วินเทอร์ Aespa และจองกุก BTS ถูกแฟนคลับโจมตีอย่างรุนแรง หลังมีรอยสักเหมือนกันจนมีข่าวลือเดต
กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนหลายคนชินชาไปแล้ว เมื่อศิลปินไอดอลมีแฟนขึ้นมาแล้วแฟนคลับบางส่วนจะพากันสาปส่ง ยิ่งถ้าแฟนคนนั้นเป็นไอดอลเหมือนๆ กัน ของก็ยิ่งแรง เพราะแฟนคลับของทั้งสองวงจะทั้งโจมตีศิลปินของตัวเองที่มีแฟนและโจมตีอีกวงอย่างไม่ลดราวาศอก กลายเป็นสงครามย่อมๆ ที่ชวนปวดหัว และหลายครั้งก็ส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวของศิลปินโดยตรง
ใกล้จะผ่านปี 2025 แล้ว แต่วัฒนธรรมรุนแรงแบบนี้ก็ยังคงเกิดขึ้น โดยล่าสุด สองศิลปินดังอย่าง ‘วินเทอร์’ แห่งวง Aespa และ ‘จองกุก’ แห่งวง BTS ก็ต้องเผชิญกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงทั้งจากแฟนคลับวงตัวเองและแฟนคลับอีกวงหนึ่ง หลังจากที่มีคนโพสต์ภาพรอยสักของทั้งคู่ ที่เป็นลายเดียวกัน จนเกิดเป็นการปั่นข่าวลือว่าทั้งคู่กำลังคบกันอยู่ โดยค่ายของทั้งคู่ยังคงเงียบ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้
แม้จะเป็นข่าวลือที่แพร่สะพัดในอินเทอร์เน็ต แต่เรื่องนี้ก็ส่งผลลามมาถึงชีวิตจริง โดยมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งส่งรถที่เขียนข้อความโจมตีวินเทอร์ ไปจอดที่หน้าค่าย SM Entertainment ซึ่งเป็นต้นสังกัดของวง Aespa โดยมีข้อความเช่นว่า “ความเงียบไม่ใช่คำตอบ ออกมาแสดงความรับผิดชอบซะ” หรือ “ลบรอยสักออกซะ แล้วอธิบายตัวเองมา” หรือ “ถ้าอยากจะเดตนัก ก็จงออกไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาชื่อคิมมินจอง ไม่ใช่ วินเทอร์แห่งวงแอสป้า” ไปจนถึง “เธอสัญญาว่าจะอยู่กับพวกเรา 10 ปี แต่เธอทำลายความเชื่อใจของพวกเรา” ฯลฯ
ทางฝั่งจองกุกก็มีแฟนคลับบางกลุ่มที่ส่งรถพร้อมข้อความโจมตีไปยังหน้าค่าย HYBE ที่เป็นต้นสังกัดของวง BTS พร้อมข้อความเช่น “ถ้าไม่ยอมลบรอยสักคู่ ก็จงออกจากวง BTS ไปซะ” หรือ “นี่น่ะเหรอคือสิ่งที่คุณตอบแทนอาร์มี่ระหว่างที่คุณเข้ากรม” หรือ “หลุดหลอกลวงแฟนคลับและทำร้ายวงของตัวเอง” ฯลฯ
ข้อความเหล่านี้สะท้อนชัดเจนถึงผลของ Parasocial Relationship หรือความสัมพันธ์ฝ่ายเดียวที่แฟนคลับก่อขึ้นกับคนในหน้าจอ รีแอคชั่นของศิลปินไม่ว่าจะบนเวทีคอนเสิร์ต งานแฟนมีต หรือกิจกรรมโปรโมทต่างๆ ถูกตีความว่าเป็นสัญญาผูกพันทางใจที่แน่นแฟ้น จนคิดว่าเป็นคนที่สนิทสนมกันอย่างลึกซึ้ง หรือถึงขั้นคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของชีวิตศิลปินคนนั้นๆ จากการคอยติดตามและใช้จ่ายเงินไปกับพวกเขา
แต่เราก็อาจต้องย้ำกันอีกครั้งว่าการเป็นแฟนคลับที่ไม่ว่าจะทุ่มเทเวลาหรือเม็ดเงินไปแค่ไหน สิ่งที่คุณได้ไปแล้วก็คือ ‘ความบันเทิง’ และ ‘ความสุข’ จากการติดตามดูศิลปิน ไม่ใช่การเรียกร้องให้ศิลปินต้องใช้ชีวิตแบบที่คุณคาดหวังเท่านั้น และหากไม่เป็นไปตามนั้น ก็ไม่สมเหตุสมผลที่แฟนคลับจะต้องหันมาทำลายชีวิตศิลปินแทน
ไม่ว่าข่าวลือเรื่องเดตนี้จะมีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน แต่หลายคนก็แสดงความกังวลใจว่าพฤติกรรมของแฟนคลับบางส่วนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและชีวิตส่วนตัวของศิลปิน หลายคนนึกถึงกรณีก่อนหน้าที่มีข่าวลือเดตของ ‘เจนนี่’ Blackpink และ ‘วี’ BTS ที่ค่ายของทั้งคู่ก็ไม่ได้เทคแอคชั่นอะไรจนกลายเป็นสงครามแฟนคลับยืดเยื้อข้ามปี หรือกรณีของ ‘คารินา’ Aespa ที่คบกับนักแสดงดัง ‘อีแจอุค’ แต่ก็ถูกกระแสโจมตีรุนแรงจนทั้งคู่เลิกกันในที่สุด
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่วง K-Pop เจนแรกๆ และจนถึงวันนี้มันก็ยังเข้มข้นอยู่ ทั้งที่มันไม่ควรเป็นเรื่องปกติ และคนที่ต้องแสดงความรับผิดชอบอาจไม่ใช่เพียงค่ายหรือตัวศิลปิน แต่กลุ่มแฟนคลับบางส่วนที่ใช้ความคลั่งไคล้ของตัวเองอย่างล้นเกินเองก็เช่นกัน
อ้างอิง
บทความต้นฉบับได้ที่ : วินเทอร์ Aespa และจองกุก BTS ถูกแฟนคลับโจมตีอย่างรุนแรง หลังมีรอยสักเหมือนกันจนมีข่าวลือเดต
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com