โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JT เปิดแผลใจพลาดโทษ UCL ยังตามหลอนถึงวันนี้

Soccersuck

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 06.08 น. • Soccersuck

จอห์น เทอร์รี่ เปิดเผยถึงบาดแผลในใจจากการพลาดจุดโทษนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2008 ซึ่งยังตามหลอกหลอนเขามาจนถึงวันนี้

ในเกมนัดนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับ เชลซี 1-1 แล้วต้องมาดวลกันถึงจุดโทษ เทอร์รี่ มีโอกาสพา "สิงห์บลูส์" คว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ เพราะถ้ายิงเข้าก็คว้าแชมป์เลย แต่เขากลับลื่นจนซัดพลาด แล้วสุดท้ายเป็น "ปีศาจแดง" ที่พลิกเอาชนะแบบดราม่า 6-5

เทอร์รี่ ยอมรับว่าหลังเกมเคยมีความคิดฟุ้งซ่านและสับสนอย่างหนัก แม้ไม่คิดทำร้ายตัวเอง แต่เหตุการณ์นั้นสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางจิตใจของนักฟุตบอลในยุคนั้น

"จนถึงตอนนี้ มันก็ยังหนักอยู่ในใจผมเลย แน่นอนว่าพอเวลาผ่านไปมันก็เบาลงบ้าง แต่ตอนที่ยังเล่นอยู่ คุณต้องลงสนามทุกสัปดาห์ ทุกฤดูกาล ต้องโฟกัสกับการแสดงต่อหน้าแฟนบอล รับแรงกดดันและความตื่นเต้นตลอดเวลา มันเลยเหมือนคุณพยายามแยกตัวเองออกจากความรู้สึกพวกนั้นได้บ้าง"

"แต่พอผมแขวนสตั๊ดแล้ว ผมไม่มีสมาธิแบบเดิม ไม่มีจังหวะชีวิตแบบนักเตะที่ต้องลงเล่นทุกสัปดาห์ มันเลยกระทบผมมาก บางคืนผมยังตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่า 'ใช่…มันเกิดขึ้นจริง' "

เทอร์รี่ เล่าต่อถึงวิธีรับมือกับเหตุการณ์นั้นว่า "ถามว่าผมจัดการกับมันยังไง? ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณก็แค่ต้องเดินหน้าต่อไป ผมโตมาในสภาพแวดล้อมที่ถ้าพ่อผมไม่พอใจ เขาก็แค่ตบหัวคุณเบา ๆ แล้วบอกให้ไปต่อ วันรุ่งขึ้นคุณก็ลุกขึ้นมา คิดแค่ว่าจะไปเข้าสกัดนักเตะที่ฟิต ๆ ในสนาม นั่นคือทัศนคติในยุคนั้น"

"ทุกวันนี้มันต่างออกไปมาก ซึ่งผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับฟุตบอลนะ"

เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาอยากมีใครสักคนให้พูดคุยด้วยในช่วงเวลานั้น

"พอมองย้อนกลับไป ผมหวังว่าตอนนั้นจะมีใครให้ผมได้คุยด้วย หลังจบเกม เรากลับไปที่โรงแรม ผมยืนอยู่ตรงชั้น 25 มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วคิดแต่ว่า 'ทำไม? ทำไมถึงเป็นแบบนี้?' "

"ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะกระโดดลงไปนะ แต่ในหัวมันมีความคิดสารพัดอย่างผุดขึ้นมา จากนั้นเพื่อน ๆ ก็เดินมาหาผม แล้วพาผมลงไปข้างล่าง"

เทอร์รี่ ทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกค้างคาใจว่า "ช่วงเวลาแบบนั้นแหละ ที่ทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า 'ถ้าเกิดว่า…' แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่มีวันรู้คำตอบจริง ๆ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...