ค้นแก่นผู้กำกับ ‘แจ็ค-วรรธนพงศ์’ เพราะศรัทธาในเรื่องที่จะเล่าจึงกล่าวสาธุ
a day magazine
อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • a day magazine“กูจะพาพวกมึงไปดู Business Model ที่ดำเนินการมานานต่อเนื่องกว่าสองพันปี”
“แล้วมันจะไม่ผิดกฎหมายเหรอ”
“ทำธุรกิจเหี้ยอะไรมันก็เสี่ยงหมดแหละ ง่ายๆ เลยนะ คือพวกเราจะเข้ามาบริหารวัดให้มันดัง”
เรารีแคปซีรีส์ ‘สาธุ 1’ มาให้อย่างสั้นที่สุดในสามประโยค เพื่อกระตุ้นความจำถึงซีรีส์มหากาพย์อันถ่ายทอดธุรกิจสีเทาภายใต้ความศรัทธาของผู้คนในศาสนา เนื้อหาถูกปล่อยออกมาเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว และเป็นที่พูดถึงจนเห็นได้ว่ามันดังเป็นพลุแตก จนเห็นได้ว่าขึ้นชาร์ตในหน้าแรกเน็ตฟลิกซ์เป็น ‘รายการทีวี 10 อันดับสูงสุดในไทยวันนี้’
อย่าลืมทดเลขวันที่ 4 ของเดือนธันวาคมไว้ในใจก่อนพนมมือ
ซีรีส์ ‘สาธุ 2’ จะขึ้นในหน้าเน็ตฟลิกซ์อีกครั้งพร้อมกันโดยนัดหมาย
ค่อยๆ ทำตามกำลังศรัทธา
เพื่อนสามคนที่บุคลิกไม่ใกล้เคียง คนหนึ่งเป็นหัว คนหนึ่งเป็นตัว คนหนึ่งเป็นท้ายกำลังยืนอยู่บนชะตากรรมที่ไม่อาจหนีพ้น ทั้งอำนาจใหญ่ที่กดทับจนร่างเกือบจมดิน พลันเห็นคำว่าหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี และทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น
เพราะการต้องชำระล้างหนี้ให้ทันภายในเวลาที่กำหนด ลูกหนี้ไม่สามารถทำงานตามใจฉันกำหนด ทุกสิ่งบีบรัดเป็นต้องใช้วิธีการโกงกิน จากความรู้นำไปสู่ความผิด จากความประมาทนำไปสู่ความตาย
ทั้งสามเข้าไปว่ายเวียนอยู่ในวัฏจักรของพุทธพาณิชย์
คนฉ้อฉลไม่ได้มีแค่พวกเขา คนฉ้อฉลไม่ได้มีอยู่แค่ในวัด แต่คนฉ้อฉลมีอยู่ทุกที่
‘แจ็ค-วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ’ เขาเป็นผู้กำกับและผู้ให้กำเนิดซีรีส์ ‘สาธุ’ เขาเป็นนักตั้งคำถามที่ขณะเดียวกันก็เป็นนักหาคำตอบ ความสงสัยใคร่รู้ทั้งปวงจึงมาไกล ไกลเสียจนสร้างแรงกระเพื่อมให้ความศรัทธาสั่นไหว ให้ผู้คนกล้าที่จะตั้งคำถามเช่นเขา
ก่อนหน้าจะเบนมาเป็นผู้กำกับ แจ็คเคยทำเอเจนซี เคยกำกับโฆษณาสั้น แม้น้อยคนจะรู้ว่าผลงานที่ผ่านมาเขาเป็นอย่างไร แต่กลิ่นอายความเป็นแจ็คตะโกนบอกเราในผลงานกำกับซีรีส์ยาวครั้งแรกของเขาแล้ว
หนุ่มสูทดำถุงเท้าแดงกำลังจะแหวกความเจ๋งให้เราดูกันอีกครั้ง
การทำสาธุภาค 2 เป็นความตั้งใจแรกอยู่แล้วไหม
