โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ลูกสาวเหยื่ออึ้ง แม่ถูกพม่าฆ่าขืนใจ รอดำเนินคดี แต่ ตม.ปล่อยกลับประเทศไปเฉยๆ

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สาวร้องขอความเป็นธรรม หนุ่มพม่าฆ่าขืนใจแม่ ตร.จับได้ใน 2 วัน สุดท้ายทำเอาอึ้ง ตม.ปล่อยตัวกลับประเทศ ทั้งที่ยังรอดำเนินคดีอยู่ แถมหลักฐานมัดแน่น พอถามกลับโยนกันไปมา

วันที่ 2 ม.ค.69 มีหญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์ร้องเรียนไปยังเพจ "Survive - สายไหมต้องรอด" หลังคนร้ายชาวเมียนมาที่ฆ่าและขืนใจแม่ของเธอถูก ตม.ปล่อยตัวออกนอกประเทศ ทั้งที่ยังถูกดำเนินคดีอยู่ โดยระบุว่า

สวัสดีค่ะ มีเรื่องจะร้องเรียนค่ะ คือแม่หนูถูกคนร้ายที่เป็นลูกจ้างชาวพม่า ฆ่า ขข ตายอย่างเหี้ยมโหด ที่นาข้าว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจจับคนร้ายได้วันที่ 13 พฤศจิกายน คนร้ายเป็นชาวพม่าที่เคยรับจ้างเกี่ยวข้าวให้คุณแม่ค่ะ ระหว่างรอผลตรวจ DNA ตำรวจจึงนำตัวคนร้ายไปฝากขังที่คุกของ ตม. แม่สอด

แต่สุดท้ายแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ตม.ได้ปล่อยตัวคนร้ายให้เดินทางออกนอกประเทศไป หนูเป็นผู้เสียหายเป็นลูกสาวผู้ตาย มารู้ทีหลังว่าตำรวจปล่อยตัวคนร้ายไปแล้ว โดยไม่ได้ประสานงานกับร้อยเวรเจ้าของคดี ทำให้คนร้ายที่ฆ่าแม่หนูโดนปล่อยตัวกลับประเทศไป

และวันนี้ผลตรวจ DNA ออกมาแล้ว พบว่าตรงกับผู้ก่อเหตุทุกอย่าง ตอนนี้หนูต้องทำยังไงคะ ตำรวจทำงานกันแบบ พอหนูไปสอบถามว่าทำไมถึงปล่อยคนร้ายหนีไป ตำรวจก็โยนกันไปโยนกันมา ฝาก #เพจสายไหมต้องรอด ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ครอบครัวหนูด้วยนะคะ ตอนนี้หนูเป็นผู้เสียหายไม่รู้จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ไหน ตำรวจกับ ตม. ทำงานแบบนี้ความยุติธรรมไม่รู้อยู่ไหน

ที่มา : Survive - สายไหมต้องรอด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกสาวเหยื่ออึ้ง แม่ถูกพม่าฆ่าขืนใจ รอดำเนินคดี แต่ ตม.ปล่อยกลับประเทศไปเฉยๆ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...