Company Snapshot : WARRIX ยอดขาย Q4 พีค จ่อรับทรัพย์ค่าลิขสิทธิ์จีน
#WARRIX #ทันหุ้น – WARRIX ชี้ไตรมาส 4/2568 เข้าสู่ไฮซีซัน หนุนยอดขายพุ่งแรง คาดผลงานดีที่สุดของปี รับปัจจัยหนุนความต้องการเสื้อดำเพิ่มขึ้น พร้อมรับรู้รายได้งานฟุตบอลจตุรมิตร และคอนเสิร์ตใหญ่ จ่อบุ๊กเข้าปลายปีนี้ เตรียมรับค่าลิขสิทธิ์จีนเต็มที่ปีหน้า เล็งเปิดตัวระบบเว็บไซต์ใหม่ มูลค่าลงทุน 10 ล้านบาท วันที่ 1 ธันวาคมนี้
นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX ผู้ผลิตชุดแข่งลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทย เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า คาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 เป็นช่วงทำผลงานดีที่สุดของปี เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการเสื้อดำทั่วประเทศ ประกอบกับเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยที่เปิดตัวปลายไตรมาส 3/2568 แม้กระแสจะไม่เท่าเสื้อดำ แต่ยังทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง
นอกจากนี้บริษัทยังกลับมาเป็นสปอนเซอร์งาน “ฟุตบอลจตุรมิตร” อีกครั้ง พร้อมรับรู้รายได้จากสินค้าที่ระลึกงานคอนเสิร์ตใหญ่ 2 งาน ได้แก่ คอนเสิร์ตพี่เบิร์ด ธงชัย และงานของ BEC-Tero Music ซึ่งจะถูกบันทึกในไตรมาส 4/2568 นี้เช่นกัน
** รุกตลาดจีนเต็มกำลัง
ขณะที่ในปี 2569 จะเป็นปีแรกที่บริษัทรับรู้รายได้ค่าลิขสิทธิ์จากจีนเต็มปี หลังร่วมมือกับพันธมิตรมากว่า 2 ปี ผ่านการอนุญาตผลิตสินค้า (Licensing) และการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย โดยรายได้จะเริ่มบันทึกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไป
“2 ปีแรกบริษัทไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ เพื่อให้คู่ค้าพัฒนาสินค้าตลาดจีนก่อน ส่งผลให้ยอดขายปีนี้ทะลุเป้า และมีจุดขายแล้วกว่า 50 แห่งทั่วประเทศจีน นอกจากนี้ ยังได้ประโยชน์จากความสามารถในการ สั่งสินค้าพ่วงกับคู่ค้าจีนได้แบบไม่ต้องมีขั้นต่ำเพื่อนำมาจัดจำหน่าย ช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงด้านสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวิศัลย์ กล่าว
ส่วนมาเลเซียบริษัทเติบโตดีจากการสนับสนุนสโมสรฟุตบอล 2 รัฐ รวมถึงการต่อยอดสินค้า Winter Jacket และ Winter Sportswear จากการผลิตในจีน ช่วยขยายโอกาสสู่สโมสรในพื้นที่หนาวมากขึ้น พร้อมเพิ่มบทบาทสนับสนุนจากฟุตบอลและบาสเกตบอล ไปถึง ทีมชาติไอซ์ฮอกกี้ของไทยอีกด้วย
** อีคอมเมิร์ซโตแรง
สำหรับออเดอร์ออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะ Live Commerce ผ่าน TikTok จากเดิมราว 1,000 ออเดอร์ต่อวัน เพิ่มเป็นมากกว่า 10,000 ออเดอร์ต่อวัน และในช่วงที่ความต้องการเสื้อดำสูงสุด ยอดออเดอร์เคยแตะถึง 40,000 ออเดอร์ต่อวัน โดยบริษัทได้ขยายขีดความสามารถในส่วนของ Live Commerce ด้วย KOLs หน้าใหม่ที่สร้างขึ้น
ด้วยอัตราเติบโตนี้ บริษัทเตรียมขยายขีดความสามารถด้านซัพพลายเชน พร้อมเปิดให้บริการ Fulfillment บริการจัดการคลังสินค้าและกระบวนการสั่งซื้อสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่รับสินค้า แพ็กสินค้า ไปจนถึงการจัดส่ง “แบบรวดเร็ว” เพื่อตอบโจทย์ตลาดอีคอมเมิร์ซ
ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ Facebook กำลังเดินหน้าปรับให้ผู้ชมไลฟ์ Facebook สามารถกดสั่งซื้อผ่านคอมเมนต์หรือลิงค์ระหว่างไลฟ์ จากนั้นระบบจะดึงคำสั่งซื้อมาจัดการที่เว็บไซต์โดยอัตโนมัติ ทำให้บริษัทสามารถจัดการสต๊อก ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ และดำเนินการจัดส่งได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ลดคำสั่งซื้อตกหล่น และเพิ่มความเร็วในทุกขั้นตอน
ระบบใหม่นี้จะช่วยให้การทำ Live Facebook มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลลูกค้าจะถูกรวบรวมไว้ที่เว็บไซต์ ทำให้สามารถทำแคมเปญ เจาะกลุ่มลูกค้า และวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อได้ละเอียดกว่าเดิม อีกทั้งการให้ลูกค้าชำระเงินผ่านเว็บไซต์ยังช่วยลดต้นทุน เพราะไม่ต้องเสียค่า GP เหมือนบนแพลตฟอร์ม TikTok
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวระบบเว็บไซต์ใหม่ มูลค่าลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ เพื่อรองรับศึก Live Facebook ที่จะทวีความดุเดือดในปีหน้า และตั้งใจขอเป็น Certify TikTok Shop Partner เพื่อเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุน