โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 22.38 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2568 เวลา 22.38 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568

>> แม่พาลูกวัย 12 ค้าประเวณีญี่ปุ่น “ยาย” ช็อกวิ่งร้องปวีณาช่วย หลานปลอดภัยแล้วอยู่กับทางการญี่ปุ่น

10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน คุณยาย จากเพชรบูรณ์ร้องขอความช่วยเหลือ หลังสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ลูกสาววัย 29 ปี พาหลานสาววัย 12 ปี ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าประเวณีในร้านนวดที่ญี่ปุ่น ก่อนทั้งคู่ขาดการติดต่อหลายวัน ล่าสุดมูลนิธิปวีณายืนยันเด็กปลอดภัย อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น ขณะที่แม่ถูกจับที่ไต้หวันในข้อหาอยู่เกินกำหนดและพัวพันการค้าประเวณี

นางปวีณา หงสกุล เผยว่าได้ประสานกรมการกงสุล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจสากล ขอข้อมูลจากญี่ปุ่น–ไต้หวันเพื่อติดตามคดีโดยเร่งด่วน พร้อมชี้ไทยจริงจังในการคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์ และไม่ลงโทษเด็กหรือผู้ถูกบังคับค้าประเวณี ด้านยายเผยสุดช็อกเมื่อรู้หลานถูกพาไปค้าประเวณี หลังลูกสาวเคยไปทำงานนวดที่ญี่ปุ่นเพราะฐานะยากจน ก่อนเกิดแรงกดดันจากภาระเลี้ยงลูกจนตัดสินใจกระทำผิดครั้งใหญ่ มูลนิธิปวีณา เตรียมนำครอบครัวเข้าพบรอง ผบ.ตร. เพื่อผลักดันการช่วยเหลืออย่างรอบด้านต่อไป

>> เทศบาลนครตรัง แจ้งเหตุแอมโมเนียรั่วไหลเล็กน้อย พร้อมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

10.50 น. นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง มอบหมายให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครตรัง เข้าตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งเหตุแอมโมเนียรั่วไหลบริเวณซอย 13 ถนนวิเศษกุล โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเหตุ
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเหตุจากฝาถังบรรจุแอมโมเนียชำรุดภายในสถานประกอบการผลิตน้ำแข็ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถจำกัดวงของการรั่วไหลได้ทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 2 ราย มีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจจากการสูดดมสารแอมโมเนีย เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลตรังเพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นอาการปลอดภัยดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมและยืนยันว่า ไม่มีการรั่วไหลเพิ่มเติม แล้ว พร้อมทั้งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

>> จ.สตูล ประกาศเขตภัยพิบัติทั้งจังหวัด สั่งทุกอำเภอ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

12.00 น. จากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคใต้ตอนบนและทะเลจีนใต้ ร่วมกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณช่องแคบมะละกาและปลายแหลมมลายู ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของจังหวัดสตูล ส่งผลให้เกิดอุทกภัยใน 7 อำเภอ 26 ตำบล 171 หมู่บ้าน รวม 7,632 ครัวเรือน 21,920 คน มีผู้บาดเจ็บ 1 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน จากเหตุดินถล่มในพื้นที่อำเภอควนกาหลง โดยอำเภอที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ อำเภอควนโดน อำเภอละงู อำเภอเมืองสตูล และอำเภอควนกาหลง ขณะที่ทุกอำเภออยู่ระหว่างเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดครอบคลุม 7 อำเภอ 26 ตำบล 171 หมู่บ้าน รวม 7,632 ครัวเรือน 21,920 คน โดยเหตุรุนแรงที่สุดเป็นเหตุดินถล่มทับบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 11 ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ส่งผลให้ เด็กหญิง อายุ 9 ปี เสียชีวิต และ ชาย อายุ 28 ปี บาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลควนกาหลง ส่วนพื้นที่อื่นๆ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายจุด รวมทั้งอำเภอควนโดน ท่าแพ มะนัง ละงู เมืองสตูล และทุ่งหว้า โดยมีครัวเรือนถูกน้ำท่วมตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันครัวเรือนในบางอำเภอ

>> รวบช่างซ่อมแสบ ก่อเหตุ "หลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้า" ตรวจสอบพบประวัติคดีเพียบ

