โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MIND: การเป็น ‘คนใจดี’ หรือเป็น ‘คนดี’ อะไรดีกว่ากัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร?

BrandThink

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 09.30 น.

ระหว่างการเป็นคน ‘ใจดี’ เป็น ‘คนดี’ ทุกคนคิดว่าอะไรดีกว่ากัน? ฟังเผินๆ แล้วมันอาจดูเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันอยู่ที่ ‘เจตนา’

ก่อนอื่นต้องลบคำว่า ‘คนดี’ ในความหมายทางพระพุทธศาสนาไปก่อน คนดีในที่นี้หมายถึง คนที่คนอื่นมักมองว่า ‘ดี’ ถ้าแยกระหว่างคำว่า ‘niceness’ กับ ‘kindness’ อาจเห็นความแตกต่างชัดขึ้น

ซินเทีย เวจาร์ (Cynthia Vejar) รองศาสตราจารย์และผู้อำนวยการหลักสูตรให้คำปรึกษาวิทยาลัยเลบานอน วัลเลย์ กล่าวว่า “ความดี (niceness) เป็นเหมือนเปลือกนอกของการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกและผู้คนรอบข้าง ในขณะที่ความใจดี (kindness) นั้นเป็นเรื่องภายในที่ลึกซึ้งกว่า”

ง่ายๆ ก็คือ Niceness เป็นเรื่องของความสุภาพ อ่อนโยน ดูดี ทำให้คนอื่นถูกใจหรือให้คนอื่นมองว่าเราดี หรือก็คือการเอาอกเอาใจคนอื่นตลอดเวลา ในขณะที่ Kindness คือพฤติกรรมที่เกิดจากความตั้งใจจริงจากภายในที่มาจากความเห็นอกเห็นใจ ความห่วงใย และความใส่ใจในความอยู่ดีของผู้อื่น โดยไม่มองว่าคนจะเห็นหรือไม่เห็นว่าเรา ‘ดี’ แค่ไหน เรียกง่ายๆ ว่าการมี ‘เมตตา’ นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม บางครั้งการมีเมตตาก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะดูดีเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณขอยุติความสัมพันธ์ตรงๆ เพราะคุณรู้ตัวดีว่าคุณหมดรักแล้ว นั่นคือความมีเมตตาที่อาจดูไม่ดีในสายตาคนภายนอก

แต่ทีนี้ทำไมการมีเมตตาถึงสำคัญ?

คำตอบคือ เพราะการมีเมตตาจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ซื่อสัตย์ และไว้วางใจ และมันยังสอดคล้องกับความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ด้วย

ยิ่งเราสามารถจัดการกับอารมณ์ ควบคุมความรู้สึกและสื่อสารได้มากแค่ไหน เราก็จะสามารถแยกแยะได้ว่าใครกำลังแสดงความสุภาพหรือความมีเมตตา และเราก็จะกำหนดได้ว่าตอนไหนที่ควรแสดงความใจดีหรือตอนไหนที่ควรแสดงความสุภาพในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้การรู้จักชื่นชมและแสดงความมีเมตตา ไม่ใช่แค่ตัวบ่งชี้ระดับ EQ แต่ยังมีผลต่อความสำเร็จในความสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องความไว้วางใจและความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในคู่รัก หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับการปฏิบัติด้วยการขาดความเมตตา

แล้ววิธีที่เราจะพัฒนาความมีเมตตา (Kindness) ทำอย่างไร?

1 - สังเกตเจตนา: ถามตัวเองว่า “เราทำสิ่งนี้เพื่อให้คนอื่นรู้สึกดีจริงไหม” หรือแค่ “อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราดี”

2 - มีสติ/ใส่ใจความรู้สึกตัวเราเองและผู้อื่น: ผ่านการสะท้อนความคิด (Self-reflection), การจดบันทึก, หรือแม้แต่การเดินเล่น สงบใจ เพื่อให้ใจโฟกัสที่การมีเมตตาจริงๆ มากกว่าภาพลักษณ์

3 - กล้าพูดความจริงด้วยความอ่อนโยน: การมีเมตตาไม่ได้หมายความว่าพูดแต่สิ่งที่คนอยากได้ยินเสมอไป แต่เป็นการพูดความจริงที่ฟังแล้วอาจไม่สบายใจ แต่เราทำเพราะความเมตตาต่อเขาอย่างจริงใจ

การเป็นคนมีเมตตานั้นยากกว่าการเป็นคนดีมาก โดยเฉพาะถ้าเราแคร์ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา แต่บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่ความสุภาพ แต่เป็นความจริงใจ ดังนั้น จงมอบความเมตตาให้ตัวเองและผู้อื่นบ้าง เพราะมันดีกว่าการแสดงความสุภาพเพียงอย่างเดียวแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...