หนูน้อยหมอยา กับระบบแพทย์แผนจีน
นิยาย Dek-D
อัพเดต 14 ธ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 00.46 น. • Yǔ yān หยู่เยียนข้อมูลเบื้องต้น
ร้านยาตระกูลซ่งที่เคยเงียบเหงา แต่กลับพลิกฟื้นอย่างรวดเร็วหลังจากหนูซินซินอายุครบสามขวบ
ตั้งแต่ปรากฏตัวในรายการวาไรตี้ ผู้คนก็แห่กันมาต่อคิวหน้าร้าน ทั้งคนหัวล้านที่หวังยารักษาผมร่วง ไปจนถึงสายบิวตี้ที่มาตามหาครีมลบรอยแผลเป็นและยาสกัดผิวขาว
ยังไม่พอ ร้านของซินซินยังขายยาวิเศษสูตรลับที่หนุ่ม ๆ ใฝ่ฝัน พร้อมตำรับยาจีนโบราณสุดล้ำ ทั้งยาฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ยาซ่อมยีน และยาล้างพิษ
เด็กน้อยซินซินจ้องข้อมูลในระบบตาเป็นประกาย ก่อนพูดอย่างมุ่งมั่น
“หนูจะทำให้ยาแผนจีนกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้!”
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ ??’•
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการที่ผู้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากมีเนื้อหาส่วนใดคล้ายกับชีวิตจริงหรือบุคคลใด ขอให้เข้าใจว่าเป็นเพียงความบังเอิญค่ะ
หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดหัวใจ ??’?
คอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะคะ
และอย่าลืมกด "เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ" เพื่อไม่พลาดตอนต่อไปด้วยน้า ??“?✨
กำลังใจจากทุกคนคือพลังสำคัญในการเขียนของไรต์เสมอค่ะ ขอบคุณจากใจจริง ????????
ระบบผูกมัดทารก
เย็นวันหนึ่งในช่วงกลางเดือนมีนาคม ปี 2020 เสียงร้องโหยหวนดังสะท้อนออกมาจากห้องคลอดของโรงพยาบาลประชาชนแห่งแรก เมือง A เสียงนั้นปนทั้งความเจ็บปวดและความยินดี ก่อนจะตามมาด้วยเสียงทารกร้องจ้า
เด็กหญิงตัวน้อย ผมหยิกฟูราวคลื่นน้ำ ตัวเล็กจิ๋วราวตุ๊กตาถูกครอบครัวมองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความหวัง แต่ในวินาทีถัดมา ร่างเล็กกลับเอนลงบนเปลเด็กอย่างหมดแรง เปลไหวเบา ๆ ราวกับลมหายใจที่อ่อนแรงของเธอ
ในอีกมิติหนึ่งของกาลเวลา ปี 3202 ระบบการแพทย์แผนจีนรุ่นใหม่ล่าสุด ได้จัดพิธีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ภายในงานหรูหราแสงไฟพร่างพราว ผู้จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จอย่างคึกคัก
พร้อมจับฉลากมอบ “ระบบแพทย์แผนจีนโบราณ” จำนวนสิบชุดให้กับผู้โชคดี ทว่าไม่นานหลังพิธีเปิด หนึ่งในระบบกลับหายวับเข้าสู่รูหนอนปริศนา ไม่มีใครรู้ว่ามันไปปรากฏอยู่ที่ใด…
“ติ๊ง… ติ๊ง…”
เสียงเครื่องจักรแผ่วเบาดังขึ้นในความเงียบของค่ำคืนนั้น ในจิตใจของทารกน้อยที่ยังหลับสนิทในเปล
“ติ๊ง… ผูกมัดโฮสต์… ผูกมัดสำเร็จแล้ว… สวัสดีโฮสต์ ฉันคือระบบแพทย์แผนจีน ระบบการแพทย์ประจำตัวของคุณ
อุทิศตนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ…”
เสียงที่เหมือนแว่วจากอีกโลกทำให้หนูซินซินขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเล็กขยับเบา ๆ ก่อนจะร้องไห้ออกมาทันที แม้จะยังไม่ลืมตา แต่ความรู้สึกประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ กำลังไหลเวียนอยู่ในหัวใจเล็ก ๆ นั้น
ระบบแพทย์เองก็แทบค้างมันไม่เคยเจอกรณีเช่นนี้มาก่อน!
“โฮสต์อายุ…ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง?” ระบบรีบสแกนร่างกายโฮสต์อย่างรวดเร็ว ทว่าพอผลปรากฏ มันกลับค้างไปอย่างสิ้นเชิง
ในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล ซ่งเม่ยหลิน ผู้เป็นแม่ที่ยังนอนโคม่าบนเตียง ได้ยินเสียงลูกสาวร้องแว่วมา หัวใจของเธอเหมือนถูกกระตุ้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอพยายามขยับเปลือกตา ลืมขึ้นช้า ๆ และเห็นเปลเด็กอยู่ไม่ไกล ข้าง ๆ เปลนั้น มีชายคนหนึ่งสวมหน้ากากทางการแพทย์ เขาคือ หลิวอวี้ชวน ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างระมัดระวัง
ในอ้อมแขนของเขาคือทารกน้อยที่ร้องไห้จนหน้าแดง
“อย่าร้องนะ… เดี๋ยวพ่ออุ้มเอง” เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยออกมาเบา ๆ พร้อมมือที่โยกตัวเด็กอย่างทะนุถนอม
ซ่งเม่ยหลินมองภาพนั้นด้วยแววตาอ่อนโยน “คุณ…มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง วันนี้ไม่ต้องไปร่วมงานเหรอ?”