13.29 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย (กองบังคับการตำรวจทางหลวง) ร่วมจับกุมตัว นายสุ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯและฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ บริเวณหน้าร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ทราบเลขที่ ในพื้นที่ หมู่บ้านบก อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี

พฤติการณ์ เมื่อประมาณปลายปี 2566 ผู้เสียหายรายหนึ่งสั่งซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบ Inverter พร้อมติดตั้ง จำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 40,000 บาท ผู้ต้องหานัดวันเข้าติดตั้ง แต่ในวันนัดกลับอ้างว่ารถเสีย ก่อนปิด เฟซบุ๊ก หายไป ผู้เสียหายจึงแจ้งความ และศาลแขวงขอนแก่นออกหมายจับ และเมื่อปี 2567 มีผู้เสียหายอีกหนึ่งรายถูกหลอกสั่งซื้อตู้คอนโทรลไฟฟ้า ราคา 7,000 บาท โดยได้รับใบเสร็จส่งของจริง แต่เมื่อตรวจสอบกับบริษัทขนส่งพบว่าชื่อผู้รับเป็นบุคคลอื่น และไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ สุดท้ายผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามผู้กระทำผิดทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จนสืบสวนทราบว่า นายสุ ได้หลบหนีมาทำงานอยู่ในพื้นที่ ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี จึงเข้าจับกุม

โดยผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และรับว่า ตนเองสร้าง เฟซบุ๊ก ปลอม และแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มช่างซ่อม และนำภาพเครื่องมืออุปกรณ์ของคนอื่นที่น่าเชื่อถือ มาโพสต์ประกาศขาย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ และโอนเงินให้แล้ว ก็จะปิด เฟซบุ๊ก หนี และจะสร้างใหม่ โดยใช้วิธีการลักษณะนี้หลอกเหยื่อไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติคดีผู้ต้องหา พบว่าเมื่อปี 2556 เคยถูกศาลจังหวัดพิพากษาให้จำคุก 3 ปี หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 2562-2566 ก็ได้รับโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อ ออกจากเรือนจำ ก็ได้ใช้เฟซบุ๊ก ปลอมมาก่อเหตุหลอกขายเครื่องมือช่าง และได้ถูกศาลออกหมายจับ จนกระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้

>> กรมชลฯ ปรับลดการระบายน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา เหลืออัตรา 2,270 ลบ.ม./วิ

14.00 น. กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,430 ลบ.ม./วิ แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
และตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 2,369 ลบ.ม./วิ เหลืออัตรา 2,270 ลบ.ม./วิ ภายในเวลา 04.00 น. ของวันพรุ่งนี้(24 พ.ย.68) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง

ปริมาณน้ำทางตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่างผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้สอดคล้องกับการขึ้นลงของน้ำทะเล ร่วมกับใช้สถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณคลองชายทะเล เร่งระบายน้ำออกทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ ตชด. กลางถนนสายห้วยตะแปด - พุหวาย

15.05 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนสายห้วยตะแปด - พุหวาย บริเวณทางเข้าสนามกอล์ฟ ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน เพชรบุรี ลักษณะชนกับรถกระบะ สีขาว ป้ายทะเบียน 552 ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นยศ สิบตำรวจเอก สังกัด ตชด. ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ

>> พายุลมหมุน ถล่มควนขนุน เพียง 3 นาที บ้านพังกว่า 70 หลังคาเรือน – ชาวบ้าน เผยเสียงดังเหมือนเครื่องบินก่อนลมพัดถล่ม

15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดพายุลมหมุนพัดถล่มในพื้นที่ 2 ตำบลของอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้แก่ หมู่ 9 และหมู่ 11 ตำบลโตนดด้วน และหมู่ 5 หมู่ 9 และหมู่ 10 ตำบลดอนทราย สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

แรงลมทำให้ต้นไม้หักโค่น พืชผักสวนครัวลู่เอน บ้านเรือนกว่า 70 หลังคาเรือนถูกพายุพัดหลังคาปลิว ข้าวของในบ้านพังจากกระเบื้องและเพดานหล่นทับ บางจุดต้นไม้ล้มขวางถนนและทับหลังคาบ้าน เจ้าหน้าที่เทศบาลต้องเร่งนำเลื่อยยนต์เข้าตัดเคลียร์พื้นที่ทันที

ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลโตนดด้วน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไม่มีฝนตก แต่ได้ยินเสียงดังคล้ายเครื่องบินบินต่ำ จึงออกมาดูและพบพายุลมหมุนกำลังพัดแรงจนหลังคาบ้านเพื่อนบ้านปลิว เธอต้องรีบวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน พายุพัดต่อเนื่องประมาณ 3 นาที ก่อนสงบลง และมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ เธอยอมรับว่า “ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยเห็นลมแรงขนาดนี้มาก่อน”

ขณะนี้เทศบาลโตนดด้วนและอำเภอควนขนุน เร่งสำรวจความเสียหายและเตรียมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการด่วน.

>> นายกฯ อนุทิน ขึ้นรถยกสูงลุยน้ำ ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ น้ำดื่ม ให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย จ.สงขลา

16.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายธนกร วังบุญคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมเยี่ยม และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มารายงานสถานการณ์ และให้การต้อนรับ

สำหรับกำหนดการของนายกรัฐมนตรี และคณะจะเดินทางไปคือ ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย จากนั้นจะเดินทางต่อไปที่ ศูนย์บัญชาการเทศบาลนครหาดใหญ่ พบปะประชาชนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงครัวพระราชทาน และแจกจ่ายอาหารปรุงสำเร็จรวมถึงถุงยังชีพ
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางไปที่พื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อแจกถุงยังชีพ เยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่

>> "น้ำท่วมหาดใหญ่" คลอง 30 เมตรน้ำเริ่มลดลง ผู้ประสบภัยเผย น้ำสูงกว่าปี 53

16.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในตัวเมืองหาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย คลอง 30 เมตร ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยบริเวณแยกสามชัย ถนนธรรมนูญวิถี บางช่วงยังมีน้ำท่วมสูงระดับเข่า รถมอเตอร์ไซต์ไม่สามารถสัญจรได้ มีรถยนต์ได้รับความเสียหายจอดเเน่นิ่งอยู่หลายคัน คาดถูกกระแสน้ำพัดลอยมากีดขวางทางจราจร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นางสาวดารารัตน์ หนึ่งในผู้ประสบภัย เปิดเผยว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนสูงกว่าปี 2553 น้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไม่สามารถเก็บอุปกรณ์ทำมาหากินได้ทันและเกิดความเสียหาย เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่ยังดีที่มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ ตอนนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการคือ การเยียวยาเครื่องมือทำมาหากิน พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหาดใหญ่ เร่งซ่อมแซมเครื่องจ่ายน้ำ เนื่องจากมีความจำเป็นในการอุปโภค ส่วนไฟฟ้าตอนนี้สามารถใช้งานได้ตามปกติเเล้ว ก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ส่วนที่ ถนนเสน่หานุสรณ์ ยังคงมีน้ำท่วมขังรอระบาย ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โรงแรม และกิจการต่าง ๆ ขณะที่ทางโรงแรม มีการว่าจ้างรถกระบะยกสูง ขนส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ติดค้างอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยราษฎร์พัฒนา 25 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

16.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยราษฎร์พัฒนา 25 ถนนรามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายอาหาร และใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องพักพนักงาน เพลิงลุกไหม้พัดลมตั้งโต๊ะ ลุกลามที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า

>> ดินสไลด์ ทับบ้านเรือนที่อำเภอธารโต มีประชาชนเสียชีวิต 1 ราย จ.ยะลา

17.00 น.มีรายงานว่า ได้เกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านเรือนของประขาชนในพื้นที่ ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา โดยเหตุเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 1 บ้านพิกุลทอง ตำบลคีรีเขต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

ภายหลังจากที่ ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ เป็นเหตุให้ นายสุภโชค เสียชีวิตทันทีอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว

ขณะที่ นายรุ่งโรจน์ สะท้าน นายอำเภอธารโต/ผอ.ศปก.อ.ธารโต มอบหมายให้ นายสัญญา สีหหมนตรี ปลัดอำเภองาน ปภ. พร้อมด้วยนางสาวนงนุช ยงยศยิ่ง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือ โดยในที่เกิดเหตุ จนท.ต้องใช้รถ jcb ในการนำร่างของผู้เสียชีวิตออกจากบ้าน ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลอ.ธารโต

