โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยตรวจสอบรีสอร์ตหรูชื่อดังเมืองกาญจน์ หลังพบหลักฐานชัด "ซื้อ-ขาย" ที่ดินหลวง

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 14.59 น.

ที่ปรึกษา รมว.ทส.นำทีม ฉก.ทส.นำหมายค้นลุยตรวจสอบรีสอร์ตหรูชื่อดังเมืองกาญจน์ หลังพบหลักฐานชัด "ซื้อ-ขาย" ที่ดินหลวงให้นายทุน ผิดพ.ร.บ.

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำชุดเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม (ฉก.ทส.)

พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นายเทวินทร์ มีทรัพย์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่อำเภอศรีสวัสดิ์ ตำรวจ สภ.ศรีสวัสดิ์ นำหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นรีสอร์ตชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ท้องที่หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

เนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าที่ดินของประชาชน ที่มีสิทธิตามมาตรา 64 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ถูกขายเปลี่ยนมือไปเป็นของนายทุน นำมาสร้างเป็นที่พักหรูให้บริการแก่นักท่องเที่ยวโดยผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบสถานที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมีลักษณะเป็นเต็นท์กระโจม สร้างอยู่หน้าผาสูงบรรยากาศแบบซีวิวมองจากที่สูงลงไปเห็นอ่างเก็บน้ำและเกาะแก่งต่างๆในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ได้อย่างสวยงาม

โดยเต็นท์กระโจม สร้างห่างกันอย่างเป็นสัดส่วน มีจำนวน 8 หลัง ห้องพักทั้ง 8 หลังยกพื้นสูง มีสะพานทางเดินเข้าถึง และพบว่ามีลานสำหรับกางเต็นท์อีก 6 จุด และนอกจากนี้ยังมีห้องให้บริการเป็นบ้านพักชั้นครึ่งและบ้านพักหลังใหญ่ 2 ชั้น รวมถึงสิ่งปลูกสร้างต่างๆรวม 44 รายการ ขณะเข้าตรวจสอบนั้นยังพบว่ามีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการอยู่จำนวนหนึ่ง

ซึ่งพนักงานแจ้งว่าพวกตนทำงานมีรายได้เป็นรายวันๆละ 300 บาท หากมีโอทีจะได้ชั่วโมงละ 50 บาท สำหรับเจ้าของไม่อยู่ในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะมาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่ผู้จัดการไม่อยู่เพราะเพิ่งเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

ทั้งนี้นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เจ้าของพื้นที่ เปิดเผยว่า ปี 2553 ผู้ครอบครองที่ดินเดิมคือนางมณี (นามสมมุติ) ได้แจ้งการครอบครองการสำรวจตามมติ ครม.30 มิ.ย.2541 เนื้อที่ประมาณ 3-3-24 ไร่ ใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยการทำเกษตร

ต่อมาเดือน พ.ย.63 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอราวัณ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ ตาม พรบ.อุทายานฯ 2562 มาตรา 64 พบมีมีเนื้อที่ 12-1-99 ไร่ โดยขณะนั้นนางมณี ได้มอบอำนาจให้นายโฮม (นามสมุติ)เป็นผู้นำพาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบมีบ้านไม้ไผ่โครงสร้างแบบบ้านน็อกดาวน์ จำนวน 10 หลัง ศาลาแบบเปิดโล่งโครงสร้างเหล็กยกสูง จำนวน 2 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆอีกรวม 9 รายการ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงให้ดำเนินการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงเอาไว้แล้ว

จากนั้นเดือน ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง พบว่าสิ่งปลูกสร้างยังรื้อถอนขนย้ายออกไปไม่หมด โดยยังพบบ้านพักน็อกดาวน์หลงเหลืออยู่ จำนวน 4 หลัง อีกทั้งยังพบแรงงานจำนวนหนึ่งกำลังต่อเติมศาลา ต่อเติมก่อสร้างห้องน้ำ และมีการปรับสภาพหน้าดิน เพื่อให้สวยงามยิ่งขึ้น จึงเป็นการขัดคำสั่งของพนักงาน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท พร้อมกับแจ้งให้นายโฮม ดำเนินการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่

วันที่ 21 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้นางมณี (นามสมมุติ) เจ้าของแปลงที่ดินที่ได้แจ้งเอาไว้มาพบ เพื่อให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ ผลปรากฏว่านางมณี ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับนายวุธ (นามสมมุติ) นายทุนไปแล้วตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งขณะนั้นตนพักอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยได้มอบหมายให้น้องชายดำเนินการแทน หลังจากที่ตนได้มอบที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับนายทุนแล้ว ตนก็ไม่ทราบเลยว่าเจ้าของที่ดินรายใหม่จะนำที่ดินไปใช้ประโยชน์อะไร แต่คนซื้อก็ยังไม่ได้ประสานมาเพื่อขอเอกสารต่างๆ ในการนำไปติดต่อกับทางราชการที่เกี่ยวข้องกับแปลงที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้รับหลักฐานเป็นสำเนาหนังสือสัญญาการซื้อขายที่ดินของทั้ง 2 ฝ่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.2558

วันที่ 26 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ยังพบว่ามีการต่อเติมถนนคอนกรีตจากเดิมจนแล้วเสร็จตลอดแนว อีกทั้งยังพบกำลังก่อสร้างกระโจมที่พักอีก 4 หลัง และกำลังก่อสร้างโครงเหล็กรอบต้นไม้ที่เป็นจุดชมวิวหน้าผาริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ อีกด้วย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงสั่งให้นายโฮม ดำเนินการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกนอกพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการทำบันทึกข้อตกลงเอาไว้เป็นหลักฐาน

ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะมีหลักฐานต่างๆอย่างครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังทำการสืบค้นอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดเราพบหลักฐานทางเว็บไซด์หรือตามช่องทางออนไลน์ต่างๆว่า มีการจองห้องพักของรีสอร์ตวิวร้อยล้าน จึงเป็นที่มาของการขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในการนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในวันนี้

จากการตรวจสอบพบสิ่งผิดกฎหมายที่จะต้องรื้อถอนขนย้ายออกนอกพื้นที่ เช่นเต้นท์กระโจม อาคารห้องพัก ห้องน้ำ และสิ่งปลูกสร้างให้บริการนักท่องเที่ยวชนิด ต่างๆ จำนวน 44 รายการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจดทำบันทึกเรื่องราวเพื่อเข้าพบและมอบหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562

มาตรา 19(1)ฐานบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินก่อสร้าง แผ้วถาง และมาตรา 19(6)เข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ และการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือ เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขการสำรวจการถือครองที่ดินตามมติ ครม.30 มิ.ย.2541 และตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และจะต้องมีการเพิกถอนในที่ดินดังกล่าวต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุยตรวจสอบรีสอร์ตหรูชื่อดังเมืองกาญจน์ หลังพบหลักฐานชัด "ซื้อ-ขาย" ที่ดินหลวง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...