เปิดความผิด 2 ข้อหา ป้านา บ้านโป่ง คดีตะโกนด่า ประยุทธ์
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ศาลแขวงราชบุรี ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของ นางวันทนา หรือ ป้านา บ้านโป่ง อายุ 64 ปี กรณียืนรอขบวนและตะโกนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่นางวันทนาได้ไปยืนดักรอขบวนรถนายกรัฐมนตรี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและตำหนิการทำงานของรัฐบาล แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว โดยมีภาพการลากตัวและปิดปาก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
ต่อมาในเดือนตุลาคม 2566 ศาลแขวงราชบุรีมีคำพิพากษาให้นางวันทนามีความผิด ลงโทษจำคุก 6 เดือน 10 วัน ปรับ 1,000 บาท โดยไม่รอลงอาญา ก่อนจะอนุญาตให้ประกันตัวภายหลังฟังคำพิพากษา ซึ่งภายหลังการตัดสิน นางวันทนาได้โกนผมของตนเองบริเวณหน้าศาลแขวงราชบุรี เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำพิพากษากลับ ยกฟ้องนางวันทนา โดยเห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ แต่ฝ่ายอัยการโจทก์ได้ยื่นฎีกา โดยให้เหตุผลว่าการกระทำของจำเลยเป็นการยืนอยู่ในพื้นที่หวงห้ามและพยายามวิ่งเข้าขวางขบวนรถนายกรัฐมนตรี อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ
ด้านนางวันทนาในฐานะจำเลย ได้ยื่นคำแก้ฎีกาโต้แย้ง โดยยืนยันว่าการกระทำของตนเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ คำสั่งห้ามไม่ให้ยืนอยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นคำสั่งที่เกินความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วน ส่วนพฤติการณ์การดิ้นรนขัดขืนและการกัดมือเจ้าหน้าที่ที่ปิดปากและปิดจมูกนั้น เป็นการป้องกันตัวเพื่อให้พ้นจากภยันตรายจากการขาดอากาศหายใจ ไม่ใช่การต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย อีกทั้งการจับกุมยังไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ล่าสุด ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่านางวันทนามีความผิด 2 ข้อหา ได้แก่ ส่งเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ส่วนข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานให้ยกฟ้อง โดยกำหนดโทษคุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปี ให้บำเพ็ญประโยชน์จำนวน 24 ชั่วโมง และให้มารายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดราชบุรีทุก 1 เดือน จนครบกำหนด 1 ปี
ภายหลังศาลมีคำพิพากษา นางวันทนาได้เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดราชบุรีทันที พร้อมเปิดเผยว่า ยังไม่ค่อยพอใจกับคำตัดสินมากนัก เนื่องจากเห็นว่าตนเป็นประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเสรีภาพและได้ใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่ก็พร้อมน้อมรับคำพิพากษาและปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกประการ พร้อมขอบคุณกลุ่มผู้ให้กำลังใจมาโดยตลอด และยอมรับว่ามีบางกลุ่มที่เห็นต่าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย โดยทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องเคารพและอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศ