“จีน” เตือนพลเมืองงดเดินทางไปญี่ปุ่น หลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณแทรกแซงหากมีความขัดแย้งไต้หวัน
“จีน” เตือนพลเมืองงดเดินทางไปญี่ปุ่น หลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณแทรกแซงหากมีความขัดแย้งไต้หวัน ขณะความตึงเครียดทวีขึ้นแม้เพิ่งฟื้นความสัมพันธ์จากการยกเลิกแบนอาหารทะเลไม่นาน
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนได้ออกคำเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ ยกระดับความตึงเครียดจากกรณีที่นายกรัฐมนตรี ซาเนะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการแทรกแซง หากเกิดความขัดแย้งทางทหารเกี่ยวกับไต้หวัน
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการตอบโต้ที่สำคัญครั้งแรกของจีนในประเด็นนี้ โดยมีจุดเริ่มต้นจากถ้อยคำของทาคาอิจิเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ระบุว่าการใช้กำลังทหารในกรณีความขัดแย้งไต้หวันอาจเข้าข่ายสถานการณ์คุกคามการอยู่รอดของประเทศ ซึ่งเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายที่เปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถเข้าร่วมแทรกแซงได้
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในแถลงการณ์เมื่อคืนวันศุกร์ว่า “ผู้นำญี่ปุ่นได้กล่าวคำพูดที่ยั่วยุอย่างโจ่งแจ้งเกี่ยวกับไต้หวัน ทำลายบรรยากาศการแลกเปลี่ยนระหว่างจีน–ญี่ปุ่นอย่างรุนแรง และก่อให้เกิดความเสี่ยงสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองจีนในญี่ปุ่น”
จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน และประกาศชัดว่าจะรวมเกาะที่ปกครองตนเองซึ่งมีประชากร 23 ล้านคนกลับคืนมา ไม่ว่าจะต้องใช้กำลังก็ตาม จีนกล่าวหาทาคาอิจิเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของจีน และเรียกร้องให้ถอนคำพูด แต่ทาคาอิจิยืนยันจุดยืนของตนเมื่อวันจันทร์
นีโอ หวัง นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจีน จาก Evercore ISI ในนิวยอร์ก กล่าวว่า “จีนกำลังใช้วิธีเดิม คือการ leverage พลังการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน เพื่อเพิ่มต้นทุนทางการเมืองให้กับถ้อยคำของทาคาอิจิในประเด็นไต้หวัน หวังว่าความกดดันภายในประเทศจะทำให้เธอระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องที่จีนอ่อนไหว”
ข้อมูลจากองค์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 7.5 ล้านคน เดินทางไปญี่ปุ่น คิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
รองรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ซุน เว่ยตง ได้เรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำปักกิ่งเข้าพบเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมเตือนว่าทาคาอิจิควรถอนคำพูด ไม่เช่นนั้นญี่ปุ่นต้องรับผลที่ตามมาทั้งหมดเอง
บทความของ People’s Daily หนังสือพิมพ์กระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่าคำกล่าวของทาคาอิจิ ชั่วร้ายอย่างยิ่ง และถือเป็นการขู่ใช้กำลังครั้งแรกของโตเกียวต่อปักกิ่งในรอบ 80 ปี
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นตึงเครียดมาอย่างยาวนานจากประเด็นประวัติศาสตร์ เช่น การรุกรานจีนในทศวรรษ 1930 รวมถึงข้อพิพาทเกาะพิพาทที่ลากยาวหลายทศวรรษ แม้ความตึงเครียดจะผ่อนคลายลงบ้างในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจีนยกเลิกแบนอาหารทะเลญี่ปุ่นส่วนใหญ่
ญี่ปุ่นไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่ย้ำมาตลอดว่าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันโดยฝ่ายเดียว และยืนยันว่าความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบควรได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี
ด้านญี่ปุ่น นายทาเคฮิโระ ฟุนาโกชิ รองรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่น อู๋ เจียงหาว เข้าพบเมื่อวันศุกร์ พร้อมยื่นการประท้วงอย่างรุนแรงต่อโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ของกงสุลใหญ่จีนประจำโอซากะ ซวี่ เจียน
อ้างอิง : bloomberg.com