Van Cleef & Arpels เปิดตัวบูติกอาคารสองชั้นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สิงคโปร์
LSA Thailand
อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 00.48 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2568 เวลา 17.42 น. • Lifestyle Asia ThailandVan Cleef & Arpels เปิดตัวบูติกอาคารสองชั้นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สิงคโปร์ อาณาจักรแห่งความงามล้ำจินตนาการ ใจกลาง ION Orchard
Van Cleef & Arpels หนึ่งในเมซงเครื่องประดับชั้นสูงระดับโลก เปิดบูติก อาคารสองชั้นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ION Orchard ใจกลางสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 บูติกแห่งใหม่นี้เป็นดั่งอาณาจักรแห่งความงามที่ขยายขอบเขตของแรงบันดาลใจให้กว้างไกลยิ่งกว่าเดิม ทั้งในเชิงศิลปะ งานดีไซน์ และประสบการณ์ระดับลักชัวรี
ภายในพื้นที่ที่ออกแบบอย่างวิจิตร ชวนให้หยุดมองทุกรายละเอียด ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความสง่างามที่ผสมผสานความล้ำสมัยเข้ากับความอ่อนหวานตามแบบฉบับของ Van Cleef & Arpels ทุกตารางนิ้วรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องคุณค่าของธรรมชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และความฝันซึ่งเป็นหัวใจของเมซงมายาวนานกว่า 110 ปี
เรือนกระจกกลางมหานคร
เพื่อสื่อถึงสมญา “อุทยานนคร” ของสิงคโปร์ บูติกแห่งใหม่นี้นำเสนอการเดินทางในธีมสวนธรรมชาติผ่านโถงทางเข้าที่ออกแบบเป็นเรือนกระจกสีเขียว สร้างบรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางความทันสมัยของเมืองใหญ่ ผนังที่ประดับด้วยวอลล์เปเปอร์ซึ่งถ่ายทอดความงามของพฤกษานานาพรรณให้ความรู้สึกราวกับเดินอยู่ในสวนดอกไม้เขตร้อน ความเขียวชอุ่มและภาพลักษณ์แบบธรรมชาตินิยมไม่เพียงสะท้อนแรงบันดาลใจของเมซง แต่ยังมอบความผ่อนคลายให้แก่ทุกย่างก้าวของผู้มาเยือน
บูติกสองชั้นที่งดงามดุจห้องชุดฝรั่งเศส
นี่คือครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ที่ Van Cleef & Arpels เปิดบูติกในรูปแบบอาคารสองชั้น ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิด French apartment เพื่อให้เกิดบรรยากาศอบอุ่น วางใจ และสง่างาม เหมือนคฤหาสน์ที่รวบรวมผลงานศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซไว้อย่างละเมียดละไม
แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านผนังกระจกใสช่วยขับประกายของอัญมณีให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ซาลอนส่วนตัวสองห้องที่จัดไว้เพื่อแขกคนสำคัญได้รับการออกแบบอย่างละเอียดพิถีพิถัน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและหรูหรา ชวนให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับความงามของเครื่องประดับแต่ละชิ้นอย่างเต็มที่
คอลเลกชันต้นแบบ บทสะท้อนความยิ่งใหญ่ของเมซง
ในโอกาสเฉลิมฉลองบูติกใหม่ Van Cleef & Arpels ได้นำเสนอผลงานต้นแบบชั้นประวัติศาสตร์หลายชิ้น ซึ่งบอกเล่าเส้นทางอันยาวนานของแบรนด์ หนึ่งในผลงานเด่นคือเข็มกลัดดอกไม้ปี ค.ศ. 1927 ที่ใช้ Platinum ฝังเพชรอย่างประณีต ถ่ายทอดความงามของกล้วยไม้อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสิงคโปร์ งานออกแบบในแนวธรรมชาตินิยมยุคทศวรรษ 1920 ถูกนำมาตีความอย่างซับซ้อน
Treasure Island งานศิลป์จากวรรณกรรมสู่ High Jewelry
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่จัดแสดงครั้งแรกในสิงคโปร์คือเครื่องประดับชั้นสูงจากคอลเลกชัน “Treasure Island” ซึ่งสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจในนิยายผจญภัยระดับโลก Treasure Island ของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน คอลเลกชันนี้เป็นดั่งการเดินเรือทะลุมหาสมุทรไปสู่เกาะมหาสมบัติ ถ่ายทอดเป็นชิ้นงานที่ผสมผสานดอกไม้ป่าเมืองร้อน สัตว์ในจินตนาการ และเส้นเรื่องการผจญภัย
หนึ่งในชิ้นงานที่โดดเด่นคือสร้อยคอ Récif corallien ที่ใช้ทองคำสองสีประกอบกับทับทิมจากประเทศไทยและเพชรคุณภาพสูง ส่องประกายดุจปะการังใต้ทะเลลึก เช่นเดียวกับแหวน Trésor retrouvé และแหวน Couronne précieuse ซึ่งสะท้อนความงดงามของรัตนชาติชั้นเลิศ เช่น ไพลินจากมาดากัสการ์ มรกต ทับทิม และเพชรอันเจิดจรัส
เพื่อเฉลิมฉลองฤดูกาลใหม่ระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 ถึง 1 มกราคม ค.ศ. 2026 บูติกแห่งนี้จะเผยโฉมการตกแต่งพิเศษจากทีม Burcu & Geoffrey ที่รังสรรค์บรรยากาศคล้ายสวนป่าในฤดูหนาว หิมะจำลองที่ประดับทั่วด้านหน้าตัวอาคาร สะท้อนประกายสีเงินอ่อนใต้แสงไฟ ช่วยเติมมนต์เสน่ห์ให้กับพื้นที่และดึงผู้คนเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการอย่างอ่อนโยนและงดงาม
โดโรธี เฮ็นริโอ กรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เน้นย้ำว่า การเปิดบูติกแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์สำคัญของเมซง หากเป็นบทใหม่ในประวัติศาสตร์ที่ผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน ผ่านงานศิลป์ หัตถศิลป์ และนวัตกรรมที่กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.