โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Gen Z ดัน ธุรกิจอาหาร โต 3 กลุ่มดาวรุ่งพุ่งแรง แม็คโครปรับกลยุทธ์รับ HoReCa

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 05.06 น.

ธุรกิจอาหาร สวนกระแสเศรษฐกิจชะลอ จากแรงขับผู้ประกอบการ Gen Z เน้นเดลิเวอรี 100% และ Casual Diningสร้างคอนเทนต์ ชี้ Casual Dining/Cloud Kitchen, ชาบู/หม้อไฟ และ Specialty Coffee ขึ้นแท่น 3 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งที่เติบโตเร็วที่สุด แม็คโครปรับกลยุทธ์รับ HoReCa โตแรง 28%

7 พฤศจิกายน 2568 -นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอภาพรวมและทิศทางธุรกิจอาหารไทยในเวที “HoReCa Trend Talk 2025” ภายใต้แนวคิด “Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตไม่สิ้นสุด” โดยเน้นย้ำว่า "ตราบใดที่อาหารยังเป็นปัจจัยหลัก ธุรกิจอาหารจะไม่มีวันหยุดนิ่ง" แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังคงเปราะบาง แต่ธุรกิจนี้ยังคงแสดงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นของผู้ประกอบการไทยในการปรับตัวและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

ข้อมูลจากแม็คโครเผยให้เห็นว่า ธุรกิจอาหารกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (อายุ 18-22 ปี) ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 8% จากปีก่อน กลุ่มนี้มีความโดดเด่นในการใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี เช่น การเปิดร้านฟิวชันคาเฟ่ หรือร้านเดลิเวอรีเต็มรูปแบบที่สามารถสร้างยอดขายหลักแสนบาทต่อเดือน ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญของตลาดอาหารไทย

3 กลุ่มธุรกิจร้านอาหารเติบโตเร็วที่สุด

จากการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ของแม็คโคร พบว่า 3 ประเภทธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุด ประกอบด้วย:

  • Casual Dining & Cloud Kitchen (+28%): ร้านอาหารไทยสไตล์ร่วมสมัยที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหา (Content) และการใช้ช่องทางเดลิเวอรีเป็นหลักในการเข้าถึงลูกค้า
  • ร้านชาบูและหม้อไฟ (+25%): ยังคงได้รับความนิยมสูงในทุกกลุ่มอายุ โดยปัจจัยความสำเร็จมาจากความคุ้มค่าและความหลากหลายของเมนู
  • ร้านกาแฟ (Specialty Coffee) และเบเกอรี่ (+25%): เน้นการลงทุนในวัตถุดิบเฉพาะทางและการออกแบบร้านที่สวยงามเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการถ่ายภาพและแบ่งปันบนสื่อสังคมออนไลน์

การเติบโตของทั้ง 3 กลุ่มนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ได้แสวงหาเพียงอาหารเท่านั้น แต่ยังมองหา ประสบการณ์ใหม่และคุณค่าทางอารมณ์ จากการรับประทานอาหารอีกด้วย

กลยุทธ์แม็คโคร: จากวัตถุดิบถึงบริการดิจิทัล

เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการกลุ่ม HoReCa (Hotel, Restaurant, Catering) ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 550,000 ราย แม็คโครได้วางกลยุทธ์ในการเป็น “โซลูชันพาร์ทเนอร์” อย่างครบวงจร:

  • การจัดการต้นทุนและคุณภาพ: พัฒนาสินค้าแบรนด์ในเครือ เช่น aro และ savepak เพื่อให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังต่อยอดสินค้ากลุ่ม Ready to Eat / Cook / Bake (RTE/RTC/RTB) เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและช่วยควบคุมคุณภาพอาหารให้มีความสม่ำเสมอ
  • แพลตฟอร์มและโลจิสติกส์: พัฒนาแพลตฟอร์ม makro PRO ซึ่งมียอดสั่งซื้อจากกลุ่ม HoReCa เพิ่มขึ้นกว่า 27% พร้อมทั้งขยายกองรถจัดส่งทั่วประเทศกว่า 3,600 คัน และบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง รวมถึงการเตรียมเปิดบริการจัดส่งช่วงเช้า เพื่อให้ร้านอาหารได้รับสินค้าสดใหม่ทันเวลาเปิดทำการ

นอกจากนี้ แม็คโครยังคงเดินหน้าโครงการ “แม็คโคร ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกขนาดให้สามารถกลับมายืนหยัดได้ในภาวะเศรษฐกิจท้าทาย ผ่านการจัดเวิร์กชอปพัฒนาเมนู การเปิดพื้นที่วางขายสินค้าในสาขา และการจัดโปรโมชั่นสินค้าหลักเพื่อช่วยเพิ่มอัตรากำไร

ธุรกิจอาหารไทยมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด

นายธนิศร์สรุปทิ้งท้ายว่า "ในโลกของธุรกิจอาหาร โอกาสอยู่รอบตัวทุกคน" และยืนยันความมุ่งมั่นของแม็คโครในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแก่นของงานที่ชี้ให้เห็นว่า แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยการผสมผสานระหว่างพลังของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การปรับใช้เทคโนโลยี และการสนับสนุนด้านซัพพลายเชน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ "ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด" อย่างแท้จริง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...