โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Performative Male : 5 วิธีสอนลูกชายว่าไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 01.43 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่อาจเติบโตมากับยุคสมัยที่สอนว่า ‘เกิดเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง’ หรือ ‘ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอก’ แม้จะฟังเป็นคำสอนทั่วไป แต่มันกลับสร้างกรอบและค่านิยมที่ทำให้เด็กผู้ชายเติบโตขึ้นมาอย่างคนกลัวความอ่อนแอและไม่กล้าแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาในทางจิตวิทยา มีคำว่า Performative Male ใช้เรียกปรากฏการณ์ที่ผู้ชายต้องแสดงบทบาทความเป็นชาย ตามที่สังคมคาดหวัง เช่น ต้องแข็งแกร่ง ต้องควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ ต้องไม่อ่อนไหว ไม่ร้องไห้ และเป็นคนที่พร้อมจะปกป้องคนอื่นตลอดเวลา แม้ในวันที่ตัวเองกำลังเจ็บปวดหรือเหนื่อยล้า ผู้ชายจำนวนมากก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรร้องไห้ หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอการเติบโตภายใต้แรงกดดันทำให้เด็กผู้ชายจำนวนไม่น้อยเรียนรู้ที่จะซ่อนอารมณ์ แทนที่จะเข้าใจและรับมือกับมันอย่างเป็นธรรมชาติ ในระยะยาว สิ่งนี้อาจกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ ความเห็นอกเห็นใจ และสุขภาพจิตของเขาเองดังนั้น การเลี้ยงดูที่ช่วยให้ลูกชายรู้ว่าการอ่อนแอไม่ใช่เรื่องผิด จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเบื้องหลังของ Performative Male มักเกิดจากความไม่มั่นคงภายในจิตใจ กลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวถูกมองไม่ดี การสร้างความเชื่อมั่นและนับถือตัวเองไม่ใช่การสอนว่าลูกต้องเข้มแข็งตลอดเวลา แต่คือการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้รู้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอและจำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลานั่นเอง1. ยอมรับทุกอารมณ์ของลูก แม้ในวันที่เขาอ่อนแอ

เด็กผู้ชายมักถูกสอนให้เก็บซ่อนความรู้สึก เพราะสังคมบอกว่าผู้ชายต้องเข้มแข็ง ต้องไม่ร้องไห้ แต่ในทางจิตวิทยา การได้แสดงอารมณ์คือพื้นฐานของการรู้จักตัวเอง ทุกครั้งที่ลูกเสียใจ กลัว หรือรู้สึกไม่มั่นคง แทนที่จะห้ามไม่ให้ลูกร้องไห้ หรือแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ลองเปลี่ยนเป็นการแสดงความเข้าใจ และแม่อยู่ข้างๆ ลูกเสมอ คำพูดลักษณะนี้คือการส่งสัญญาณบอกลูกว่า ความรู้สึกของลูกมีพื้นที่ให้วางเสมอ ลูกไม่ต้องรู้สึกผิดที่อ่อนไหวหรืออ่อนแอ เมื่อลูกได้เรียนรู้ว่าความรู้สึกไม่ใช่สิ่งต้องปิดบัง เขาจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่กล้ายอมรับหัวใจตัวเอง โดยไม่ต้องสวมบทผู้ชายที่แข็งแกร่งตลอดเวลา2. ให้คุณพ่อเป็นตัวอย่างของความเปราะบาง

งานวิจัยยังพบว่า ลูกชายเรียนรู้และพัฒนาความสามารถทางอารมณ์จากคุณพ่อโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นตอนต้น (อายุ 12–16 ปี) ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกชายกำลังสร้างอัตลักษณ์และมองหาตัวอย่างจากพ่อเป็นหลัก การที่คุณพ่อกล้าแสดงอารมณ์ เปิดใจให้ลูกเห็นความอ่อนแอและความเปราะบาง เป็นการสอนลูกโดยไม่ต้องบอกตรงๆ ว่า ผู้ชายก็รู้สึกได้ ผิดหวังได้ และขอโทษได้ การเห็นตัวอย่างจากคุณพ่อจะช่วยให้ลูกชายเข้าใจตัวเองมากขึ้น3. ปล่อยให้ลูกล้ม โดยไม่รีบบอกให้ลุก

เวลาที่ลูกพลาด หลายครั้งคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกลุกขึ้นทันที แต่บางครั้งการรีบเข้าไปแก้ไข อาจทำให้ลูกคิดว่าความผิดพลาดคือความล้มเหลว ดังนั้น การปล่อยให้ลูกเผชิญความผิดหวังและเรียนรู้จากความล้มเหลวด้วยตัวเองบ้าง ก็เป็นการเกิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะเข้มแข็งในแบบของตัวเองได้4. บอกลูกเสมอว่ามีคุณค่า

เด็กผู้ชายหลายคนเติบโตมากับความเชื่อว่าความสำเร็จจะทำให้ตัวเองมีคุณค่า ต้องเรียนได้ที่หนึ่ง ต้องเล่นกีฬาเก่ง หรือต้องทำให้มีคนชื่นชม แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือช่วยให้ลูกเห็นว่าคุณค่าไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่เกิดจากความพยายามและความตั้งใจ การให้กำลังใจลูกด้วยการชื่นชมความตั้งใจและความพยายาม จะช่วยให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเอง5. สร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ

ผู้ชาย Performative มักเติบโตในครอบครัวที่คอยสอนว่าต้องเข้มแข็ง ต้องไม่อ่อนแอ และไม่ควรแสดงความกลัวต่อหน้าคนอื่น แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ลูกทุกคนต้องการก็คือครอบครัวที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยพอที่จะเปิดใจและสามารถแสดงความอ่อนแอหรือหวาดกลัวออกมาโดยไม่ถูกหัวเราะ ล้อเลียน หรือกดดันให้รู้สึกไม่ดีเมื่อครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นมากพอ ลูกจะเริ่มเรียนรู้ที่จะจัดการกับความกลัวและความผิดหวังได้ด้วยตัวเองต่อไปอ้างอิงParentsTimesofindia.indiatimesอ่านบทความ ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้: คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกชายแบบนี้จริงเหรอ?!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...