>> สาวหล่อฉุนขาด คว้ามีดแทงเพื่อนบ้านเจ็บสาหัส โดนปั่น-พูดเสี้ยมเชิงชู้สาวใส่แฟนไม่เลิก

18.08 น. สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุว่า มีพลเมืองดีช่วยเหลือพาตัวผู้บาดเจ็บถูกอาวุธมีดแทง มาขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา บริเวณจุดบริการประชาชนหน้าโลตัส สุขุมวิท เทพประสิทธิ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังปฐมพยาบาล น.ส.สอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ผู้บาดเจ็บถูกมีดแทงบริเวณใต้ราวนมซ้าย 1 แผล ลึกประมาณ 2 นิ้ว อาการจุกแน่นหน้าอก ระหว่างช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลเพียงสั้นๆ ว่าผู้ก่อเหตุเป็น “ทอมบอย” เพื่อนบ้านที่มีปัญหาผิดใจกัน เมื่อวานผู้ก่อเหตุได้บุกมาทุบกระจกห้องพักจนเสียหาย ก่อนเจ้าหน้าที่จะเร่งนำส่งรักษาต่อที่ รพ.พัทยาปัทมคุน

ต่อมา ตำรวจได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องแถวให้เช่ารายเดือน ภายในซอย 5 เทพประสิทธิ์ (จุฬารัตน์) พบชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวสาวทอมบอย ผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบชื่อคือ น.ส.จอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ตรวจพบอาวุธมีดพกแบบพับได้ซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม น.ส.จอ ให้การว่า ผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนข้างห้อง และยังเป็นญาติกับ น.ส.ออ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี แฟนสาวของตน ต้นเหตุปัญหาเกิดจากผู้บาดเจ็บชอบสูบกัญชา และเมื่อมึนเมามักพูดจาแขวะใส่แฟนสาวของเธออยู่เสมอ เช่น “เนี่ย กูกับแฟนมึงเพิ่งเปิดโรงแรมไปนอนด้วยกันมา” รวมถึงพูดจาใส่ร้ายในทำนองคล้ายกันหลายครั้ง
คำพูดดังกล่าวทำให้ น.ส.ออ เกิดอาการคิดมากทุกครั้ง จนตนต้องทะเลาะกับแฟนอยู่เป็นประจำ บางครั้งหนักถึงขั้นถูกแฟนทำร้ายร่างกาย ซึ่งเธอยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง และเป็นเพียงคำก่อกวนของผู้บาดเจ็บ เมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยความโมโหจึงได้ไปทุบกระจกบานเกล็ดห้องพักผู้บาดเจ็บจนแตก กระทั่งวันนี้ผู้บาดเจ็บพูดจาแขวะใส่อีกครั้ง ทำให้บันดาลโทสะ ใช้อาวุธมีดแทง 1 ครั้งจนเกิดเหตุดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด ตามกฎหมายต่อไป

>> จ.นราธิวาส ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำคลองในคลองต่างๆ ในพื้นที่ อ.ยี่งอ เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร กระทบแล้ว 7 ตำบล

18.10 น. จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้ปริมาณน้ำภายในคลองต่างๆ ในพื้นที่ อำเภอยี่งอ เพิ่มสูงขึ้นบล ประกอบกับน้ำป่าที่ไหลมาขากภูเขา เข้ามาสมทบ ทำให้พื้นที่ 7 ตำบล ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะบริเวณเขตเทศบาลตำบลยี่งอ และตำบลละหาร น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรของประชาชน ล่าสุด นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้รุดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการอำเภอประสานการปฏิบัติร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยมายังศูนย์อพยพพักพิง และกำชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชน

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายอำเภอยี่งอ ได้ลงตรวจเยี่ยมประชาชนยัง ศูนย์อพยพผู้ประสบภัยเทศบาล ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่ยังคงติดอยู่ ภายในบ้านเนื่องจากน้ำสูงไม่สามารถเดินทางออกได้ ทางอำเภอ ได้ประสาน หน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อนำรถยกสูงและเรือ เข้าไปได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ

ภาพรวมในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว 7 ตำบล ประกอบด้วย ต.ละหาร ต.ยี่งอ ต.ลุโบะบือซา ต.ลุโบะบายะ. ต.จอเบาะ และ ต.ตะปอเยาะ ประชาชนได้รับความเดือนร้อน 1,694 ครัวเรือน 6,776 คน ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