“ผมรีบมาเลยหลังงานจบ” หลิวอวี้ชวนยิ้มบางขณะมองลูกสาวในอ้อมแขน
“ลูกสาวเราน่ารักจริง ๆ… ดวงตาเหมือนคุณ จมูกเหมือนผม คิ้วก็บางเหมือนกัน”
ซ่งเม่ยหลินหัวเราะในลำคอ เบาเสียจนแทบไม่ออกเสียง “แล้วพ่อแม่ฉันล่ะ?”
“ผมให้กลับไปพักก่อน คืนนี้ผมจะอยู่ดูแลซินซินเอง”
“พรุ่งนี้เช้าไม่มีงานเหรอ?”
“ไม่เป็นไร ยังไม่ใช่งานใหญ่ ผมคุยกับเอเจนต์ไว้แล้ว ว่าจะพาคุณกับซินซินไปกลับบ้านตอนเช้า”
“จะไม่ลำบากเหรอ?”
“ตราบใดที่อยู่กับคุณกับลูก ความลำบากแค่นี้ไม่สำคัญเลย”เขาตอบพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางหนูซินซินลงในเปลอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะ เม่ยหลิน…”
“ขอบคุณเรื่องอะไร?” เธอถามพร้อมยิ้ม
“ขอบคุณที่ให้ผมมีบ้าน… และลูกสาวที่น่ารักแบบนี้”เขาพูดพร้อมจับมือเธอแน่น
บรรยากาศในห้องคลอดอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก และในเงียบสงบของห้องนั้น ระบบแพทย์ที่เพิ่งคืนสติ
มองเด็กน้อยในเปลอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเข้าสู่ “โหมดสลีป” ตามกฎที่ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ห้ามใช้ระบบ
หนูซินซินยังคงหลับสนิท… ไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของเธอเพิ่งเปลี่ยนไปตลอดกาล
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนูซินซินเติบโตขึ้นเป็นเด็กอนุบาลที่ร่าเริง สดใส ช่างพูด และเต็มไปด้วยพลังชีวิต
หลิวอวี้ชวน อดีตไอดอลชื่อดังที่เคยตกเป็นข่าวแต่งงานกะทันหัน บัดนี้กลายเป็นคุณพ่อบ้านเต็มตัว เขาเลิกวงการบันเทิง หันมาเรียนแพทย์แผนจีนจากพ่อตาอย่างตั้งใจ แม้ยังไม่ชำนาญมาก แต่ก็เริ่มคุ้นเคยกับสมุนไพรจีนในร้านยา “ตระกูลซ่ง”
หลายปีผ่านไป เขาได้รับทั้งใบอนุญาตและใบรับรองวิชาชีพแพทย์แผนจีน ทุกวัน เขามักเดินเตร่ในร้าน จ่ายยา ต้มยา เตรียมสมุนไพรด้วยความตั้งใจ
แต่ช่วงเวลาที่ดีเหล่านั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อยุคใหม่แห่งการแพทย์ตะวันตกเข้าครอบงำ
“ร้านยาตระกูลซ่ง” ที่เคยรุ่งเรืองกลับซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัดเสียงพูดคุยในร้านเริ่มบางตา เหลือเพียงกลุ่มคนแก่ที่ยังคงศรัทธาในยาจีน
วันหนึ่ง ภายในร้านยาไม้เก่าแก่เพื่อนบ้านทยอยกันเข้ามานั่งพูดคุยเรื่อง “นโยบายรื้อถอน” ของรัฐบาล
เสียงคนคุยกันคละเคล้าไปกับกลิ่นสมุนไพรอุ่น ๆ
ปู่ซ่ง เจ้าของร้านยาเทียนเซิง และผู้เชี่ยวชาญการสั่งยาเงยหน้าขึ้นจากสมุดจดและกล่าวอย่างใจดี
“คุณจางครับ ผมเห็นว่าปากคุณแห้งและระคายเคืองเล็กน้อย เดี๋ยววัดชีพจรให้ แล้วสั่งยาบำรุงปอดให้นะครับ”
“ขอสักสองสามเม็ดก็พอครับ แล้วขอสั่งเพิ่มด้วย เดี๋ยวนี้มีประกันสุขภาพแล้ว สบายมาก!” คุณจางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ช่วงนี้เอวผมก็ปวดหน่อย สั่งยาให้ด้วยนะ”
“ผมนอนไม่หลับ ขอด้วยครับ” เสียงขอคำปรึกษาดังขึ้นพร้อมกันอย่างคึกคัก
ปู่ซ่งหัวเราะเบา ๆ “ได้สิ ได้ทุกคนเลย” ก่อนจะเรียกหลิวอวี้ชวน ลูกเขยให้มาช่วยตรวจชีพจรด้วย
เพื่อนบ้านบางคนมองทั้งสองรุ่น ยิ้มพลางส่ายหน้า“ปู่ซ่ง ยังไม่ยอมแพ้อีกเหรอครับ?”
