ส่องหุ้น ค้าปลีก-ท่องเที่ยว วิเคราะห์แนวโน้มกำไรปี’69
ปี 2569 นี้เป็นปีที่ภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงจากปีก่อน โดยการบริโภคคาดว่าจะตกลงจากหลาย ๆ ปัจจัย ขณะที่การท่องเที่ยวก็อาจจะยังต้องลุ้น หลังจากปีที่ผ่านมาตัวเลขก็ไม่ดีนัก ทั้งนี้ เมื่อมองในมุมหุ้นที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร ลองมาดูการวิเคราะห์หุ้น 2 กลุ่มนี้กัน
หุ้นค้าปลีกฟื้นครึ่งหลังโต 8-10%
เริ่มจากหุ้นค้าปลีก “ธรีทิพย์ วงษ์แสงไพบูลย์” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KS) วิเคราะห์ว่า ปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มค้าปลีกเจอความท้าทายอย่างมาก จากแรงกดดันหลายปัจจัยที่กระทบต่อการบริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นค้าปลีก 9 บริษัทที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของ บล.กสิกรไทย ได้แก่ BJC, CPALL, CPAXT, CRC, DOHOME, GLOBAL, HMPRO, MOSHI และ MRDIYT พบว่าผลประกอบการมีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน หรืออาจติดลบเล็กน้อย
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิรวมหุ้นค้าปลีกในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 58,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% จากปีก่อน ขณะที่กำไรหลัก (Core Profit) คาดว่าจะลดลงราว 1.8% จากผลของรายการพิเศษบางส่วน ทำให้ภาพรวมกำไรยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
“ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา ทั้งลานีญาที่ทำให้มีฝนตกชุกกว่าปกติในช่วงฤดูร้อน ซึ่งกระทบต่อยอดขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับความเย็น และส่งผลต่อการเดินทางของผู้บริโภค รวมถึงยังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว, ความไม่แน่นอนต่อเนื่องจากมาตรการภาษีสหรัฐ (US Tariff), สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ และยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ของบริษัทค้าปลีกส่วนใหญ่ติดลบ สะท้อนภาพการบริโภคที่ซบเซา”
สำหรับแนวโน้มปี 2569 “ธรีทิพย์” ประเมินว่ากำไรของกลุ่มค้าปลีกมีโอกาสเติบโตประมาณ 8-10% จากฐานที่ต่ำและปัจจัยลบที่เริ่มผ่อนคลายลงจากภัยธรรมชาติ รวมถึงประเด็น US Tariff ที่ไม่น่าจะเป็นแรงกดดันหลัก ขณะเดียวกัน ยังคาดหวังการคลี่คลายของสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ แม้ปลายปี 2568 จะมีมาตรการภาครัฐเข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภคในทางอ้อม แต่การยุบสภาที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาด ทำให้บางมาตรการขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพการฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2569 ยังไม่โดดเด่นนัก และต้องเผชิญกับฐานที่สูง โดยเฉพาะไตรมาส 1 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลประกอบการดีที่สุดของปี
อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกเพิ่มเติมในปี 2569 ได้แก่ การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะช่วยหนุนการบริโภค แม้ในช่วงต้นปีอาจยังไม่เด่นชัด อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังการเลือกตั้งและมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ คาดว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ภาคธุรกิจ
“ระดับมูลค่าหุ้นที่ปรับลดลงมาก่อนหน้า ทำให้ Downside ของราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด และเปิดโอกาสให้กลุ่มค้าปลีกฟื้นตัวได้แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้น้ำหนักการฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มากกว่าครึ่งปีแรก ทั้งนี้ การฟื้นตัวยังไม่ใช่ลักษณะ V-Shape เนื่องจากยังมีแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการเติบโตของรายได้ผู้บริโภคที่ยังจำกัด ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ GDP ปี 2569 ที่ขยายตัวเพียงราว 1.6%”
หุ้นท่องเที่ยวฟื้นจากนักท่องเที่ยวจีน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (KKPS) วิเคราะห์หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในปี 2569 ว่า จากฐานที่ต่ำในปี 2568 อันเนื่องมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อ่อนแอ ในปี 2569 น่าจะเห็นสถานการณ์พลิกฟื้น จากการที่นักท่องเที่ยวจีนอาจเปลี่ยนทิศทางจากญี่ปุ่นมาสู่ไทย จากที่มีข้อพิพาทกัน โดย KKPS ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวรวมจะฟื้นตัวและเติบโต 4% เป็น 34.4 ล้านคนในปีนี้
โดยมีโอกาสเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าส่วนแบ่งตลาดของไทยในนักท่องเที่ยวจีนขาออกจะเพิ่มจาก 7% ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 เข้าใกล้ระดับ 11% ที่เคยเห็นในปี 2562
แนวโน้มรายได้ต่อห้องพักที่พร้อมให้บริการ (RevPAR) ของโรงแรมในประเทศไทย คาดว่าจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 หนุนโดยการเติบโตที่แข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวยุโรป โดยเฉพาะโรงแรมในต่างจังหวัด ขณะที่ RevPAR โรงแรมในกรุงเทพฯยังคงติดลบ แต่มีโอกาสฟื้นตัวในไตรมาส 1 ปี 2569 จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
ทั้งนี้ ภาคการบินของไทยควรได้รับประโยชน์จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นราว 3-6% สำหรับ AOT, THAI และ BA โดยกำไรของ AOT คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 24% ในปีงบประมาณ 2569 หนุนโดยค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ที่สูงขึ้น กำไรของ BA คาดว่าจะเติบโต 5% จากการโตอย่างต่อเนื่องของเส้นทางสมุย ในทางตรงกันข้าม และกำไรของ THAI คาดว่าจะลดลง 8% จากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ KKPS มองว่า CENTEL และ BA เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยให้น้ำหนักเชิงบวกกับ CENTEL จากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรที่ดี ขณะที่ BA มีมูลค่าที่ไม่แพง ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรของหุ้น (PER) ที่ 8 เท่า อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 22% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 8% พร้อมโอกาสการเติบโตเพิ่มเติมจากการปรับขึ้น PSC และการต่ออายุสัมปทานธุรกิจขนส่งสินค้าและบริการภาคพื้นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องหุ้น ค้าปลีก-ท่องเที่ยว วิเคราะห์แนวโน้มกำไรปี’69
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net