โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

สอนลูกให้ไม่ยอมแพ้ (GRIT) : 5 วิธี สอนลูกแม้ในวันที่ล้มเหลว

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 00.58 น. • Features

ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกล้มเหลว แต่ในความเป็นจริง การล้มเหลวคือบทเรียนที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ เด็กบางคนเลือกถอยเมื่อเจอความผิดหวัง ขณะที่บางคนกลับลุกขึ้นสู้และใช้ความผิดพลาดเป็นแรงผลักให้ตัวเองเติบโตและพัฒนา ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์หรือโชค แต่เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า GRIT ซึ่งหมายถึง ความมุ่งมั่นและความอดทนที่จะเดินหน้าต่อแม้ในวันที่ยากลำบากการ สอนลูกให้ไม่ยอมแพ้ อะไรง่ายๆ ไม่ได้หมายถึงการบังคับให้ลูกต้องเป็นผู้ชนะทุกสถานการณ์ แต่คือการสอนให้รู้ว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบของการลงมือทำ และการรู้จักพยายามต่อไปต่างหากที่สำคัญกว่าผลลัพธ์ GRIT ถูกทำให้เป็นที่รู้จักโดย Angela Lee Duckworth—นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ที่อธิบายว่า ความสำเร็จในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์หรือระดับ IQ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความหลงใหลและความพยายามอย่างต่อเนื่อง เธอได้ศึกษานักเรียนและกลุ่มตัวอย่างหลากหลาย ตั้งแต่นักเรียนเตรียมทหาร ผู้เข้าแข่งขันการสะกดคำระดับชาติ ไปจนถึงพนักงานอาชีพต่างๆ ผลการวิจัยชี้ชัดว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะเดินไปสู่เป้าหมายระยะยาว เหมือนนักวิ่งมาราธอนที่วิ่งไม่หยุดแม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนดังนั้นการ สอนลูกให้ไม่ยอมแพ้ จึงไม่ใช่แค่การผลักดันให้ลูกเก่งหรือชนะทุกอย่าง แต่คือการปลูกฝังให้ลูกเรียนรู้ที่จะไม่ยอมแพ้ต่อเส้นทางของตัวเอง มีความเชื่อมั่นในความพยายาม และเข้าใจว่าความล้มเหลวเป็นเพียงก้าวหนึ่งในเส้นทางของการเติบโต1. เริ่มจากทัศนคติของคุณพ่อคุณแม่

ครอบครัวที่ทำให้ลูกกล้าลองและไม่กลัวผิดพลาดคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความมุ่งมั่น เมื่อลูกทำผิดพลาด คุณพ่อคุณแม่จะไม่รีบตำหนิหรือต่อว่า แต่กลับชวนให้คิดว่าควรทำอย่างไรให้ทุกอย่างดีขึ้นในครั้งหน้า ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าความล้มเหลวไม่ได้น่ากลัว แต่เป็นแรงผลักดันให้ลูกกล้าที่จะแก้ไขหรือลองทำสิ่งใหม่มากขึ้นเรื่อยๆในทางตรงกันข้าม ครอบครัวที่ยึดติดกับผลลัพธ์มากเกินไป เช่น ต้องสอบได้คะแนนดี ต้องชนะ หรือทำได้ดีกว่าคนอื่นเสมอ นี่แหละที่ทำให้ลูกกลายเป็นคนที่กลัวความผิดพลาดต่อไปในอนาคต2. ชมลูกที่ความพยายาม ไม่ใช่ผลลัพธ์

แม้คำชื่นชมจะมีคุณค่า แต่ที่มาของคำชมก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น ถ้าคุณพ่อคุณแม่รอที่จะชื่นชมลูกว่า ‘เก่งจังที่ชนะจนได้รางวัลมา’ ลูกอาจเข้าใจว่าคุณค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับความสำเร็จ หรือต้องทำสำเร็จเท่านั้น ถึงจะได้รับคำชมจากคุณพ่อคุณแม่ แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นชื่นชมว่า ‘แม่เห็นลูกตั้งใจจริง แค่นี้แม่ก็ภูมิใจมาก’ ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้ลูกประสบความสำเร็จก็จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่า ในสายตาอคุณพ่อคุณแม่ ความพยายามของลูกมีค่าและสำคัญไม่น้อยไปกว่าผลลัพธ์สุดท้ายเลย3. ช่วยลูกหาสิ่งที่รัก มากกว่าบังคับให้พยายาม

บางคนอาจเข้าใจว่าความมุ่งมั่นคือการดันทุรังที่จะสู้หรือพยายามเอาชนะให้ได้ทุกสถานการณ์ แต่ความพยายามที่แท้จริงจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อลูกมีความสุขและความหมายในสิ่งที่ทำ ลูกจะพยายามได้จริงก็ต่อเมื่อรู้สึกว่ากำลังทำสิ่งที่รัก หรือสิ่งที่มีคุณค่าต่อใจเพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำไม่ใช่บังคับให้ลูกอดทนกับทุกอย่าง แต่ช่วยให้ลูกค้นหาสิ่งที่อยากทำ เมื่อได้ทำสิ่งที่รัก ความพยายามจะไม่ใช่ภาระ แม้เหนื่อยก็ยังอยากทำต่อ เพราะรู้สึกว่ากำลังเติบโตและได้เรียนรู้จากสิ่งนั้นจริงๆ4. ครอบครัวคือพื้นที่ปลอดภัยของการเติบโต

ความมุ่งมั่นไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน มันค่อยๆ ก่อตัวจากประสบการณ์เล็กๆ ที่ลูกได้เผชิญความยาก แล้วเลือกจะลุกขึ้นอีกครั้ง ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ข้างๆ โดยไม่ตัดสิน ลูกจะเรียนรู้ว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตวันหนึ่งเมื่อลูกต้องออกไปเผชิญโลกด้วยตัวเอง ลูกจะไม่กลัวความผิดพลาดอีกต่อไป5. ให้ลูกเห็นว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

เวลาคุณพ่อคุณแม่ต้องเจองานยาก ลองเล่าให้ลูกฟังว่า แม่ทำงานนี้หลายรอบแล้วยังไม่ได้ดังใจเสียที แต่แม่ก็จะลองอีกทีและทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ การที่ลูกเห็นว่าแม้แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ยังมีสิ่งที่ทำไม่สำเร็จ และต้องใช้ความพยายามต่อไปเช่นกัน จะทำให้ลูกเชื่อว่าความล้มเหลว ผิดพลาด และต้องพยายามแก้ไขเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนครอบครัวที่ปลูกฝังด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะทำให้ลูกเข้าใจว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนต่างอยู่บนเส้นทางของการเรียนรู้ด้วยกันทั้งสิ้น และเมื่อถึงวันที่ลูกต้องเผชิญปัญหา ลูกจะไม่รู้สึกว่าตัวเองล้มเพียงลำพัง ถ้าคุณพ่อคุณแม่เชื่อในคุณค่าของความพยายาม ลูกก็จะเป็นคนที่ไม่กลัวความล้มเหลว เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะล้มกี่ครั้ง ก็ยังมีครอบครัวที่พร้อมจะเคียงข้างและเข้าใจเสมออ่านบทความ: ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้: 5 ทริกสอนลูกชาย ให้รู้จัก ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้อ้างอิงlittlesunshinereimaginepeacefulparentingistrong

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...