ตั้งใจนะ คือจุดตั้งต้นเราในการทำเรื่องนี้ คือความสนใจด้านพุทธพาณิชย์ ระหว่างนั้นก็ Research ข้อมูลแล้วก็ Develop กับทีมเขียนบทกันไป เรารับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพุทธพาณิชย์ การบริหารองค์กร เรื่องของพุทธศาสนา แล้วก็พบว่าเนื้อหามันเยอะมากจนใส่เข้าไปในหนึ่งซีซันไม่ได้ ทำให้เราเลือกจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ก่อนในซีซันที่หนึ่ง ถ้ามีโอกาสก็อยากหยิบมาเล่าในซีซันต่อไป เป็นการวางแผนกันไว้ก่อน แต่ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับในซีซันแรก ซึ่งมันออกมาค่อนข้างโอเคจนได้ทำซีซันสอง เราก็เลยหยิบเนื้อหาเหล่านั้นมาจัดเรียงกันใหม่ว่าจะเล่าไปในทิศทางไหนได้บ้าง
ทำไมถึงกังวลว่าผลตอบรับของซีซันแรกจะไม่ดี
จริงๆ จะบอกว่าไม่คาดหวังก็ไม่ได้ เพราะเราก็คาดหวังบ้างว่าคนดูจะชอบ แต่ไม่ได้เอามาเป็นที่ตั้งว่าคนจะต้องชอบมากๆ ต้องชื่นชมจนได้ทำซีซันสองออกมา เราแค่ตั้งใจและซื่อสัตย์กับเนื้อหาที่จะเล่า เราพยายามทำให้มันออกมาดีที่สุด
การที่คุณได้ทำซีรีส์แบบ Long Form เป็นครั้งแรกต่างจากการทำโฆษณาอย่างไร
โห! ต่างกันคนละเรื่องเลย การทำโฆษณาเราจะได้รับโจทย์มา แล้วต้องใช้ทุกวินาทีให้มันคุ้มค่าที่สุด ต้องโฟกัสเมสเซจที่จะส่งต่อไปหาคนดูว่าของที่เราจะขาย หรือเล่าให้คนดูฟังจะเป็นอย่างไร ให้เขาเห็นคุณสมบัติ ให้มันชัดเจน ให้มันอร่อย ไม่ว่าจะเป็นการแอกติงของนักแสดงหรือการโฆษณาก็ตาม แต่ในการกำกับ Long Form เราใช้วินาทีกันคนละแบบ เราต้องทำให้เขาได้อารมณ์ ณ โมเมนต์นั้นให้ชัดเจน สิ่งที่จะได้รับในเนื้อหาอาจจะไม่จำเป็นต้องเดี๋ยวนั้นก็ได้ อาจจะให้ผ่านไปสักระยะหนึ่ง รอให้มีเรื่องอย่างอื่นเข้ามากระตุ้นก่อน มันเล่นกับวิธีการได้มากกว่า ใช้ความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและถ่ายทอดออกมาให้เรียลที่สุด
คุณมั่นใจแค่ไหนกับการกำกับ Long Form ของตัวเอง
เราต้องเชื่อในสิ่งที่เราจะเล่าให้ได้มากที่สุดก่อน พอมันเป็นเรื่องที่ผมเริ่มตั้งต้นไอเดียและทำงานร่วมกับทีมเขียนบทที่มีฝีมือ ผมคิดว่าอย่างน้อยเราต้องเชื่อก่อนว่าอยากเล่าแบบไหน เราจะพามันไปในทิศทางไหน สิ่งไหนที่อยากใส่เข้าไปหรือไม่อยากใส่เข้าไป ซึ่งพอถึงจุดนั้นแล้ว สิ่งที่เราต้องการมากจริงๆ ก็คือทีมงานที่มีคุณภาพเข้ามาช่วยซัปพอร์ต ไม่ว่าจะเป็น Post-Production, Production หรือนักแสดง
ผมว่ามันคืองานกลุ่มที่ใหญ่มาก ผมทำคนเดียวไม่ได้ (หัวเราะ) จำเป็นต้องให้บุคลากรที่มีฝีมือในด้านต่างๆ เข้ามาช่วยให้มันเกิดขึ้นจริง และเราต้องทำให้ทีมงาน นักแสดง คนเบื้องหลังเชื่อเราก่อนว่าเราจะเล่าอะไร ทำให้ทุกคนมองภาพเดียวกันให้ได้ เขาจะได้รู้สึกว่าอ๋อ! เรามี Goal ที่ชัดเจนนะ แล้วผมก็เชื่อในฝีมือของทุกคนว่าพวกเขาจะถ่ายทอดมันได้ เหมือนต้องมองเป็นโปรเจกต์ก้อนหนึ่ง แล้วพยายามผลักดันให้มันดีที่สุด