ปู่ซ่งถอนหายใจยาว “ก็ใช่น่ะสิ… เดี๋ยวนี้ใครเขาสนแพทย์แผนจีนกันล่ะ ร้านยาก็เงียบจะตายอยู่แล้ว สอนลูกเขยไปก็ไม่รู้จะได้ใช้ไหม…”
“จริงครับ เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ไปโรงพยาบาลใหญ่กันทั้งนั้น ไม่มีใครเข้าร้านยาจีนแล้ว มีแต่พวกเราคนแก่ ๆ”
“ยุคนี้ยาจีนตกต่ำลงจริง ๆ”
“ใครจะคิดว่าร้านยาเทียนเซิงที่เคยรุ่งเรือง จะต้องเผชิญวันแบบนี้…”
หลิวอวี้ชวนมองพ่อตาด้วยแววตาหม่น ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ลุงจาง ได้ข่าวว่าลูกชายคนเล็กจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ใช่ไหมครับ?”
“ใช่แล้ว!” ลุงจางพูดเสียงดังอย่างภาคภูมิ “พวกคุณต้องมางานเลี้ยงฉลองนะ!”
“ไม่ต้องห่วง เราไปแน่นอน”
“ใช่ เพื่อนบ้านเก่าต้องไปดื่มกันให้สนุก!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง แต่ระหว่างนั้น ก็มีคนขยิบตาให้กันเงียบ ๆ อย่างรู้กัน หลังจากลุงจางกลับไปพร้อมยาจีนในมือ เสียงซุบซิบก็ตามมาแทบจะทันที
“ลูกชายคนเล็กของเขาได้แต่งงานแล้วเหรอ?”
“คงเพราะบ้านจะถูกรื้อถอนแหละ ไม่งั้นคงหาคู่ไม่ได้หรอก”
“หน้าตาก็ดี แต่หัวล้านขึ้นทุกวัน…”
“อาชีพโปรแกรมเมอร์ไม่ใช่งานสำหรับมนุษย์จริง ๆ!”
“โชคดีนะที่บ้านกำลังจะได้ค่าชดเชยรื้อถอน ไม่งั้นคงลำบาก”
ใครบางคนถามขึ้น “เฒ่าซ่งครับ มียาจีนรักษาผมร่วงไหม?”
“มียาอยู่สองตัว อู่ฟาหว่าน กับ ฉีเป่าเหม่ยเหรินหว่าน ทั้งคู่ช่วยบำรุงรากผมและลดการหลุดร่วงได้”
“จริงเหรอ? แล้วทำไมลุงจางไม่ให้ลูกชายลองดูบ้างล่ะ?”
“หยุดเถอะ เขาไม่เชื่อยาจีนหรอก”
“คราวก่อนผมได้ยินเขาพูดกับลูกว่าไม่เชื่อว่ามันจะได้ผล บอกว่าจะซื้อสเปรย์ปลูกผมแทน”
“สเปรย์ปลูกผมหรอ? ถ้ามันได้ผลจริง ป่านนี้คงไม่หัวล้านหรอก!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบร้านยา หนูซินซินที่นั่งอยู่บนธรณีประตู เงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย ตาใสจ้องผู้ใหญ่คุยกันโดยไม่เข้าใจนัก
ปู่ซ่งเดินผ่านหน้าเด็กน้อย ขณะถือถุงยาไปส่งลูกค้า ลุงจางที่ตั้งใจจะคุยต่อถูกเมิน จึงทำหน้ามุ่ย
เดินออกจากร้านไปอย่างขุ่นเคือง พอพ้นประตู เขาก็ล้วงโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาลูกชาย พลางบ่นไม่หยุด ไล่ตั้งแต่ระบบ 996 ยันเจ้านายที่ไม่ให้วันหยุดพัก… เสียงบ่นหายไปกับลมยามบ่าย ทิ้งเพียงกลิ่นสมุนไพรที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วร้านยาเทียนเซิง
ระบบตื่น
คืนวันนั้น หลังจากที่ลุงจางกลับจากร้านยาตระกูลซ่ง ความโกรธที่อัดแน่นในใจกลับไม่จางลงแม้แต่น้อย ยิ่งคิดถึงงานแต่งของลูกชายคนเล็กที่จะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า เขาก็ยิ่งอึดอัดใจจนแทบหายใจไม่ออก ในงานแต่งนั้น เพื่อนบ้านทุกคนจะได้เห็นหัวของจางหยุนผิงที่กลายเป็น “เกาะฮาวาย” อย่างชัดเจน และคำพูดซุบซิบคงจะตามมาไม่หยุดหย่อนแน่ เขานึกภาพได้เลยว่า พอเสียงดนตรีงานแต่งเริ่มขึ้น คำกระซิบกระซาบก็จะดังแทรกมาเป็นระลอก ยิ่งคิด ยิ่งร้อนรุ่ม
คืนนั้นเขานอนไม่หลับเลยสักนาที จางไท่ไท่ที่นอนอยู่ข้างกายเห็นสามีพลิกตัวไปมาราวกับแผ่นแป้งถูกคนนวดก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด ในที่สุดเธอก็หมดความอดทน ใช้เท้าถีบเขาออกจากเตียงอย่างแรงจนร่างใหญ่ตกไปกองอยู่กับพื้น “เธอทำอะไรน่ะ!” ลุงจางพูดเสียงงัวเงีย ทั้งตกใจทั้งงง “ดึกดื่นขนาดนี้ไม่ยอมนอน ยังจะมาเตะฉันอีกเหรอ”
“จะให้ฉันทำยังไงล่ะ คุณพลิกไปพลิกมาทั้งคืนแบบนั้น ฉันจะนอนยังไงได้” จางไท่ไท่ตอบด้วยเสียงขุ่นเคือง ลุงจางอ้าปากเหมือนจะพูด แต่ก็พูดไม่ออก “ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย ตอนกลางคืนไม่ยอมนอนนี่คิดอะไรอยู่กันแน่” เธอว่าพลางพลิกตัวหันหลังให้ เตรียมจะหลับต่อ
