จากเด็กสามคน สู่บริษัท 400 ล้านดอลล์ “เบบี้ชาร์ค พิงก์ฟอง” กับเส้นทางไวรัลสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้
เพลงเด็กธรรมดาที่กลายเป็นไวรัลโลก มียอดชมทะลุ 1.6 หมื่นล้านครั้ง ส่ง Pinkfong จากสตาร์ทอัพพนักงาน 3 คน สู่บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่เข้าตลาดหุ้น เส้นทางความสำเร็จของ Baby Shark ยังปูทางให้แฟรนไชส์ใหม่อย่าง Bebefinn
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อ คิม มินซอก ตัดสินใจอนุมัติให้เผยแพร่คลิปเพลงเด็กยาว 90 วินาที ในเดือนมิถุนายน 2559 เขาไม่รู้เลยว่าคลิปนี้จะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก เพลงนั้นคือ Baby Shark บทเพลงที่ทั้งตรึงใจเด็กและหลอนหูผู้ใหญ่ทั่วโลก และกลายเป็นวิดีโอที่มียอดชมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ YouTube ด้วยจำนวนกว่า 1.6 หมื่นล้านครั้ง
เพลงที่เหมือนจะธรรมดานี้ กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้ Pinkfong เติบโตเป็นบริษัทสื่อมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์
Pinkfong ก่อตั้งปี 2553 ในชื่อ SmartStudy มีพนักงานเริ่มต้นเพียง 3 คน รวมถึงคิม มินซอก และ ดงอู ซน CTO ของบริษัท คิมเล่าว่า “ออฟฟิศเล็กมาก จนตอนนั้นเราแทบไม่หวังเงินเดือนด้วยซ้ำ” ต่อมาบริษัทเปลี่ยนทิศทาง มุ่งเน้นเด็กเล็ก ปรับเนื้อหาเป็นเกมและสื่อการเรียนรู้ที่เรียบง่ายขึ้น นั่นคือช่วงที่ Baby Shark กำเนิดขึ้น
ปี 2565 บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น The Pinkfong Company ซึ่งตั้งตามตัวการ์ตูนสุนัขจิ้งจอกสีชมพู ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 340 คน และมีสำนักงานในโตเกียว เซี่ยงไฮ้ และลอสแอนเจลิส และเมื่อวันที่ 19 พ.ย.2568 Pinkfong เข้าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 9% ในวันแรก ให้มูลค่าบริษัทกว่า 400 ล้านดอลลาร์
โดยเพลง Baby Shark เชื่อว่ามีต้นกำเนิดในสหรัฐยุค 1970s และถูกนำมาร้องในแคมป์เด็ก คิมบอกว่าความสำเร็จของเพลงมาจากหลายองค์ประกอบอย่างจังหวะเร็วแบบ K-pop ติดหูเหมือนบทสวด ที่สำคัญคือเด็กจำง่าย ผู้ใหญ่ลืมไม่ได้!
เพลงไม่ได้ดังตั้งแต่แรก แต่เริ่มเป็นไวรัลเมื่อคลิปเต้นถูกเผยแพร่ในงานเด็กแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ในปี 2563 กลายเป็นวิดีโอที่มีผู้ชมมากที่สุดใน YouTube รายได้จาก Baby Shark ทำเงินให้บริษัทเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ในหลายปีหลังเปิดตัว และต่อยอดสู่สินค้า การแสดง และเนื้อหาต่าง ๆ
ปี 2562 Pinkfong ถูกกล่าวหาลอกเพลงจากนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน แต่ศาลฎีกาเกาหลีใต้ชี้ว่าเพลงอยู่ใน public domain และ Pinkfong ชนะคดี ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจของนักลงทุนก่อน IPO
แม้ Baby Shark จะยังทำรายได้กว่า 25% ของบริษัท แต่พิงก์ฟองกำลังสร้างแฟรนไชส์ใหม่ เช่น Bebefinn และ Sealook โดย Bebefinn ทำรายได้มากกว่า Baby Shark แล้ว ประมาณ 40% ของรายได้บริษัท แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า Pinkfong ยังต้องพิสูจน์ว่าเติบโตได้ยั่งยืน ไม่ใช่บริษัทเพลงเดียว บริษัทระดมทุนได้ 52 ล้านดอลลาร์จาก IPO เพื่อขยายเนื้อหา ฟิล์ม และตัวละครใหม่
คิมยืนยันว่าเป้าหมายต่อไปคือการเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยใช้ข้อมูลการรับชมและพฤติกรรมผู้ชมพัฒนาคอนเทนต์ในอนาคต
อ้างอิง : bbc.com