เรียนเชิญเจ้าภาพซีรีส์ได้เลยครับ
เรื่องที่คุณเชื่อและอยากเล่าคืออะไร
การที่ผมตั้งคำถามกับมันโดยไม่ได้ตัดสินกับไอเดียตั้งต้นของเรื่องพุทธพาณิชย์ ไม่ได้ตั้งใจจะไปโจมตีอะไร ผมแค่สงสัยและหยิบตัวอย่างเพื่อสร้างสถานการณ์ขึ้นมา แล้วก็ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวละครหลักที่ทำมิสชันนั้นมีความคิดบางอย่างที่คล้ายคลึงกับไอเดียแรก สิ่งที่เราตั้งคำถามไว้ตอนแรก ซึ่งสุดท้ายระหว่างทางมันจะถูกเปลี่ยนไปจากการ Develop จากไอเดียที่นักแสดงอยากแชร์
เช่นผมคุยกับทีมนักแสดงว่าผมมีคำถามในใจ คือพุทธพาณิชย์มีวิธีการบริหารที่หลากหลายมาก ถ้าเกิดเราไปบริจาคหรือตั้งใจทำนุบำรุงศาสนาเพื่อให้ศาสนาเจริญงอกงามขึ้นก็นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเกิดมีคนไม่ดีประสงค์ไม่ดี ใช้สิ่งเหล่านี้หาเงิน หาผลประโยชน์ให้ตัวเอง มันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แล้วพอนักแสดงมองภาพแบบเดียวกับเรา มีความคิดแบบเดียวกับเราก็จะทำงานต่อไปได้
จากพุทธพาณิชย์ในซีซันแรกมันไล่ระดับไปสู่การบริหารองค์กรในซีซันสองได้อย่างไร
ผมว่าสิ่งที่สำคัญมากและถูกยกตัวอย่างด้วยการจำลองให้เห็นในซีซันสอง คือการจำลองให้อยู่ในสเกลความเป็นท้องถิ่น ความเป็นต่างจังหวัดที่มีนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจในทางไม่ดี เขาต้องการความเชื่อใจ ความศรัทธาจากประชาชน โดยทำควบคู่ไปพร้อมกับการหาเสียง ด้วยวิธีการใช้ความดีบังหน้า ใช้ความเป็นผู้มีจิตศรัทธาจากการสร้างโรงพยาบาล ระดมทุนให้มันเกิดขึ้น แล้วใช้คอร์รัปชันเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง
เราจำลองสิ่งเหล่านี้ในสเกลเล็กขึ้นมาว่ามันจะสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง หากมีคนๆ หนึ่งคิดแบบนี้ เพื่อให้คนดูกลับไปคิดต่อว่าแล้วถ้าเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้นกว่านั้นล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นได้อีกบ้าง
การทำงานด้านเอเจนซีมาก่อน มันทิ้งกลิ่นอายไว้ในซีรีส์ของคุณอย่างไร
จริงๆ ไม่เคยคิดเลยนะ เพราะมันคงค่อยๆ ซึมซับไปกับการทำงานของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ คือเรื่องของวิธีการขาย ลำดับขั้นตอนของการสร้างโปรดักต์ เพราะเวลาทำงานเอเจนซี จุดตั้งต้นก็จะไม่ได้มาจากทีมผมหรือทีมครีเอทิฟไปซะทีเดียว มันผ่านกระบวนการวิเคราะห์ Strategy Planning จากฝั่งลูกค้า ฝั่งอื่นๆ มาก่อน
