โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท.ชี้ GDP ไทยมีลุ้นฟื้นใน Q4/2025 แต่ “พื้นที่นโยบายเหลือน้อย” จับตาเงินบาทผันผวน–ภาษีทองออนไลน์

Businesstoday

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 08.10 น. • Businesstoday

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น โดยรองผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้ม “กลับมาขยายตัว” ในไตรมาส 4 ปี 2025 (Q4/2025) เมื่อเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะช่วยให้ไทยหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยเชิงเทคนิค หลังเศรษฐกิจหดตัว 0.6% ในไตรมาส 3/2025 (Q3/2025) ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบหลายไตรมาสตามการรายงานของ Reuters

อย่างไรก็ดี สารสำคัญของ ธปท. รอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ “Q4 จะบวกหรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่คือการย้ำว่า เครื่องมือเชิงนโยบายของไทยมีพื้นที่จำกัดมากขึ้น ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินในปี 2026 ต้อง “ใช้ให้คุ้มในจังหวะที่จำเป็น” และเน้นมาตรการแบบเฉพาะจุดมากกว่าเดิม

เศรษฐกิจปลายปีเริ่มมีแรงส่ง แต่ภาพรวมปี 2026 ยังโตต่ำ

มุมมองของ ธปท. สะท้อนภาพ “ดีขึ้นระยะสั้น แต่โตต่ำในภาพใหญ่” โดย Reuters ระบุว่า ธปท. คาด GDP ทั้งปี 2025 โตได้ตามกรอบประมาณ 2.2% ขณะที่โมเมนตัมในปี 2026 ถูกประเมินว่าจะชะลอลงมาแถว 1.5% ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นในปี 2027 ที่ราว 2.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนการฟื้นตัวแบบไม่หวือหวา

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับหน้า “Economic Outlook” ของ ธปท. ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2025 ต่อเนื่องถึงปี 2026 มีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ขณะที่ท่องเที่ยวทยอยฟื้น และการบริโภคขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยังต้องติดตามความต่อเนื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณและการปรับตัวของ SMEs

เงินเฟ้อติดลบ แต่ ธปท.มองจะกลับมาเป็นบวกในช่วง มี.ค.–เม.ย. 2026

อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือเงินเฟ้อที่อยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายมานาน Reuters ระบุว่า ธปท. ประเมินว่าเงินเฟ้อซึ่งยังอยู่ในแดนลบ มีโอกาส “กลับมาเป็นบวก” ช่วงประมาณเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2026 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะช่วยลดความกังวลเรื่องอุปสงค์อ่อนแรง และช่วยประคองความเชื่อมั่นผู้บริโภค/ภาคธุรกิจในช่วงต้นปี

“พื้นที่นโยบาย” ทำไมถึงเหลือน้อย: ดอกเบี้ยลงมาที่ 1.25% แล้ว

เหตุผลที่ ธปท. เน้นย้ำ “policy space จำกัด” คือธนาคารกลางได้ใช้นโยบายผ่อนคลายไปพอสมควรแล้ว Reuters ระบุว่า ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.25% หลังการปรับลดหลายครั้งนับจากเดือนตุลาคม 2024 รวมทั้งสิ้น 125 basis points ทำให้พื้นที่ในการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมไม่กว้างเหมือนเดิม หากเศรษฐกิจเจอช็อกใหม่จากต่างประเทศหรือภายในประเทศ

ในเชิงนโยบาย สิ่งที่ตามมาคือ “ต้นทุนของการตัดสินใจ” สูงขึ้น เพราะการลดดอกเบี้ยเพิ่มอาจต้องแลกกับความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินในระยะยาว หรือทำให้เครื่องมือเหลือไว้ใช้ในภาวะฉุกเฉินน้อยลง ดังนั้น ธปท. จึงส่งสารว่า หากต้องใช้มาตรการเพิ่ม จะเน้น “ความจำเป็นและความแม่นยำ” มากกว่าการกระตุ้นแบบกว้าง

ค่าเงินบาทแข็งและผันผวน: โจทย์ที่กระทบผู้ส่งออก–ความเชื่อมั่น

Reuters ระบุว่าเงินบาทแข็งค่าราว 8% ในปี 2025 จนเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งแกร่งในเอเชีย และ ธปท. เคยเข้าไปดูแลตลาดเพื่อลดความผันผวนที่มากเกินไป

ในมุมธุรกิจ ค่าเงินบาทแข็งมีผลชัดกับผู้ส่งออกและภาคท่องเที่ยวบางส่วน เพราะรายได้สกุลต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นบาทอาจลดลง ขณะเดียวกัน “ความผันผวน” เป็นตัวแปรที่ทำให้การตั้งราคา การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการบริหารกระแสเงินสดของธุรกิจยากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจำกัด

ทำไม “ทองออนไลน์” ถูกจับตา: ธุรกรรมใหญ่โยงค่าเงิน

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Reuters ระบุว่า กระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำออนไลน์ และ/หรือกำหนดมาตรการจำกัดปริมาณการซื้อขายของผู้เล่นรายใหญ่ เพื่อลดแรงกระเพื่อมต่อค่าเงินบาท โดยมีการประเมินว่าธุรกรรมทองของผู้เล่นรายใหญ่มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจ และราคาทองที่พุ่งแรงในปี 2025 เป็นตัวเร่งให้การเคลื่อนไหวของเงินทุนผ่าน “ทอง” ส่งผลต่อค่าเงินได้ชัดขึ้น

นัยทางเศรษฐกิจของเรื่องนี้คือ ไทยมีบทบาทเป็น “ศูนย์กลางการค้าทอง” ในระดับหนึ่ง เมื่อราคาทองผันผวนสูง การซื้อขายขนาดใหญ่ที่ชำระเป็นเงินบาทสามารถสร้างแรงเหวี่ยงในตลาดเงินได้ ธปท. จึงพยายามสื่อว่าเป้าหมายหลักคือการลดความผันผวนที่มาจากปัจจัยไม่ใช่พื้นฐาน (non-fundamental) มากกว่าการกำหนดค่าเงินบาทที่ต้องการ

มุมมอง Business Today: ฟื้นใน Q4 คือข่าวดี แต่ปี 2026 ต้องชนะด้วย “โครงสร้าง”

การที่ GDP มีโอกาสกลับมาขยายตัวใน Q4/2025 เป็นข่าวดีเชิงโมเมนตัม เพราะช่วยหลีกเลี่ยงแรงกดดันเชิงจิตวิทยาของภาวะถดถอยเชิงเทคนิค และช่วยประคองความเชื่อมั่นในช่วงต้นปี 2026

แต่สัญญาณเรื่อง “policy space จำกัด” สะท้อนความจริงอีกด้านว่า เศรษฐกิจไทยไม่สามารถพึ่งพานโยบายการเงินอย่างเดียวได้มากเหมือนช่วงก่อนหน้า ปี 2026 จึงเป็นปีที่น้ำหนักจะย้ายไปอยู่ที่ความต่อเนื่องของนโยบายการคลัง การลงทุนภาครัฐและเอกชน การยกระดับผลิตภาพ และการรับมือความผันผวนของค่าเงิน/เงินทุนเคลื่อนย้าย

สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ส่งออกและธุรกิจที่มีรายได้สกุลต่างประเทศ บทเรียนสำคัญคือการบริหารความเสี่ยงค่าเงินต้องถูกยกระดับจาก “เรื่องการเงิน” ไปเป็น “ยุทธศาสตร์การค้า” ตั้งแต่การทำราคา สัญญา การกระจายตลาด ไปจนถึงการเลือกสกุลเงินชำระเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...