โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องหุ้น ค้าปลีก-ท่องเที่ยว วิเคราะห์แนวโน้มกำไรปี’69

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 02.54 น.

ปี 2569 นี้เป็นปีที่ภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงจากปีก่อน โดยการบริโภคคาดว่าจะตกลงจากหลาย ๆ ปัจจัย ขณะที่การท่องเที่ยวก็อาจจะยังต้องลุ้น หลังจากปีที่ผ่านมาตัวเลขก็ไม่ดีนัก ทั้งนี้ เมื่อมองในมุมหุ้นที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร ลองมาดูการวิเคราะห์หุ้น 2 กลุ่มนี้กัน

หุ้นค้าปลีกฟื้นครึ่งหลังโต 8-10%

เริ่มจากหุ้นค้าปลีก “ธรีทิพย์ วงษ์แสงไพบูลย์” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KS) วิเคราะห์ว่า ปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มค้าปลีกเจอความท้าทายอย่างมาก จากแรงกดดันหลายปัจจัยที่กระทบต่อการบริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นค้าปลีก 9 บริษัทที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของ บล.กสิกรไทย ได้แก่ BJC, CPALL, CPAXT, CRC, DOHOME, GLOBAL, HMPRO, MOSHI และ MRDIYT พบว่าผลประกอบการมีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน หรืออาจติดลบเล็กน้อย

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิรวมหุ้นค้าปลีกในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 58,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% จากปีก่อน ขณะที่กำไรหลัก (Core Profit) คาดว่าจะลดลงราว 1.8% จากผลของรายการพิเศษบางส่วน ทำให้ภาพรวมกำไรยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

“ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา ทั้งลานีญาที่ทำให้มีฝนตกชุกกว่าปกติในช่วงฤดูร้อน ซึ่งกระทบต่อยอดขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับความเย็น และส่งผลต่อการเดินทางของผู้บริโภค รวมถึงยังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว, ความไม่แน่นอนต่อเนื่องจากมาตรการภาษีสหรัฐ (US Tariff), สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ และยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ของบริษัทค้าปลีกส่วนใหญ่ติดลบ สะท้อนภาพการบริโภคที่ซบเซา”

สำหรับแนวโน้มปี 2569 “ธรีทิพย์” ประเมินว่ากำไรของกลุ่มค้าปลีกมีโอกาสเติบโตประมาณ 8-10% จากฐานที่ต่ำและปัจจัยลบที่เริ่มผ่อนคลายลงจากภัยธรรมชาติ รวมถึงประเด็น US Tariff ที่ไม่น่าจะเป็นแรงกดดันหลัก ขณะเดียวกัน ยังคาดหวังการคลี่คลายของสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ แม้ปลายปี 2568 จะมีมาตรการภาครัฐเข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภคในทางอ้อม แต่การยุบสภาที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาด ทำให้บางมาตรการขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพการฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2569 ยังไม่โดดเด่นนัก และต้องเผชิญกับฐานที่สูง โดยเฉพาะไตรมาส 1 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลประกอบการดีที่สุดของปี

อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกเพิ่มเติมในปี 2569 ได้แก่ การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะช่วยหนุนการบริโภค แม้ในช่วงต้นปีอาจยังไม่เด่นชัด อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังการเลือกตั้งและมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ คาดว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ภาคธุรกิจ

“ระดับมูลค่าหุ้นที่ปรับลดลงมาก่อนหน้า ทำให้ Downside ของราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด และเปิดโอกาสให้กลุ่มค้าปลีกฟื้นตัวได้แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้น้ำหนักการฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มากกว่าครึ่งปีแรก ทั้งนี้ การฟื้นตัวยังไม่ใช่ลักษณะ V-Shape เนื่องจากยังมีแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการเติบโตของรายได้ผู้บริโภคที่ยังจำกัด ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ GDP ปี 2569 ที่ขยายตัวเพียงราว 1.6%”

หุ้นท่องเที่ยวฟื้นจากนักท่องเที่ยวจีน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (KKPS) วิเคราะห์หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในปี 2569 ว่า จากฐานที่ต่ำในปี 2568 อันเนื่องมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อ่อนแอ ในปี 2569 น่าจะเห็นสถานการณ์พลิกฟื้น จากการที่นักท่องเที่ยวจีนอาจเปลี่ยนทิศทางจากญี่ปุ่นมาสู่ไทย จากที่มีข้อพิพาทกัน โดย KKPS ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวรวมจะฟื้นตัวและเติบโต 4% เป็น 34.4 ล้านคนในปีนี้

โดยมีโอกาสเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าส่วนแบ่งตลาดของไทยในนักท่องเที่ยวจีนขาออกจะเพิ่มจาก 7% ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 เข้าใกล้ระดับ 11% ที่เคยเห็นในปี 2562

แนวโน้มรายได้ต่อห้องพักที่พร้อมให้บริการ (RevPAR) ของโรงแรมในประเทศไทย คาดว่าจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 หนุนโดยการเติบโตที่แข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวยุโรป โดยเฉพาะโรงแรมในต่างจังหวัด ขณะที่ RevPAR โรงแรมในกรุงเทพฯยังคงติดลบ แต่มีโอกาสฟื้นตัวในไตรมาส 1 ปี 2569 จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน

ทั้งนี้ ภาคการบินของไทยควรได้รับประโยชน์จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นราว 3-6% สำหรับ AOT, THAI และ BA โดยกำไรของ AOT คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 24% ในปีงบประมาณ 2569 หนุนโดยค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ที่สูงขึ้น กำไรของ BA คาดว่าจะเติบโต 5% จากการโตอย่างต่อเนื่องของเส้นทางสมุย ในทางตรงกันข้าม และกำไรของ THAI คาดว่าจะลดลง 8% จากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ KKPS มองว่า CENTEL และ BA เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยให้น้ำหนักเชิงบวกกับ CENTEL จากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรที่ดี ขณะที่ BA มีมูลค่าที่ไม่แพง ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรของหุ้น (PER) ที่ 8 เท่า อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 22% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 8% พร้อมโอกาสการเติบโตเพิ่มเติมจากการปรับขึ้น PSC และการต่ออายุสัมปทานธุรกิจขนส่งสินค้าและบริการภาคพื้นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องหุ้น ค้าปลีก-ท่องเที่ยว วิเคราะห์แนวโน้มกำไรปี’69

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...