ทำให้ตอนที่ทำซีซันหนึ่ง ผมจะเห็นถึงลำดับขั้นตอนว่าการสร้างวัดจริงๆ เราไม่สามารถแบบเฮ้ย! อยากมีวัดว่ะ หาที่เปล่าๆ แล้วเอาตรงนี้สร้างวัด ระดมเงินเข้าไปดีกว่า มันต้องคิดถึงหลักมาร์เกตติงโดยรวม ความเป็นไปได้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร โจทย์ในซีซันหนึ่ง คือต้องการเงินใช้หนี้ให้เร็วที่สุด เขาไม่มีเวลาห้าปีสิบปีหาเงิน สิ่งที่จะทำได้ก็คือการ Take over ซึ่งผมก็ได้เรียนรู้จากการทำงานเอเจนซีมา ตัวละครแค่ไปจัดการบริหารองค์กรใหม่ เพราะทุกอย่างมันถูกเตรียมมาให้หมดแล้ว โดยที่ตัวละครจะเห็นช่องโหว่ของวัดหนึ่งที่อยู่กลางชุมชน วัดมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปแล้วก็ไม่เล็กเกินไป มีเจ้าอาวาสที่อายุเยอะแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นลีดเดอร์หรือยุ่งเกี่ยวอะไรมาก ถ้าสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ของวัดมันยังดำเนินไปในสิ่งที่ควรจะได้ พวกเขาก็คิดว่าตัวเองจะคอนโทรลได้ เป็นวิธีการคิดของตัวละครทั้งสามคน
อีกเรื่องคือการสร้างมูฟเมนต์ของวัด เราต้องหาไอคอนิกทำให้เกิดการดึงพระดลเข้ามา ผมรู้สึกว่าสเตปทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรื่องมันถูกย่อยออกมาจากวิธีการจริงของการสร้างโปรดักต์ ผมก็ลองเอามาขยายให้มันสอดคล้องกับมิสชันที่ตัวละครต้องทำ
ความน่าสนใจคือตัวละครมีวิธีการโกงต่างกัน คุณรีเซิร์ชการโกงหรือธุรกิจสีเทาเหล่านี้อย่างไร
ส่วนหนึ่งก็มีอยู่ในข่าว อีกส่วนหนึ่งผมพยายามเข้าไปคุยกับตัวแทนขององค์กรที่เขาดูแลด้านการคอร์รัปชันหรือการโกงโดยตรง แล้วก็รีเซิร์ชเรื่องพวกนี้ว่ามันมีเคสอะไรบ้าง แต่ไม่ได้หยิบมาทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่ได้ยิน มันยังมีความเป็นเอนเทอร์เทน อะไรก็ตามที่เราจะถ่ายทอดออกไปต้องทำให้คนดูรู้สึกว่าเข้าใจและสนุกกับมัน
แต่ผมยังเชื่ออยู่นะว่าทั้งหมดยังมีขอบเขตที่ต้องพึงระวังในการทำประเด็นเซนซิทิฟเหล่านี้ ผมจะไม่ทำให้มันดูขาวจัด ดำจัด และมีผลลัพธ์ที่ดูเสี่ยงเกินไป จะพยายามหาวิธีถ่ายทอดให้มันได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันมากกว่า
ขอเชิญร่วมกันตั้งใจฟังตัวละครเทศนา
เนื้อหาของซีซันสองมีความเข้มข้นกว่าซีซันหนึ่งไหม
ผมว่าพอๆ กัน มันแค่อยู่คนละรูปแบบ คนละ Mechanic ของการแฮกระบบ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผมอยากลองนำเสนอดูว่าสมมติคนที่มีอำนาจโน้มน้าวประชาชนอย่างไม่ถูกที่ถูกทาง มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เพราะอะไรคุณถึงเลือก ‘โดนัท-มนัสนันท์’ ให้รับบทนักการเมืองหญิง
จริงๆ เราแคสตัวละครหลายคนนะ แต่หลังจากโปรดิวเซอร์เขาแชร์ชื่อพี่โดนัทมา ผมก็ชอบความเป็นนางเอกของเขาที่มันทำให้เห็นภาพตัวละครนักการเมืองชัดเจน ในการหาเสียงเขาจะทำให้คนชื่นชอบด้วยวิธีการของนางเอก คือเป็นคนดี เป็นคนจิตใจดี แต่เบื้องลึกที่เราต้องทำการบ้านกับพี่โดนัท คือถ้าตัวละครมันร้ายขึ้นมาจะเป็นอย่างไร คงน่าสนใจที่เห็นสองมิติของตัวละคร แล้วผมว่าพี่โดนัทเขาก็มี Range การแสดงที่ค่อนข้างกว้างมาก การเล่นร้ายเล่นดีน่าจะ Twist กันได้ง่าย
แล้วมิติของตัวละครนี้ก็เป็นการต่อสู้กับครอบครัว เป็นลูกที่เหมือนจะได้รับการผลักดันจากพ่อ แต่ก็ถูกระบบของครอบครัวกั้นไว้ เหมือนมีอำนาจข้างนอกแต่กลับบ้านแล้วถูกขัง เขาจะมีวิธีต่อสู้หรือพิสูจน์ในความเป็นลูกผู้หญิง เป็นลูกสาวในบ้านอย่างไรว่าฉันเองก็ทำได้ เราจะเห็นมิติตัวละคร ‘สจ.เอ๋’ มากขึ้นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่บอสใหญ่ในเรื่อง แต่เขามีเนื้อหนัง มีแบ็กกราวนด์ที่บ้านอย่างไร
ตัวละคร ‘วิน’ เป็นตัวแทนของคนประเภทไหน
ผมว่าเขาเป็นคนที่มีสองทางเลือกนะ เมื่อต้องตัดสินใจแล้วเลือกทางที่ดีคงเป็นนักวางแผน นักวางกลยุทธ์ที่ทำธุรกิจรุ่ง แต่ถ้าความฉลาดแกมโกงของเขานำพาไปในทางที่ไม่ดี เห็นช่องโหว่บางอย่างในการดึงเอาผลประโยชน์ออกมาก็คงเป็นคนทุจริตไปเลย
จริงๆ เขาก็เป็นมันสมองของเรื่องที่มีความยับยั้งชั่งใจในทุกการกระทำของตัวเอง ถ้าเขาไม่ชัวร์ว่ามันถูกหรือไม่ถูกก็จะไม่พูด ทำให้ต้องมีตัวละคร ‘เกมส์’ เพื่อเป็นคนช่วยให้เขาเทกแอกชัน ต้องอยู่ควบคู่กันไป
มองเห็นอะไรในตัว ‘ฟาโรส’ ถึงได้เลือกมาเป็นนักแสดงในซีรีส์
ผมชอบก่อนแล้วกัน (หัวเราะ) ผมติดตามช่องเขาอยู่แล้วทั้ง People You May Know หรือไกลบ้าน แล้วผมก็เห็นว่าเวลาเขาอยู่กับกลุ่มคน อยู่กับเพื่อนๆ เขามีการสังเกตที่ดีมาก เขาเห็นคาแรกเตอร์ของคนที่อยู่ด้วยได้ทะลุปรุโปร่ง การวิเคราะห์บุคคลสำคัญต่างๆ ของโลกก็เหมือนกัน พอมาเป็นตัวละครในเรื่อง เขาก็เลยถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคนที่คอยช่วยดูภาพลักษณ์ เป็นคนฉลาดหลักแหลม อย่างการผลักดัน ‘พระเอกชัย’ ให้กลายเป็นพระชื่อดัง ผมว่าถ้าดึงเสน่ห์ของพี่ฟาโรสมาแมเนจ มาปั้นพระมันคงน่าสนใจมาก
ขออนุโมทนาให้ความศรัทธายังคงอยู่
โปรดักชันไหนของซีรีส์ที่คุณทุ่มทุนกับมันมากที่สุด