ลุงจางมองแผ่นหลังภรรยาที่ไม่รับรู้อะไรเลย สภาพนั้นยิ่งทำให้เขาถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “ก็ได้ เธอนอนเถอะ ฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อน” พูดจบเขาก็สวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องไป จางไท่ไท่มองตามอย่างเฉยเมย ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง เวลานอนของคนสูงวัยมีค่ามาก ถ้าไม่รีบหลับก็อาจจะไม่หลับได้ทั้งคืน
ลมยามค่ำพัดเย็นยะเยือก ท้องฟ้ามืดมิดไร้ดาว ลุงจางเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนนเงียบ ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าร้านยาเทียนเซิงที่ปิดสนิท ประตูไม้เก่าเงียบงัน มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องให้เห็นป้ายร้านซีดจาง เขาจ้องมองประตูนั้นครู่หนึ่ง ก่อนบทสนทนาในร้านช่วงเช้าที่ผ่านมาแล่นเข้ามาในหัว เสียงของซ่งหลานตอนพูดถึงโรคของเพื่อนบ้านยังชัดเจนในความทรงจำ และทันใดนั้น ภาพลูกชายหัวล้านที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารก็นึกขึ้นมา เขากัดฟันแน่นในความอับอายและความหวังผสมกัน จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
ในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ขณะเดียวกันกับที่หนูซินซินนอนกอดกระต่ายตัวโปรดอยู่บนเตียง เสียง “ติ๊ง” แผ่วเบาก็ดังขึ้นในหัวของเด็กหญิง ระบบแพทย์แผนจีนโบราณที่หลับใหลมากว่า 3 ปี เริ่มเปิดระบบอัตโนมัติอีกครั้ง แสงสีทองละเอียดส่องผ่านภาพฝันของเธอ พร้อมวิดีโอแห่งประวัติศาสตร์การแพทย์แผนจีนพาดผ่านสายตาอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ยุคโบราณที่หมอใช้สมุนไพรพื้นบ้านรักษาคน จนถึงยุคจักรวาลที่มนุษย์และเครื่องจักรผสานกันเป็นหนึ่ง
สมองน้อย ๆ ของหนูซินซินเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วราวเครื่องประมวลผลขนาดเล็ก ระบบแพทย์ตรวจจับได้ถึงการเคลื่อนไหวของคลื่นสมองและรีบสแกนซ้ำ ความร้อนในวงจรข้อมูลของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนาสมองโดยไม่รู้ตัวในลักษณะนี้มีเพียงไม่กี่คนในจักรวาลที่ทำได้ และทุกคนล้วนเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ระบบถึงกับตกตะลึง เด็กคนนี้… มีบางอย่างพิเศษ
มันแทบอดใจไม่ไหวที่จะอวดข้อมูลนี้ในเครือข่ายระบบ แต่เมื่อพยายามเชื่อมต่อ มันกลับพบว่าตนไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายจักรวาลได้อีก ความผิดปกติทำให้ระบบร้อนรุ่ม มันพยายามเชื่อมต่อใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้งผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมไม่มีสัญญาณตอบกลับ สุดท้าย ระบบจึงเริ่มสแกนสภาพแวดล้อมรอบตัว ตรวจจับสัญญาณไวไฟของบ้าน และเมื่อเจอชื่อเครือข่าย “Wi-Fi บ้านเทียนเซิง” มันก็เข้าใจทุกอย่าง
ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในจักรวาลเดิมอีกต่อไป แต่มาอยู่ในโลกใบหนึ่งที่ห่างจากต้นกำเนิดหลายล้านปีแสง ระบบเปิดฐานข้อมูลและตรวจสอบสถานะการแพทย์แผนจีนในโลกใบนี้ ผลลัพธ์ทำให้แทบช็อก การแพทย์แผนจีนที่ยิ่งใหญ่ตลอดห้าพันปี กลับถูกกลืนด้วยการแพทย์ตะวันตกจนแทบไม่เหลือที่ยืน มันรู้สึกเหมือน “วิญญาณสองดวง” ในตัวแยกออกจากกันด้วยความโกรธและความเสียดาย แต่ไม่นาน ความมุ่งมั่นใหม่ก็ถูกจุดขึ้น “ในเมื่อฉันมาถึงโลกนี้แล้ว ฉันจะฟื้นฟูการแพทย์แผนจีนให้รุ่งเรืองอีกครั้ง”
ขณะหนูซินซินยังหลับตาพริ้มในฝัน ภาพหมอในชุดผ้าแพรโบราณค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลิ่นสมุนไพรหอมอ่อน ๆ “โฮสต์สวัสดีครับ ฉันคือระบบแพทย์แผนจีนโบราณ ระบบการแพทย์ประจำตัวของคุณ พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพเต็มที่” เสียงนั้นนุ่มนวลและอบอุ่นราวลมหายใจ หนูซินซินในฝันกะพริบตา “ระบบเหรอ?”
