โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ธพส.ปรับโฉม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 07.14 น.

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งเปิดใช้งานมากว่าสองทศวรรษ เป็นที่ตั้งของหน่วยงานภาครัฐกว่า 50 หน่วยงาน มีผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้มาติดต่อราชการกว่า 40,000 คนต่อวัน แต่กลับประสบปัญหาการจราจรหนาแน่น พื้นคอนกรีตสะสมความร้อน และขาดพื้นที่สีเขียว จนสะท้อนภาพ “เมืองคอนกรีต”

บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. เดินหน้าพัฒนาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ พื้นที่กว่า 378 ไร่ ภายใต้แนวคิด “เมืองคาร์บอนต่ำที่ทำงานร่วมกับธรรมชาติ”

พร้อมเปิดพื้นที่สาธารณะนำร่อง “สวนลอยฟ้า A-D” หรือจัตุรัสลอยฟ้า ซึ่งจะเป็นหน้าบ้านใหม่ของศูนย์ราชการแห่งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดอนาคตเมืองยั่งยืนของประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากใจกลางระบบราชการเพื่อพลิกวิธีคิดการพัฒนาเมืองจากฐานนโยบายระดับรัฐ ในขณะที่หลายเมืองทั่วโลกกำลังเร่งหาวิธีบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

ธพส.จึงเริ่มโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี โดยมุ่งเปลี่ยนระบบการทำงานของเมืองมากกว่าการปรับปรุงอาคาร

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ ธพส. บอกเล่าว่า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานของหน่วยราชการอีกต่อไป แต่เป็นระบบนิเวศเมืองที่ต้องหายใจและมีชีวิต

นับเป็นภารกิจสำคัญในการร่างสัญญาใหม่ระหว่างโครงการที่พัฒนาโดยรัฐกับธรรมชาติ โดยดำเนินงานภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์ราชการที่ฟื้นคืนธรรมชาติ

กลยุทธ์แรก คือ การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สู่คนเดิน ภายใต้แนวคิด “From Cars to Feet” มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเดินและใช้ระบบขนส่งไฟฟ้ามากขึ้น พร้อมเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายการจราจรจากระบบขนส่งสาธารณะสู่ระบบรถมินิบัสไฟฟ้าภายในศูนย์ราชการ โดยสร้างทางเดินลอยฟ้ายาว 205 เมตร เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าสู่ศูนย์ราชการ พร้อมบริการรถมินิบัสไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษและการใช้รถยนต์ส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังออกแบบพื้นที่จราจรใหม่เป็นทางเดินและโครงข่ายเรือนยอดต้นไม้ รวมถึงพัฒนาสวนผสาน B-C ให้เป็นหัวใจหลักเชื่อมโยงชุมชนราชการ เพราะในศตวรรษที่ 21 พื้นที่ราชการต้องกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วม

กลยุทธ์ที่สอง คือ การเปลี่ยนผ่านจากสีเทาสู่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านสถาปัตยกรรม โดยปรับพื้นที่ดาดฟ้าอาคารจอดรถ A ขนาด 8,000 ตารางเมตร และเชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ D ให้เป็นจัตุรัสลอยฟ้า A-D หน้าบ้านใหม่ของศูนย์ราชการ และเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้ง

อาคารจอดรถเดิมถูกพัฒนาให้กลายเป็นฟองน้ำยักษ์ที่กักเก็บและนำน้ำฝนกลับมาใช้ซ้ำแบบไม่มีน้ำทิ้ง นอกจากนี้ ยังพัฒนาพื้นที่บ่อน้ำเดิม 14 ไร่ ให้กลายเป็นอุทยานลอยน้ำอาคาร B ด้วยพันธุ์ไม้พื้นถิ่น ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิรอบพื้นที่ได้สูงถึง 9 องศาเซลเซียส แนวคิดนี้สะท้อนการออกแบบเชิงระบบนิเวศที่เน้นการอยู่ร่วมมากกว่าการแยกส่วน

กลยุทธ์ที่สาม คือ การเปลี่ยนผ่านจากคอนกรีตสู่ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยออกแบบพื้นที่กว่า 138 ไร่ รวมโครงข่ายถนนเป็นเส้นทางความหลากหลายทางชีวภาพที่ช่วยลดอุณหภูมิ ปลูกไม้พื้นถิ่นกว่า 5,500 ต้น ใช้ระบบร่องน้ำธรรมชาติและสวนน้ำฝนเพื่อจัดการน้ำและลดมลพิษในอากาศ พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของนก ผีเสื้อ และแมลงผสมเกสร สอดคล้องกับรายงานของ World Economic Forum ที่ระบุว่า การฟื้นฟูระบบนิเวศเมืองช่วยลดอุณหภูมิได้

กลยุทธ์สุดท้าย คือ การเปลี่ยนผ่านจากผู้บริโภคพลังงานสู่ผู้ผลิตพลังงานสะอาด โดยศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ มุ่งเป็นเมืองพลังงานสะอาดต้นแบบของภาครัฐ เริ่มติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ตั้งแต่ปี 2559 ขยายครอบคลุม 10 อาคาร กำลังผลิตรวม 4,712 กิโลวัตต์ สร้างไฟฟ้ากว่า 3.9 ล้านหน่วยต่อปี ประหยัดได้กว่า 16 ล้านบาท

พร้อมต่อยอดสู่ระบบกักเก็บพลังงานแบบผสมผสานทั้งแบตเตอรี่และไฮโดรเจน แปรพลังงานส่วนเกินจากแสงอาทิตย์เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในยามค่ำคืน ส่งผลให้อาคารธนพิพัฒน์ กลายเป็นต้นแบบอาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ แห่งแรกของศูนย์ราชการ และได้รับการรับรองมาตรฐาน DGNB ระดับ Platinum และ EDGE Advanced ปี 2566

ตอกย้ำบทบาทของ ธพส. ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด สอดคล้องกับแนวคิด BCG Model และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยภายในปี 2050

ดร.นาฬิกอติภัคกล่าวสรุปว่า ธพส.กำลังทดสอบสมการใหม่ของเมืองไทยว่า ระบบราชการจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไร โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน เป้าหมายสำคัญคือพิสูจน์ว่าเมืองคาร์บอนต่ำไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเอกชน แต่เริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดของรัฐ จากเจ้าของอาคารสู่ผู้ออกแบบระบบนิเวศของสังคม

ปัจจุบันโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวดำเนินไปกว่า 89% และเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้พื้นที่สีเขียวเพิ่มเป็น 4 เท่า หรือจาก 36 ไร่ เป็นกว่า 138 ไร่ เพราะได้เลือกใช้พื้นซึมน้ำแทนคอนกรีต จึงช่วยลดความร้อนและเพิ่มการซึมซับน้ำฝน

นับจากนี้ไป ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นพิมพ์เขียวของเมืองพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ ที่สามารถต่อยอดไปยังพื้นที่ราชการทั่วประเทศ เพราะสิ่งที่ ธพส.ทำไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้เพิ่ม แต่คือการปลูกอนาคตให้กับประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธพส.ปรับโฉม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...