ต้นโพธิ์ครับ! มันแพงที่สุด แล้วโลเคชันก็หายากเพราะต้องอยู่ในวัด เป็นที่โล่ง ไม่มีถนนตัดผ่านมาก แต่จะไม่มีถนนเลยก็ไม่ได้ สุดท้ายเราก็หาจนเจอแล้วสร้างต้นโพธิ์ขึ้นมา การสร้างต้นจริง คือสูงแค่สองชั้นยังเป็นสิบเมตรเลย สร้างแค่ต้นยังไม่พอด้วย ต้องใช้ CG เพิ่มใบไม้เป็นแสนใบให้มีมูฟเมนต์ลมพัด มีเรื่องของสีและแสงที่ต้องคอยเก็บ
คิดว่าผลตอบรับซีซันสองจะเป็นอย่างไร
ก็อยากให้แฟนๆ ที่ชื่นชอบในซีซันหนึ่งติดตามซีซันสอง หรือใครที่อาจจะยังไม่ได้ดูก็ลองดูก่อน เพราะผมว่ามันมีวิธีการเล่าที่เห็นตัวละครชัดเจนมากขึ้น เราจะเห็นผลลัพธ์ของตัวละครหลัก เห็นการเติบโตที่เขาต้องเข้าไปเป็นเครื่องมือ เป็นเหยื่อของอำนาจที่ใหญ่ขึ้น จากที่เขาคิดว่าตัวเองคอนโทรลทุกอย่างได้ ในซีซันสองเขาทำไม่ได้แล้ว เขากลายเป็นเครื่องมือให้คนที่มีอำนาจใช้งาน แล้วเขาจะหนีเอาตัวรอดจากสิ่งนั้นด้วยวิธีไหน
อยากให้คนดูติดตามเรื่องราวที่เราเล่าในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ให้ได้รับประสบการณ์ สร้างก้อนความคิดกันหลังจากได้ดูว่าหากสถานการณ์มันเกิดขึ้นในประเทศของเรา เราจะทำอะไรได้บ้าง จะช่วยกันสอดส่องดูแล หรือเพิ่มความโปร่งใสอย่างไรได้บ้าง
หากซีรีส์ของคุณเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จะยังมีความน่าศรัทธาอะไรหรือความเชื่ออะไรในศาสนาเหลืออยู่บ้าง
ผมยังเชื่ออยู่นะ ถึงตัวผมเองจะไม่สามารถบอกได้ว่านับถือศาสนานี้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็น Secular Religion แต่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเราเติบโตมาในครอบครัวที่สอนเราแบบพุทธจริงๆ ทุกอย่างในวิถีชีวิตตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถูกหล่อหลอมมาจากหลักการของพุทธศาสนา ทั้งพ่อแม่ โรงเรียน เพื่อนหลายๆ อย่างทำให้เราได้หลักคำสอนบางอย่างมา อาจเป็นความไม่ประมาท การปล่อยวาง การพึ่งพาตัวเอง ท้ายที่สุดทุกอย่างมันจะถูกหยิบจับมาใช้
ผมว่าสิ่งที่ยังคงอยู่และแข็งแรงมากๆ คือแก่นของพุทธศาสนาที่เป็นหลักธรรมคำสอน เป็นปรัชญาในการใช้ชีวิต ขอเพียงให้ยังเข้าใจแก่นของพุทธศาสนาในการใช้ชีวิต ความแข็งแกร่งในความศรัทธาของผู้คนก็จะคงอยู่ต่อไป
ตั้งจิตให้มั่นเพื่อดำดิ่งไปอีกขั้นกับความลับของมารศาสนา ความโลภของมารการเมือง และเฝ้าดูกัลญาณมิจทั้งหลายว่าใครจะเป็นผู้พ้นทุกข์ก่อนกัน
ตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบโดยนัดหมายในวันที่ 4 ธันวาคม ณ เน็ตฟลิกซ์
กราบสะวีดัด สวัสดีทุกท่าน จะสาธุกันกี่หนก็ตามกำลังศรัทธา