>> เด็กหญิงชั้น ป.6 ถูกกลุ่มเด็กคู่อริดักรุมทำร้าย แม่สุดทนพาเข้าแจ้งความ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด จ.นนทบุรี

19.00 น. นางออ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วุฒิกิจ บัวนวล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี บุตรสาว ถูกกลุ่มเด็กหญิงและชายประมาณ 5 คน ดักตบและทำร้ายร่างกาย โดยมีคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ที่ผ่านมา ขณะที่ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังเล่นกีฬาอยู่กับเพื่อนที่สวนเด็กเล่นภายในหมู่บ้าน ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้มีกลุ่มเด็ก ด.ญ.มอ ด.ช.ชอ ด.ช.รอ ด.ช.คอ (นามสมมุติ) และเด็กชายอีกจำนวน 1 คน (ไม่ทราบชื่อ) ได้เข้ามาหาเรื่องโดย ด.ญ.มอ ได้พูดจาท้าทาย ด.ญ.เอ จากนั้นใช้มือดึงผมและตบตบตีหลายครั้ง โดยมีเด็กชายและเด็กหญิงทั้งหมด ยืนคุมเชิงอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ โดยมี ด.ช.ชอ เป็นผู้บันทึกภาพ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบคลิปวิดีโอและร่างกาย ด.ญ.เอ จึงได้ส่งตัวผู้บาดเจ็บไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลไทรน้อย

ด.ญ.เอ ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ขณะกำลังเล่นวอลเลย์บอลกับเพื่อน ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาทำร้ายร่างกายตน โดยหาว่าตนไปมีเรื่องกับเพื่อนเขา หาว่าตนพูดไม่ดีว่าเขาในออนไลน์ แต่ตนไม่รู้จักคนที่มาทำร้าย แต่ทราบว่าเขาจะไปมั่วสุมอยู่กับบ้านรุ่นพี่ของตน ซึ่งคนที่ตนมีเรื่องด้วยก็ไม่ได้มา เขามากับเพื่อนอีก 4 คนแต่เพื่อนเขาไม่ได้มาร่วมทำร้าย เหมือนจะมาเชียร์มากกว่า ซึ่งทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และแก้มขวา ตนได้เข้าแจ้งความไว้แล้วจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะไม่ได้รู้จักกันแต่มาทำร้าย

ทางด้าน มารดา กล่าวว่า เมื่อเวลา 18.00 น. เพื่อนของลูกสาวได้มาบอกว่าลูกสาวตนโดนตบ ตอนแรกเขาจะไม่ยอมบอกตนเพราะคู่กรณีขู่ไว้ว่าถ้าหากบอกผู้ใหญ่จะมาทำร้ายอีกเอาให้หนักกว่าเดิม แต่เพื่อนเขาตัดสินใจมาบอกตน ก็ขอชมเชยเพื่อนของลูกสาวด้วยที่กล้ามาบอก ถ้ามีเรื่องแบบนี้บอกผู้ใหญ่ดีที่สุด เด็กๆ อย่าตัดสินกันเอง ซึ่งเรื่องนี้ได้แจ้งความไว้แล้ว ตำรวจได้รับเรื่องและส่งตัวมาตรวจร่างกายไว้ก่อนที่จะติดตามตัวต่อไป ตนจะดำเนินคดีถึงที่สุดเอาให้ติดคุกตนไม่ยอม พ่อแม่ทุกคนถ้าเห็นลูกเจ็บก็เท่ากับว่าพ่อแม่เจ็บด้วย ตนเห็นคลิปแล้วก็โกรธจนตัวสั่นเลย ปกติเคยเห็นคลิปลูกชาวบ้านก็ไม่รู้สึกอะไร แต่คราวนี้มาเจอเป็นลูกของตนเองก็ทนไม่ไหว ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกของคนอื่นอีก ส่วนคู่กรณีก็ไม่รู้จักไม่รู้ว่ามาจากไหน

เบืัองต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรงจสอบบุคคลในคลิปวิดีโอว่าเป็นใคร เพื่อติดต่อผู้ปกครองให้พามารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนประสานสหวิชาชีพเพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...