“ใช่ครับ ผมคือระบบ คุณมีอาการไม่สบายตรงไหน บอกผมได้เลย”
“ฉันรู้แล้ว คุณก็เหมือนคุณปู่ใช่ไหม ที่รักษาคนด้วยยาจีน”
ระบบรู้ดีว่าในบ้านนี้ซ่งหลานคือหมอแผนจีนผู้มากประสบการณ์ มันจึงตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ถูกต้องครับ ผมเหมือนซ่งหลาน ที่ใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีนรักษาผู้คน”
“ว้าว! แพทย์แผนจีนเก่งมากเลยนะ!” เด็กหญิงพูดด้วยแววตาเป็นประกาย
“ถ้าอย่างนั้น โฮสต์อยากเรียนแพทย์แผนจีนไหมครับ” “อยากสิ!” เธอตอบทันที
“ตั้งแต่เด็กฉันก็ติดตามคุณปู่กับพ่อท่องสูตรยาจีน ปู่ยังบอกว่าเมื่อฉันโตขึ้นจะส่งต่อร้านยาเทียนเซิงให้ฉันสืบทอด”
ระบบฟังด้วยความอิ่มเอมใจ รู้สึกว่าตนโชคดีเหลือเกินที่ได้โฮสต์เช่นนี้ แต่ก่อนจะพูดอะไรต่อ หนูซินซินกลับยิ้มพลางหาวเบา ๆ “ราตรีสวัสดิ์นะ คุณระบบ” แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
รุ่งเช้าวันใหม่ หนูซินซินตื่นสายไปเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยพลังสดใส หลังล้างหน้าแปรงฟันจนหอมสะอาด เธอรีบคว้าจอบเล็กเตรียมจะไปช่วยคุณปู่ปลูกต้นไม้ในสวน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากห้อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก เด็กหญิงรีบวิ่งไปที่ประตูหลังบ้าน “ใครน่ะ?” เสียงใสถามออกไป “ซินซินจ๋า เป็นปู่จางเองนะ” เสียงตอบกลับดังแผ่วแต่รีบร้อน
“รอก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูเรียกพ่อมาเปิดให้” เธอตอบพลางหันไปเรียกหลิวอวี้ชวน
ไม่นานเขาก็เดินมาที่ประตู พอเปิดออก ลุงจางก็ย่องเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปิดประตูตามหลังเสียงดัง “ปัง!”
“ลุงจาง ทำอะไรครับ?” หลิวอวี้ชวนถามอย่างงงงัน
“เอ่อ… พ่อของคุณอยู่ไหน?”
“อยู่หน้าบ้าน กำลังจะเปิดร้านยา” ได้ยินดังนั้น ลุงจางก็รีบวิ่งพรวดไปยังสวนทันที ท่าทางคล่องแคล่วจนน่าตกใจ หลิวอวี้ชวนอุ้มลูกสาวตามไปด้วยความสงสัย
เมื่อไปถึงหน้าร้าน ปู่ซ่งกำลังจะไขกุญแจประตู แต่ยังไม่ทันได้จับลูกบิด ลุงจางก็รีบคว้าแขนไว้
“ปู่ซ่ง รอก่อน! ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย!” ปู่ซ่งหันมามองอย่างงง
“เฒ่าจางโผล่มาจากในบ้านฉันได้ยังไง?”
“ช่างเถอะ เรื่องนั้นไม่สำคัญ ตอนนี้ผมมีเรื่องอยากขอร้องจริง ๆ”
“ได้ ๆ พูดเร็ว เดี๋ยวผมต้องเปิดร้านแล้ว”
“ไม่ได้ครับ เรื่องนี้พูดในร้านไม่ได้ เด็ดขาด!”
