำให้ไม่ได้กระทบอย่างมีนัยสำคัญมากนัก เพียงแค่เดิมทีบริษัทฯ วางเป้าหมายในการเติบโตของกัมพูชาเอาไว้ค่อนข้างมาก
ปัจจุบันบริษัทฯ ให้บริการขนส่งสินค้าครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย, จีน, เอเชียเหนือ, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ประเทศที่กำลังมีการเติบโต ก็จะเป็นตลาดอินเดีย, อเมริกาเหนือ (North America) โดยเฉพาะแคนาดา และสหรัฐฯ รวมถึงตลาดยุโรป ส่วนตลาดที่อยากจะมุ่งเน้นในปีนี้ คือ ตะวันออกกลาง (Middle East) และอินเดีย ประกอบกับการขนส่งทางรางไปจีน เนื่องจากมีการเติบโตค่อนข้างมาก
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision