นักวิชาการ ชี้ ศก.ไทยเจอแรงกดดันรอบด้าน แนะลอกท่อดันลงทุน–ปั้นแรงงานอุตฯ
นักวิชาการ ชี้ ศก.ไทยเจอแรงกดดันรอบด้าน แนะลอกท่อดันลงทุน–ปั้นแรงงานอุตฯ
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า สำหรับปี 2569 ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง หนี้ครัวเรือน ค่าเงินบาทแข็ง รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อการค้าระหว่างประเทศ ทำให้การส่งออกและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ชะลอตัว รวมถึงกระทบภาคการท่องเที่ยวด้วย
นายสมชาย กล่าวว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหาร นโยบายแรกที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้จุดบอด มีดังนี้ 1. รับมือเชิงรุกด้านการค้า โดยต้องเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อความชัดเจนในนโยบายภาษีของทรัมป์ ขณะเดียวกันภาคการส่งออกต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งภาครัฐต้องเจาะลึกข้อมูลตลาดระดับรัฐ (State level) เพื่อให้วางแผนการค้าได้แม่นยำ ลดผลกระทบจากมาตรการกีดกัน 2. ออกมาตรการช่วยเหลือ SMEs และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนและกำแพงภาษี รวมถึงการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ และต้องตรงจุด 3. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยรัฐบาลต้องเปลี่ยนจากการแจกเงินฟรีเป็นการให้ความช่วยเหลือควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) เช่นเดียวกับโมเดลของสิงคโปร์และเวียดนาม เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ สำหรับนโยบายระยะสั้น ที่อยากเสนอรัฐบาลชุดใหม่ คือ การใช้ประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่มหาศาลกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลต้องเร่ง ‘ลอกท่อการลงทุน’ แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อให้เกิดการลงทุนจริง โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) แต่ต้องไม่หยุดเพียงการดึงทุนเข้าไทย ต้องพัฒนาแรงงานให้รองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับระยะยาว ประเทศไทยควรโฟกัสอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ 4–5 กลุ่ม เช่น เกษตร อาหาร ท่องเที่ยว สุขภาพ และบริการคุณภาพสูง โดยนำเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะแรงงานมาผสาน เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่ระดับโลก ซึ่งจะช่วยดันอัตราการเติบโตของจีดีพีจากราว 1-2% ขึ้นสู่ 4–5% ได้ในอนาคต
นายสมชาย กล่าวว่า ยอมรับว่า ประเทศเวียดนามมีความได้เปรียบจากการพัฒนาการศึกษาและแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้น โดยการที่ จีดีพีเศรษฐกิจของเวียดนามขึ้นสูงนั้น มองว่า ไทยอาจได้รับผลกระทบในด้านการแข่งขันสินค้า บริการ การท่องเที่ยว และการลงทุน ไปบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นเสียเปรียบทั้งหมด หากไทยเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาขีดความสามารถของตนเองอย่างจริงจัง แต่ถ้าหากไทย ยังไม่เริ่มปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ก็อาจตกอยู่ในสภาวะ “ทศวรรษที่หายไป” (Lost Decade) เหมือนญี่ปุ่นในช่วงปี 1990 ที่เศรษฐกิจโตเพียง 1% ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ ชี้ ศก.ไทยเจอแรงกดดันรอบด้าน แนะลอกท่อดันลงทุน–ปั้นแรงงานอุตฯ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th