‘สิทธิพงษ์’ หนึ่งในผู้บุกเบิกแบรนด์ La Lune มาการองสูตรลับที่มีรากมาจาก ‘ดาราเทวี’ มาการองราคาน่ารักบนสถานี BTS ยอดขาย 2 แสนชิ้น
เวลาที่เดินผ่านไปมาน่าจะสังเกตเห็น ‘มาการอง’ (Macaron)บนสถานี BTS ราคาน่ารักๆ เริ่มต้น 30 บาท (ไม่เกิน 100 บาท) ในชื่อแบรนด์ว่า La Lune Macaron & Pastriesหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสูตรลับเริ่มต้นของขนมหวานสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสยี่ห้อนี้ มาจาก ‘ดาราเทวี เชียงใหม่’ โรงแรมหรู 5 ดาวแห่งแรกของ จ.เชียงใหม่
คนรุ่นใหม่ที่รู้จักแบรนด์นี้มักเรียนสั้นๆ ว่า มาการอง ลาลูน แบรนด์ที่ตอนนี้วางขายในหลายจังหวัดหลังบุกเบิกตลาดกรุงเทพฯ เป็นที่แรก ปัจจุบันมีประมาณ 60 สาขา เช่น บนสถานีรถไฟฟ้า BTS, เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, กูร์เมต์ และยังมี OEM ให้อีกหลายแบรนด์ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี
คอยน์-สิทธิพงษ์ เนติพัฒน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ La Lune Macaron & Pastries ให้สัมภาษณ์กับ TODAY Bizview ไว้ว่า ลาลูน ได้เเตกเเบรนด์ออกจากดาราเทวี ประมาณ 3 ปี ซึ่งเมื่อก่อนเคยอยู่ภายใต้บริษัท วาว เเฟคเตอร์ จำกัด มหาชน (wow factor) จนตัดสินใจ spin off เเยกออกมาบริหารเอง
“ลาลูน เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า พระจันทร์ เราอยากสื่อสารให้รู้ว่าขนมมาการองจากทางร้านเป็นเหมือนของขวัญพิเศษจากพระจันทร์ (บนฟ้า)”
“จริงๆ ผมมองว่าการแข่งขันขนมประเภทนี้ (มาการอง) ไม่สูงมาก ในตลาดยังมีไม่กี่เจ้า ขณะที่สูตรมาการองเราได้ปรับสูตรนำมาประยุกต์ใหม่ จากขนมมาการองของดาราเทวี ซึ่งมีชื่อเสียงมานาน ทำแบรนด์และรสชาติให้ดูสนุกขึ้น”
[ เปลี่ยนชื่อแบรนด์ เพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบมาการอง ]
เมื่อถามว่า มาการองของดาราเทวีมีชื่อเสียงมานาน และคนไทยหลายคนน่าจะรู้จัก ทำไมเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็นลาลูน แทนการใช้ชื่อดาราเทวี?
คอยน์-สิทธิพงษ์ บอกว่า “เราอยากให้แบรนด์ดิ้งมีการปรับให้ดูสนุกสนานมากขึ้น เพื่อเปิดตลาดให้เด็กลง อยากเจาะกลุ่มรุ่นใหม่ เพราะเราแตกไลน์เข้าไปที่กรุงเทพฯ จับตลาดกลุ่ม 30 ลงมา ซึ่งถ้าใช้ชื่อ ดาราเทวี คนกลุ่มนั้นอาจจะไม่รู้จัก รู้สึกไม่อิน และรู้สึกว่าไม่น่าสนใจก็ได้”
“ปัจจุบันลาลูนมีสินค้าหลักเป็นขนมมาการอง แต่ก็มีเบเกอรีอื่นๆ อยู่บ้าง ซึ่งจำนวนมาการองที่ผลิตแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 200,000 ชิ้น ส่วนยอดขายอยู่ที่ประมาณ 160,000-200,000 ชิ้นต่อเดือน”
เขายังบอกด้วยว่า สเต็ปต่อไปก็คือการบุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้มีประเทศจีนที่กำลังสนใจลาลูน และอยู่ระหว่างการพูดคุยกัน
[ หมวกอีกใบ = ผู้บริหารโรงแรมในเชียงใหม่ ]
นอกจากขนมมาการองลาลูน ‘คอยน์-สิทธิพงษ์’ ยังสวมหมวกอีกใบก็คือ ซีอีโอ โรงแรมฟลอรา ครีก (หรือชื่อเดิม กฤษดาดอย) และโรงแรมดาราเทวี
ในฐานะที่เป็นผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่เคยบริหารโรงแรมที่เกาะเต่า ปัจจุบันเขาดูแล 2 โรงแรมในตำนานของเชียงใหม่ แนวคิดการบริหารโรงแรมในรุ่นของเขาน่าสนใจ เพราะคอนเซ็ปต์อยู่ระหว่างความเป็นตำนานและความโมเดิร์นที่เสริมเข้าไป
