โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากเด็กสามคน สู่บริษัท 400 ล้านดอลล์ “เบบี้ชาร์ค พิงก์ฟอง” กับเส้นทางไวรัลสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 14.11 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 07.11 น.

เพลงเด็กธรรมดาที่กลายเป็นไวรัลโลก มียอดชมทะลุ 1.6 หมื่นล้านครั้ง ส่ง Pinkfong จากสตาร์ทอัพพนักงาน 3 คน สู่บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่เข้าตลาดหุ้น เส้นทางความสำเร็จของ Baby Shark ยังปูทางให้แฟรนไชส์ใหม่อย่าง Bebefinn

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อ คิม มินซอก ตัดสินใจอนุมัติให้เผยแพร่คลิปเพลงเด็กยาว 90 วินาที ในเดือนมิถุนายน 2559 เขาไม่รู้เลยว่าคลิปนี้จะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก เพลงนั้นคือ Baby Shark บทเพลงที่ทั้งตรึงใจเด็กและหลอนหูผู้ใหญ่ทั่วโลก และกลายเป็นวิดีโอที่มียอดชมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ YouTube ด้วยจำนวนกว่า 1.6 หมื่นล้านครั้ง

เพลงที่เหมือนจะธรรมดานี้ กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้ Pinkfong เติบโตเป็นบริษัทสื่อมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์

Pinkfong ก่อตั้งปี 2553 ในชื่อ SmartStudy มีพนักงานเริ่มต้นเพียง 3 คน รวมถึงคิม มินซอก และ ดงอู ซน CTO ของบริษัท คิมเล่าว่า “ออฟฟิศเล็กมาก จนตอนนั้นเราแทบไม่หวังเงินเดือนด้วยซ้ำ” ต่อมาบริษัทเปลี่ยนทิศทาง มุ่งเน้นเด็กเล็ก ปรับเนื้อหาเป็นเกมและสื่อการเรียนรู้ที่เรียบง่ายขึ้น นั่นคือช่วงที่ Baby Shark กำเนิดขึ้น

ปี 2565 บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น The Pinkfong Company ซึ่งตั้งตามตัวการ์ตูนสุนัขจิ้งจอกสีชมพู ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 340 คน และมีสำนักงานในโตเกียว เซี่ยงไฮ้ และลอสแอนเจลิส และเมื่อวันที่ 19 พ.ย.2568 Pinkfong เข้าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 9% ในวันแรก ให้มูลค่าบริษัทกว่า 400 ล้านดอลลาร์

โดยเพลง Baby Shark เชื่อว่ามีต้นกำเนิดในสหรัฐยุค 1970s และถูกนำมาร้องในแคมป์เด็ก คิมบอกว่าความสำเร็จของเพลงมาจากหลายองค์ประกอบอย่างจังหวะเร็วแบบ K-pop ติดหูเหมือนบทสวด ที่สำคัญคือเด็กจำง่าย ผู้ใหญ่ลืมไม่ได้!

เพลงไม่ได้ดังตั้งแต่แรก แต่เริ่มเป็นไวรัลเมื่อคลิปเต้นถูกเผยแพร่ในงานเด็กแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ในปี 2563 กลายเป็นวิดีโอที่มีผู้ชมมากที่สุดใน YouTube รายได้จาก Baby Shark ทำเงินให้บริษัทเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ในหลายปีหลังเปิดตัว และต่อยอดสู่สินค้า การแสดง และเนื้อหาต่าง ๆ

ปี 2562 Pinkfong ถูกกล่าวหาลอกเพลงจากนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน แต่ศาลฎีกาเกาหลีใต้ชี้ว่าเพลงอยู่ใน public domain และ Pinkfong ชนะคดี ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจของนักลงทุนก่อน IPO

แม้ Baby Shark จะยังทำรายได้กว่า 25% ของบริษัท แต่พิงก์ฟองกำลังสร้างแฟรนไชส์ใหม่ เช่น Bebefinn และ Sealook โดย Bebefinn ทำรายได้มากกว่า Baby Shark แล้ว ประมาณ 40% ของรายได้บริษัท แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า Pinkfong ยังต้องพิสูจน์ว่าเติบโตได้ยั่งยืน ไม่ใช่บริษัทเพลงเดียว บริษัทระดมทุนได้ 52 ล้านดอลลาร์จาก IPO เพื่อขยายเนื้อหา ฟิล์ม และตัวละครใหม่

คิมยืนยันว่าเป้าหมายต่อไปคือการเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยใช้ข้อมูลการรับชมและพฤติกรรมผู้ชมพัฒนาคอนเทนต์ในอนาคต

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...