“หืม? ทำไมพูดในร้านไม่ได้?”
ลุงจางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา “ผมอยากถามเรื่อง… ยาบำรุงผมดำ กับยาสระผมฟื้นฟูเส้นผม ที่คุณพูดไว้เมื่อวาน มันได้ผลจริงหรือเปล่า?” ปู่ซ่งถึงกับหัวเราะเบา ๆ ส่วนหลิวอวี้ชวนที่อุ้มลูกอยู่ก็เริ่มเข้าใจทุกอย่าง ลุงจางหน้าแดงทันที
“เอ่อ… ช่วยสั่งให้ผมหน่อยได้ไหม เอา ‘ยาบำรุงผมดำ’ กับ ‘ยาบำรุงผมเจ็ดสมบัติ’ นั่นแหละ เยอะ ๆ หน่อยนะ”
“คือ ‘เจ็ดสมบัติเม่ยหยานว่าน’ ครับ”
“ใช่ ๆ นั่นแหละ เอาเยอะ ๆ เลย”
ปู่ซ่งพยักหน้า “ได้ครับ แต่ยาพวกนี้เป็นสมุนไพร อาจมีผลข้างเคียงบ้าง ถ้าให้หยุนผิงมาที่ร้าน ผมจะตรวจชีพจรก่อน จะได้ผลดีกว่า”
“ไม่ต้อง! เอ่อ หมายถึง… ผมจะใช้เอง”
“อ๋อ ได้ครับ แต่จะสั่งได้แค่หนึ่งสัปดาห์ก่อนนะ และสองตัวนี้ไม่ร่วมประกัน ต้องจ่ายเอง”
“จ่ายเองก็ได้ ขอแค่ได้ยา”
“ตกลง วันนี้ผมจะต้มยาไว้ให้ พรุ่งนี้มารับได้เลย”
“ขอบคุณมาก!”
ก่อนจะเดินจากไป ลุงจางหันกลับมาพูดเสียงจริงจัง “ช่วยเก็บเรื่องที่ผมมาสั่งยาไว้เป็นความลับด้วยนะ อย่าให้คนอื่นรู้เด็ดขาด”
“เข้าใจครับ ความลับสุดยอดเลย” หลิวอวี้ชวนตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ใช่ ความลับสุดยอด” ลุงจางย้ำอีกครั้ง แล้วเดินจากไปด้วยใบหน้าที่โล่งอกที่สุดในรอบหลายวัน
หลังจากเขาจากไป ปู่ซ่งกับหลิวอวี้ชวนหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังอบอุ่นและเบิกบาน กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ จากร้านยาค่อย ๆ ลอยอบอวลในอากาศ ราวกับบอกเป็นนัยว่าเช้าวันใหม่ของบ้านเทียนเซิง… กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งอย่างมีชีวิตชีวา
ร้านยายังไม่ทันรุ่ง
หลังจากหัวเราะกันจนบรรยากาศผ่อนคลายลง ปู่ซ่งก็ยื่นมือไปรับหนูซินซินจากอ้อมแขนของหลิวอวี้ชวนแล้วพูดอย่างอารมณ์ดี
“ไปเอายามาให้ลุงจางกันเถอะ” เขาหันไปบอกลูกเขย
“แกก็มาด้วย”
“ตกลงครับอาจารย์” หลิวอวี้ชวนตอบอย่างเคารพ ก่อนจะรีบเดินตามปู่ซ่งไปยังร้านยาเทียนเซิงที่อยู่ข้างบ้าน
ระหว่างทางนั้น ปู่ซ่งยังไม่วายทดสอบความจำของหลิวอวี้ชวนเกี่ยวกับใบสั่งยาสำหรับยาบำรุงผมดำและยาเสริมความงามเคราเจ็ดสมบัติด้วย แม้หลิวอวี้ชวนจะเลิกอาชีพไอดอลมาหลายปีแล้ว แต่ด้วยความเคยชินจากการท่องบทละครและฝึกจำบทพูดต่าง ๆ ทำให้เขายังจำได้แม่น เขายังจำตำรับยาเหล่านี้ได้ขึ้นใจ หลังจากฝึกเรียนกับปู่ซ่งมาหลายปี
พอปู่ซ่งถาม เขาก็ท่องตำรับยาได้อย่างคล่องแคล่วไม่สะดุดเลยแม้แต่น้อย
ปู่ซ่งพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะถามต่อด้วยเสียงเรียบ “แล้วสมุนไพรสองชนิดนี้ล่ะ เจ้ารู้ไหมว่ามันทำอะไรได้บ้าง?”
