ดุสิตธานีรุกเปิดโรงแรม 1,400 ห้องทั่วโลกปี 69 รับแผนบริหาร Pipeline 50 แห่งหลังทุบสถิติเซ็นสัญญา
กลุ่มดุสิตธานีเตรียมเปิดให้บริการห้องพักใหม่กว่า 1,400 ห้องในเอเชียและตะวันออกกลางเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง บริษัทสร้างสถิติลงนามสัญญาบริหารโรงแรมใหม่ 24 แห่งในปี 2568 ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ปรับยุทธศาสตร์เน้นโครงการ Conversion และ Brownfield เพื่อความคล่องตัวและสร้างผลตอบแทนได้รวดเร็วกว่าโครงการก่อสร้างใหม่
14 มกราคม 2569 - กลุ่มดุสิตธานีประกาศแผนยุทธศาสตร์การเติบโตในปี 2569 เน้นการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่จำนวนกว่า 1,400 ห้องในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ แผนการขยายตัวดังกล่าวเป็นผลต่อเนื่องจากการดำเนินงานในปี 2568 ที่บริษัทสามารถบรรลุข้อตกลงลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและทบทวนแผนการขยายธุรกิจ
ในการบริหารจัดการโครงการ บริษัทได้ปรับทิศทางสู่การเน้นโครงการประเภทการปรับปรุงอาคารเดิม (Conversion) และโครงการบราวน์ฟิลด์ (Brownfield) มากขึ้น เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการพัฒนาสั้นกว่าโครงการกรีนฟิลด์ (Greenfield) หรือการก่อสร้างใหม่แบบดั้งเดิม ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้ผลตอบแทนได้รวดเร็วและเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมคุณภาพแต่ละตลาด
นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาโครงสร้างแบรนด์เพื่อเจาะกลุ่มตลาดระดับบนที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ แบรนด์เดวาราณา-ดุสิต รีทรีตส์ (Devarana – Dusit Retreats) สำหรับกลุ่มลักชัวรีด้านสุขภาพ และ ดุสิต คอลเลคชั่น (Dusit Collection) สำหรับโรงแรมลักชัวรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
"ขณะนี้เรามีโรงแรมที่ลงนามในสัญญาและอยู่ระหว่างดำเนินการของกลุ่มดุสิตธานีอีกมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า" - นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดุสิตธานี
ในปี 2568 ดุสิตธานีได้ขยายฐานเข้าสู่ประเทศอินเดียอย่างมีนัยสำคัญด้วยการลงนามบริหารโรงแรมใหม่รวม 6 แห่ง และเริ่มเข้าสู่ตลาดซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งแรกผ่านโครงการดุสิตโฮเทล อัลอาฮซา ขณะที่ในญี่ปุ่นและอินโดนีเซียได้มีการขยายแบรนด์ดุสิต คอลเลคชั่น เพิ่มเติม สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทยังคงเดินหน้าโครงการในฟิลิปปินส์และเมียนมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย บริษัทมีการลงนามบริหารโครงการในพื้นที่ศรีราชา และเปิดให้บริการทานตะวันเต็นท์แคมป์ที่เชียงราย ซึ่งดำเนินงานภายใต้กรอบความยั่งยืน "ทรี ออฟ ไลฟ์" นอกจากนี้ โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานขนาดใหญ่ "ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค" ใจกลางกรุงเทพฯ ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนขีดความสามารถในการบริหารโครงการที่ซับซ้อนของกลุ่ม
ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีมีโครงการภายใต้การดูแลรวมทั้งสิ้น 296 แห่ง ใน 18 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นโรงแรมและรีสอร์ท 58 แห่ง และวิลล่าหรูเพื่อการเช่า 238 แห่ง ครอบคลุมทั้งหมด 9 แบรนด์ตั้งแต่ระดับไลฟ์สไตล์จนถึงลักชัวรี โดยในปี 2569 บริษัทคาดการณ์ว่าจะเป็นปีสำคัญในการเปิดดำเนินงานโรงแรมใหม่ในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
"กลุ่มดุสิตธานียังคงใช้หลักความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการมากกว่าการมุ่งขยายจำนวนโรงแรมเพียงอย่างเดียว" - นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดุสิตธานี
กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทนับจากนี้จะมุ่งเน้นการคัดเลือกสินทรัพย์และทำเลที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจและสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก