โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปี 2025 คนตกงาน เพราะ AI มากแค่ไหน ? ตลาดแรงงานถึงจุดเปลี่ยน หรือบริษัทยักษ์แค่เร่งปรับโครงสร้าง

Thairath Money

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.42 น.
ภาพไฮไลต์

ตลาดแรงงานอเมริกากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการทำงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ เมื่อบริษัทขนาดใหญ่ทั่วสหรัฐประกาศลดพนักงานมากกว่า 1.17 ล้านตำแหน่งในปีนี้ ตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020 ที่มีการปลดพนักงานถึง 2.2 ล้านตำแหน่ง

สิ่งที่น่าสนใจและน่ากังวลพอๆ กันคือ AI ถูกอ้างว่าเป็นสาเหตุของการตกงานเกือบ 55,000 ตำแหน่ง ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา Challenger, Gray & Christmas ซึ่งหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า AI เป็นตัวการจริง หรือเป็นแค่ข้ออ้างที่ดูดีกว่าของบริษัทที่ต้องการลดต้นทุน

เฉพาะเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการประกาศปลดพนักงานกว่า 153,000 คน ตามมาด้วยอีก 71,000 คนในเดือนพฤศจิกายน โดยอย่างน้อย 6,000 ตำแหน่งถูกระบุชัดเจนว่าเชื่อมโยงโดยตรงกับการนำ AI เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์

งานวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า AI สามารถทำงานแทนแรงงานมนุษย์ได้แล้วถึง 11.7% ของตลาดแรงงานทั้งหมดในสหรัฐ และอาจช่วยให้บริษัทต่างๆ ประหยัดค่าจ้างรวมสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในสามภาคหลักคือ ภาคการเงิน สาธารณสุข และบริการวิชาชีพ

AI ตัวการจริง หรือแพะรับบาป ?

ท่ามกลางกระแสการโทษ AI นักวิชาการบางส่วนกลับเริ่มตั้งคำถามถึงความจริงที่แท้จริงเบื้องหลังการปลดพนักงานระลอกนี้

ฟาเบียน สเตฟานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน AI และการทำงานจาก Oxford Internet Institute มองว่า หลายบริษัทจ้างงานเกินความจำเป็นอย่างมากในช่วงโควิด เมื่อเศรษฐกิจโตเร็วและมีเงินทุนราคาถูก และการปลดพนักงานในตอนนี้อาจเป็นเพียงการปรับสมดุลตลาดแรงงานให้กลับมาสู่ระดับปกติ

"แทนที่จะยอมรับตรงๆ ว่าบริษัทคำนวณผิดพลาดและจ้างคนมากเกินไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว การโทษ AI กลับกลายเป็นข้ออ้างที่ฟังดูทันสมัยและน่าเชื่อถือกว่า" สเตฟานีให้ความเห็น

การมองในมุมนี้ทำให้เราเห็นว่า AI อาจไม่ใช่ตัวการหลักอย่างที่คิด แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่บริษัทใช้เป็นข้อแก้ตัวสำหรับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ต้นทุนที่พุ่งสูงจากมาตรการภาษีใหม่ และความจำเป็นในการลดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษากำไร

เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่หันมาพึ่ง AI

Amazon: การปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

อเมซอนสร้างความตกตะลึงให้ตลาดแรงงานเมื่อประกาศปลดพนักงานสายองค์กรถึง 14,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม ถือเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

โดยบริษัทให้เหตุผลอย่างชัดเจนว่า ต้องโยกย้ายทรัพยากรไปสู่ "การเดิมพันครั้งใหญ่" ในเทคโนโลยี AI และยอมรับตรงไปตรงมาว่า AI จะทำให้บริษัทต้องใช้คน "น้อยลงในบางงาน และมากขึ้นในงานรูปแบบใหม่"

Microsoft: จากซอฟต์แวร์สู่เครื่องจักรแห่งปัญญา

ไมโครซอฟท์ปลดพนักงานรวมประมาณ 15,000 ตำแหน่งในปี 2025 โดยรอบล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมลดไปถึง 9,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการปรับโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท

โดยเหตุผลคือ บริษัทต้อง "นิยามภารกิจใหม่" ในยุคที่ AI กลายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ธรรมดาไปสู่การเป็น "เครื่องจักรแห่งปัญญา" ที่สร้างโซลูชัน AI ให้กับองค์กรทั่วโลก

Salesforce: เมื่อ AI ทำงานแทนได้ครึ่งหนึ่ง

Salesforce ยืนยันตัวเลขว่า บริษัทลดพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าไปแล้ว 4,000 คน ด้วยความช่วยเหลือของ AI และที่น่าสนใจ AI สามารถทำงานแทนได้แล้วถึง 50% ของงานภายในบริษัท

IBM: AI แชตบอตแทนที่ฝ่าย HR

สำหรับ IBM เผยว่า AI แชตบอตเข้ามาแทนที่งานในฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายร้อยตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามพนักงาน การจัดการเอกสาร หรือแม้แต่กระบวนการสรรหาพนักงานใหม่

อย่างไรก็ตาม IBM ยังคงเพิ่มการจ้างงานในสายงานที่ต้องการทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ระดับสูง เช่น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ การขาย และการตลาด แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้ลดคนทั้งหมด แต่เลือกลดเฉพาะงานที่ AI ทำได้

ล่าสุด IBM ประกาศลดพนักงานทั่วโลก 1% หรือประมาณ 3,000 คน เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

CrowdStrike: ความปลอดภัยไซเบอร์ก็หนีไม่พ้น

แม้แต่บริษัทรักษาความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง CrowdStrike ก็ไม่รอด เมื่อประกาศปลดพนักงาน 5% ขององค์กร หรือประมาณ 500 คน โดยระบุอย่างชัดเจนว่า AI ช่วยลดความจำเป็นในการจ้างงาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกส่วนของธุรกิจ

Workday: แพลตฟอร์ม HR ที่ลดคน HR เอง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Workday ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม HR ที่ช่วยบริษัทต่างๆ จัดการพนักงาน กลับกลายเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ประกาศปลดพนักงานในปีนี้ โดยลด 8.5% หรือราว 1,750 ตำแหน่ง เพื่อโยกทรัพยากรไปลงทุนด้าน AI มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังคงกดดัน ต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นจากมาตรการภาษีใหม่ และแรงกดดันในการรักษากำไรจากนักลงทุน AI จึงถูกมองว่าเป็น "ทางออกระยะสั้น" ที่ดูน่าสนใจสำหรับองค์กรจำนวนมาก

แต่คำถามใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนคือ การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลระยะยาวต่อตลาดแรงงานและสังคมโดยรวมอย่างไร AI กำลังสร้างงานใหม่ขึ้นมาจริงหรือไม่ หรือแค่ทำลายงานเดิมเร็วกว่าที่จะสร้างงานใหม่ได้

สำหรับพนักงานในยุคนี้ การเตรียมตัวไม่ได้หมายถึงการกลัว AI แต่คือการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับ AI พัฒนาทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การมีมนุษยสัมพันธ์ และความสามารถในการปรับตัว

เพราะสิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล และผู้ที่จะอยู่รอดได้คือผู้ที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับมัน

อ้างอิง CNBC

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปี 2025 คนตกงาน เพราะ AI มากแค่ไหน ? ตลาดแรงงานถึงจุดเปลี่ยน หรือบริษัทยักษ์แค่เร่งปรับโครงสร้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...