อย่างโรงแรมฟลอรา คลีก ที่ยังเก็บความเป็นตำนานของกฤษดาดอย หรือความเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว, ร้านอาหารเฟื่องฟ้า ที่เพิ่งรีโนเวทไปและกลับมาเปิดให้บริการ 1 ธันวาคม, บ้าน 3 หลังที่เป็นซิกเนเจอร์ของกฤษดาดอย, บรรยากาศต่างๆ ภายในรีสอร์ต เป็นต้น
“เราพยายามจะทำให้รีสอร์ตแห่งนี้มีความทันสมัยมากขึ้น มีการปรับปรุงตึกที่พักที่ออกแบบให้เป็นแบบปราณเฮาส์ คล้ายกับโรงนาในยุโรป ผสมผสานกับความเป็นสวนดอกไม้เหมือนเมื่อก่อน ความเป็นกฤษดาดอยก็ยังคงอยู่ อยากให้คนที่มาเที่ยวที่นี่ได้ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งคุ้นเคยและความสดใหม่ที่เพิ่มเข้ามา”
“ด้วยความที่นี่มีธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร เราพยายามปรับให้เป็นมากกว่ารีสอร์ต คือเป็นพื้นที่ผู้คนสามารถมาฟื้นฟู พักผ่อน บำบัดกับธรรมชาติได้อย่างแท้จริง”
ที่ผ่านมาโรงแรมฯ ได้จับมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่นทั้งบริเวณแม่ริม ไปจนถึงต่างจังหวัดในภาคเหนือ เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น ทั้งในโรงแรม แล้วก็กิจกรรมที่อยู่โดยล้อม ให้พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ ‘หางดง’
ตัวอย่างผู้ประกอบการที่โรงแรมฯ ได้ร่วมมือเพิ่มกิจกรรมให้กับผู้มาเยือน เช่น
- ปางช้าง
- สนามขี่ม้า
- นวด/สปา
- การบำบัดเรกิ (การบำบัดด้วยเสียง)
- Ice Bath
“ในอนาคตเราเตรียมจะเปิดตัว public onsen เพื่อให้คนทั่วไปมาใช้บริการได้ ไม่ใช่เฉพาะแขกที่มาพัก เราพยายามเพิ่มกิจกรรมที่ตอบโจทย์คนหลายเจเนเรชั่น”
ขณะเดียวกัน คอยน์-สิทธิพงษ์ ยังดูแลโรงแรมในตำนานเมืองเชียงใหม่ อย่าง ดาราเทวี โรงแรมหรูที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของเชียงใหม่ ด้วยการเพิ่มกิมมิคต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
อย่างเช่น‘กาดดารา’ (ตลาดดารา) ที่เพิ่งเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา, ร้านอาหารฟิวชั่นหลายประเทศ เช่น จีน, อิตาเลียน
นอกจากนี้ อนาคตพยายามปรับให้พื้นที่ในดาราเทวีถูกใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ให้กลายเป็นเหมือน community mall ที่สามารถแวะเที่ยวได้ มีทั้งตลาด, ดนตรีสด, จุดถ่ายรูปชุดไทย ฯลฯ
“สำหรับตอนนี้เรายังไม่เน้นเรื่องรายได้ เพราะทุกอย่างเพิ่งเริ่ม แต่อยากจะเน้น awareness ทำให้คนรู้จักมากขึ้นก่อน”
ในมุมของ คอยน์-สิทธิพงษ์ กับกลยุทธ์การตลาดที่มองว่าจำเป็นต้องทำก็คือ การสื่อสารทางออนไลน์, การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ อย่างไรก็ตาม CEO Branding ซึ่งหลายๆ ธุรกิจทำสิ่งนี้ ส่วนตัวเขามองว่า เป็นเพียงการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ รู้ว่ากำลังซื้อของใคร โปรดักส์มาจากไหน แต่เขาเลือกชูโรงด้วยโปรดักส์มากกว่า
จะเห็นว่าสไตล์การบริหาร วิธีคิดเรื่องการทำธุรกิจของ คอยน์-สิทธิพงษ์ เป็นการเลือกต่อยอด การมิกซ์แอนด์แมตช์จากสิ่งที่มี สิ่งที่ดีอยู่แล้ว แล้วต่อยอดให้ดีขึ้น ความเรียบง่ายนี้ต้องอาศัยความมั่นคงทางวิธีการบริหารธุรกิจ ประสบการณ์ และความเฉียบขาดในการมองภาพรวมตลาด จากสาขาของลาลูนกว่า 60 แห่ง คงตอบได้บ้างว่าความสำเร็จเหล่านั้นเกิดขึ้นได้เพราะอะไร