“ผมรู้ครับ มันทำให้ผมดำสวยขึ้น” หลิวอวี้ชวนตอบเร็วไปหน่อย ก่อนจะชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นแววตาปู่ซ่ง เขารีบอธิบายต่อ
“ผมจำได้ว่าสมุนไพรสองชนิดนี้ใช้รักษาผมหงอกก่อนวัยกับเคราขาว อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูตับและไตที่อ่อนแอกระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่ด้วยครับ”ปู่ซ่งพยักหน้าอย่างพึงใจ
“ใช่แล้ว ผมร่วงส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้ตับและไตอ่อนแอ พลังชี่และเลือดไม่พอสมดุลระหว่างระยะคาตาเจนกับอะนาเจนเสียไป เส้นผมจึงร่วงง่าย”เขาวางมือไว้บนโต๊ะยาเบา ๆ แล้วพูดต่ออย่างช้า ๆ
“ดังนั้น ถ้าจะรักษาผมร่วง ก็ต้องเริ่มจากเสริมพลังชี่และเลือดก่อน ให้ตับไตกลับมามีกำลัง แล้วจึงค่อยกระตุ้นรูขุมขนให้สร้างเส้นผมใหม่ได้”
ระหว่างที่ปู่ซ่งกำลังอธิบายอยู่นั้น หนูซินซินในอ้อมแขนก็เงยหน้ามองตาปริบ ๆ ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความสนใจ เสียงอบอุ่นของปู่ซ่งผสมกับเสียงอีกเสียงหนึ่งในหัวของเธอเสียงของระบบแพทย์แผนจีนโบราณที่กำลังอธิบายรายละเอียดซ้ำอีกครั้งพร้อมภาพประกอบอย่างชัดเจน ภาพของเส้นผม รูขุมขน และเส้นทางพลังชี่ในร่างกายปรากฏขึ้นในจิตใจของเธอราวกับกำลังดูภาพเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า เด็กหญิงเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง แต่ก่อนที่เธอจะตั้งคำถาม ปู่ซ่งก็วางเธอลงเบา ๆ แล้วลูบหัวอย่างอ่อนโยน
“ซินซิน รอคุณปู่อยู่ตรงนี้นะ ปู่กับพ่อจะไปเขียนใบสั่งยาให้ลุงจาง”
ปู่ซ่งกับหลิวอวี้ชวนเดินไปยังเคาน์เตอร์ร้านยา ส่วนหนูซินซินยืนมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มหน้ากระซิบเบา ๆ
“คุณเป็นใคร ทำไมถึงอยู่ในหัวของหนูล่ะ?”เสียงทุ้มใสที่เธอคุ้นดังตอบกลับมาทันที
“โฮสต์ คุณลืมไปแล้วหรือ? ฉันคือระบบแพทย์เฉพาะตัวของคุณไง!”หนูซินซินกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงงงวย
“เราคุยกันเมื่อคืนนี้ คุณบอกว่าจะทำให้ร้านยาตระกูลซ่งกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง!” ระบบพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ หนูซินซินเบิกตากว้างขึ้น
“งั้นความฝันเมื่อคืน… ไม่ใช่ความฝันเหรอ?”
“ไม่ใช่เลย มันคือเรื่องจริงทั้งหมด!” เสียงระบบตอบกลับอย่างภูมิใจ
“จริงเหรอ! งั้นคุณก็เป็นระบบจริง ๆ เหมือนในนิยายเลยใช่ไหม!” เด็กหญิงตาเป็นประกายทันที เธอนึกถึงคำพูดของพ่อที่เคยพูดเล่น ๆ ว่า
“ถ้ามีระบบแบบในนิยายจริง ๆ พ่อคงกลายเป็นดาราดังระดับโลกไปแล้ว”
ระบบฟังอย่างสับสน “ระบบจากนิยาย? หมายถึงอะไร?”
“ก็แบบ… ระบบข้ามเวลา ระบบดารา ระบบพลังวิเศษ ระบบฟื้นฟู ระบบระนาบไง!” หนูซินซินพูดอย่างตื่นเต้น มือเล็กขยับประกอบคำพูดไม่หยุด
“มีระบบมากมายขนาดนั้นเลยเรอะ?” ระบบพูดเสียงสูงด้วยความประหลาดใจ
“แน่นอนสิ! พ่อฉันอ่านนิยายแนวระบบทุกวันเลย!” ระบบนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มสแกนหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบอื่น ๆ บนโลกทันที แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่มีระบบไหนอยู่เลยนอกจากมันเพียงตัวเดียว
ในขณะเดียวกัน หลิวอวี้ชวนซึ่งกำลังเขียนใบสั่งยาอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นเห็นลูกสาวกำลังพึมพำกับตัวเอง
“ซินซิน พูดกับใครอยู่เหรอลูก?”
หนูซินซินหันมายิ้ม “พ่อ หนูกำลังคุยกับระบบของหนู!”
