โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เตรียมกำหนดท่าทีต่ออิหร่านกรณีปราบผู้ชุมนุม หลังขู่อาจใช้กำลัง

PostToday

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทางการอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ยังคงรักษาช่องทางการสื่อสารกับสหรัฐอเมริกาไว้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้การปราบปรามผู้ชุมนุมทั่วประเทศอิหร่าน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และนับเป็นหนึ่งในความท้าทายรุนแรงที่สุดต่อการปกครองของคณะนักบวชนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐอาจมีการพบปะกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน และตนเองได้ติดต่อกับกลุ่มฝ่ายค้านของอิหร่าน ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันต่อผู้นำอิหร่าน รวมถึงการข่มขู่ว่าอาจใช้ปฏิบัติการทางทหาร เพื่อตอบโต้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ประท้วง

นางแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า แม้การโจมตีทางอากาศจะเป็นหนึ่งในหลายทางเลือกที่ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถพิจารณาได้ แต่ “การทูตยังคงเป็นทางเลือกแรกของประธานาธิบดีเสมอ” พร้อมระบุว่า ข้อความที่รัฐบาลอิหร่านแสดงออกต่อสาธารณะนั้นแตกต่างจากสัญญาณที่ฝ่ายบริหารสหรัฐได้รับเป็นการส่วนตัว และประธานาธิบดีมีความสนใจที่จะสำรวจความเป็นไปได้จากการสื่อสารดังกล่าว

องค์กรสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐ ระบุว่า ได้ตรวจสอบและยืนยันการเสียชีวิตของประชาชนแล้วอย่างน้อย 572 ราย แบ่งเป็นผู้ประท้วง 503 ราย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 69 ราย นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม และขยายตัวไปทั่วประเทศ นอกจากนี้ มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 10,694 คน อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์สไม่สามารถยืนยันตัวเลขดังกล่าวได้อย่างอิสระ เนื่องจากการไหลเวียนของข้อมูลจากอิหร่านถูกจำกัดอย่างมาก หลังรัฐบาลตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

การประท้วงในอิหร่านเริ่มต้นจากความไม่พอใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และค่าครองชีพที่พุ่งสูง ก่อนจะพัฒนาไปสู่การเรียกร้องอย่างท้าทายให้โค่นล้มระบบการปกครองของคณะนักบวชที่ฝังรากลึก แม้การชุมนุมจะมีขนาดใหญ่ แต่ยังไม่ปรากฏสัญญาณความแตกแยกภายในผู้นำศาสนาชีอะห์ กองทัพ หรือกองกำลังความมั่นคง ขณะที่ฝ่ายผู้ประท้วงก็ยังขาดผู้นำศูนย์กลางที่ชัดเจน และกลุ่มฝ่ายค้านยังคงแตกกระจัดกระจาย

ภาพวิดีโอที่ได้รับการยืนยันแสดงให้เห็นประชาชนอิหร่านรวมตัวกันที่ศูนย์นิติเวชคาห์ริซักในกรุงเตหะราน เมื่อวันอาทิตย์ โดยมีถุงบรรจุศพสีเข้มเรียงรายจำนวนมาก ทางการอิหร่านยังไม่ประกาศยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่กล่าวโทษเหตุการณ์นองเลือดว่าเกิดจากการแทรกแซงของสหรัฐ และสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า “ผู้ก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอลและสหรัฐ” สื่อของรัฐมุ่งเน้นรายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเป็นหลัก

กระทรวงข่าวกรองอิหร่านแถลงว่า ได้ควบคุมตัว “ทีมก่อการร้าย” ที่รับผิดชอบต่อเหตุรุนแรงหลายกรณี รวมถึงการสังหารอาสาสมัครกึ่งทหารที่จงรักภักดีต่อรัฐบาล การเผามัสยิด และการโจมตีสถานที่ทางทหาร

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า เตหะรานกำลังพิจารณาแนวคิดที่วอชิงตันเสนอมา แม้จะเห็นว่าไม่สอดคล้องกับการข่มขู่ของสหรัฐ พร้อมยืนยันว่า การสื่อสารระหว่างตนกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐ ยังคงดำเนินต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังการประท้วง

ในวันเดียวกัน เอกอัครราชทูตจากอังกฤษ อิตาลี เยอรมนี และฝรั่งเศส ประจำกรุงเตหะราน ถูกเรียกเข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้ถ่ายทอดคำร้องของอิหร่านไปยังรัฐบาลของตน ให้ถอนการสนับสนุนการประท้วง อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวทางการทูตของฝรั่งเศสระบุว่า เอกอัครราชทูตได้แสดงความกังวลอย่างหนักแน่นต่อสถานการณ์ดังกล่าว

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวปราศรัยต่อประชาชนจำนวนมากที่จัตุรัสเอนเกลาบในกรุงเตหะราน โดยระบุว่า อิหร่านกำลังเผชิญ “สงครามสี่ด้าน” ได้แก่ สงครามเศรษฐกิจ สงครามจิตวิทยา สงครามทางทหารกับสหรัฐและอิสราเอล และสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ขณะที่นายอารักชีเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดการประท้วง มีมัสยิดถูกวางเพลิง 53 แห่ง และรถพยาบาล 180 คันได้รับความเสียหาย

นายกาลิบาฟเตือนวอชิงตันไม่ให้ “คำนวณผิดพลาด” โดยย้ำว่า หากมีการโจมตีอิหร่าน ดินแดนของอิสราเอล รวมถึงฐานทัพและเรือของสหรัฐทั้งหมด จะตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม อย่างไรก็ดี อิหร่านยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากสงครามเมื่อปีก่อน และอิทธิพลในภูมิภาคลดลง หลังพันธมิตรสำคัญอย่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเผชิญความสูญเสีย รวมถึงการที่อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการทหารระดับสูงของอิหร่านในสงครามเดือนมิถุนายน

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า สถานการณ์ภายในประเทศอยู่ “ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์” หลังเหตุรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า การให้บริการอินเทอร์เน็ตจะกลับมาเปิดใช้อีกครั้ง โดยประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงต่อไป.

ขณะที่ แหล่งข่าวรัฐบาลสหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดหารือกับที่ปรึกษาระดับสูงในวันอังคาร เพื่อพิจารณาทางเลือกต่ออิหร่าน ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางทหาร ปฏิบัติการไซเบอร์ลับ การขยายมาตรการคว่ำบาตร และการสนับสนุนข้อมูลออนไลน์แก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ทั้งนี้ การโจมตีทางทหารมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป้าหมายบางแห่งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนหนาแน่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...