“ระบบ?” หลิวอวี้ชวนเลิกคิ้ว เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกขำกับคำพูดนั้น เขานึกถึงตอนที่เคยคุยกับลูกเรื่องนิยายระบบ และหนูซินซินเคยพูดว่าระบบที่เก่งที่สุดต้องชนะอุลตร้าแมนได้ เขาจึงพูดติดตลก
“งั้นก็คุยต่อไปสิ อย่าลืมถามมันด้วยนะว่าชนะอุลตร้าแมนได้ไหม” หนูซินซินกลอกตา “พ่อ หนูยังเด็กนะ หนูไม่อยากสู้กับอุลตร้าแมนแล้ว”
“อ้าวเหรอ แล้วอยากสู้กับอะไรล่ะ?” หลิวอวี้ชวนหัวเราะพลางเตรียมยาไปด้วย
“หนูอยากรักษาคน ช่วยชีวิตคนเหมือนคุณปู่ หนูจะทำให้ร้านยาเทียนเซิงของเราแข็งแกร่งที่สุดในโลกเลย!” เด็กหญิงพูดพลางยกมือขึ้นอย่างภาคภูมิ
หลิวอวี้ชวนหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู “โอ้โห ใช้ศัพท์ซะเท่เลยนะ”
“แน่นอนสิ ปู่บอกว่าหนูจะสืบทอดร้านยาตระกูลซ่ง!” หนูซินซินตอบอย่างมั่นใจ ปู่ซ่งที่ได้ยินถึงกับหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้า
“ใช่ ร้านยานี้จะเป็นของซินซินตั้งแต่นี้ไป” หนูซินซินหันไปหาพ่อ “พ่อ ได้ยินไหม!”
“ได้ยินแล้วครับ” หลิวอวี้ชวนยิ้มอบอุ่น “แต่รู้ไหม บ้านเรากำลังจะถูกรื้อถอนนะ”
“รู้สิ ปู่จางกับคนอื่นพูดเรื่องนี้ทุกวันเลย”
“แล้วรู้ไหมว่ารื้อถอนแปลว่าอะไร?”
“หมายความว่ายังไงเหรอ?”
“มันคือแบบนี้แหละ บูม! หายไปเลย!”
“หายไป!?” เด็กหญิงเบิกตาโตด้วยความตกใจ
“ใช่ ไม่มีร้านยาอีกต่อไปแล้ว”
หนูซินซินหันไปมองปู่ซ่งอย่างไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อเห็นปู่พยักหน้าเบา ๆ น้ำตาก็เริ่มเอ่อรื้น “ไม่เอา หนูไม่อยากให้ร้านยาหายไป ฮือ…”
ซ่งเม่ยหลินซึ่งได้ยินเสียงร้องไห้ รีบวิ่งออกมาอุ้มลูกสาวขึ้นมากอดแน่น “เกิดอะไรขึ้น ใครรังแกหนู?” เธอหันมาจ้องสามีทันที
“เปล่านะ ผมแค่บอกว่าร้านยากำลังจะถูกรื้อ แล้วเธอก็ร้องไห้ขึ้นมาเอง…” หลิวอวี้ชวนยกมือยอมแพ้เสียงร้องไห้ของหนูซินซินดังขึ้นเรื่อย ๆ “ฮึก… แม่ หนูไม่อยากให้ร้านยาหายไป ฮือ…”
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะลูก” ซ่งเม่ยหลินลูบหัวปลอบเบา ๆ แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
“แม้แต่ร้านยาก็ยังไม่ทันรุ่ง ทำไมต้องหายไปด้วย…” เด็กหญิงสะอื้น
ปู่ซ่งมองหลานสาวด้วยสายตาอ่อนโยน “ซินซิน มันก็แค่ร้านยา ถ้ารื้อจริง ๆ ปู่จะหาที่เปิดร้านใหม่ให้เอง”
“เปิดร้านใหม่เหรอ?” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นตาแดง ๆ
“ใช่ ร้านยาที่แท้จริงมันอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่แค่ที่ดิน” ปู่ซ่งยิ้มอบอุ่น
“งั้นหนูก็ยังสืบทอดร้านยาได้ใช่ไหม?”
“แน่นอนสิ ตั้งแต่นี้ไป ร้านยาของปู่ก็คือของซินซินแล้ว” หนูซินซินยิ้มกว้าง รีบโผเข้ากอดคอปู่แน่น “คุณปู่ใจดีที่สุดในโลกเลย!”
ปู่ซ่งหัวเราะเบา ๆ กอดตอบด้วยความรักเต็มหัวใจ ในขณะนั้นเขาตัดสินใจแน่วแน่ว่า ต่อให้จะมีคำสั่งรื้อถอน เขาก็จะไม่ปิดร้านยาเทียนเซิงตามแผนเดิมอีกต่อไป
ระบบแพทย์แผนจีนโบราณเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในเงียบ มันรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาทีจากน้ำตา สู่เสียงหัวเราะ และการตัดสินใจที่เปลี่ยนชะตาของร้านยา สุดท้ายมันก็สรุปผลในใจว่า ผลลัพธ์นี้… ก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว มันเริ่มสนใจในสิ่งที่เด็กน้อยเรียกว่า “นิยายระบบ” และไม่นานนัก ระบบก็เริ่มเรียนรู้การสำรวจโลกจินตนาการนั้นได้อย่างอิสระ เส้นทางของระบบแพทย์แผนจีนโบราณและเด็กหญิงตัวเล็กจากร้านยาเทียนเซิง… เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง