เริ่มแล้ว! สภาโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ถูกเสนอชื่อชิง
เริ่มแล้ว! สภาโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ถูกเสนอชื่อชิง
วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัญสามัญครั้งที่ 1 โดยมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน พิจารณาความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ถูกเสนอชื่อ 2 คน ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อนายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน
ทั้งนี้ นายกรวีย์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวถึงการประชุมหารือการเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า จะมีการแบ่งเวลากันที่ชัดเจนทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนนายอนุทินและฝ่ายที่ไปเห็นเป็นอย่างอื่นซึ่งจะได้เวลาเท่ากัน ฝ่ายละ 70 นาที รวมเวลาของผู้อภิปรายและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรวมถึงเวลาพาด เวลาประท้วง ส่วนตัวตัวแทนของแต่ละพรรคที่จะลุกขึ้นอภิปรายนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะเป็นตัวแทนพรรคละไม่เกินหนึ่งคน ยกเว้นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่อาจถูกพาดพิงก็สามารถลุกขึ้นอภิปรายเพื่อใช้สิทธิ์ในการพาดพิงและชี้แจงต่างๆ ได้ ในส่วนของกรอบเนื้อหาสาระการอภิปรายนั้นตนอยากฝากไปยังสมาชิกทุกคนที่จะลุกขึ้นอภิปรายว่าวันนี้เป็นญัตติเรื่องการเสนอชื่อบุคคลที่จะสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นกรอบเนื้อหาสาระการอภิปรายก็อยากให้ควบคุมให้อยู่ในเนื้อหาสาระถึงคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อให้การประชุมของเรานั้นนำเดินไปได้อย่างเรียบร้อย จึงฝากถึงประธานที่ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมในครั้งนี้และเพื่อนสมาชิกที่จะลุกขึ้นอภิปราย
“โรม” ซัด 'อนุทิน' 3 ปมร้อน เขย่าคุณสมบัติรัฐมนตรี
นายรังสิมันต์ โรม อภิปรายโจมตี อนุทิน ชาญวีรกูล โดยยก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาน้ำมันเถื่อนที่สะท้อนการทุจริตเชิงนโยบาย ความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้งปี 2569 จากการใช้อำนาจรัฐ และข้อกล่าวหาฮั้ว ส.ว. เพื่อชี้ว่าขาดคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ระหว่างนั้น อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประท้วงว่าอภิปรายนอกประเด็น ทำให้ โสภณ ซารัมย์ ต้องเตือนให้การอภิปรายไม่ล้ำไปถึงการไม่ไว้วางใจ ขณะที่บรรยากาศมีการประท้วงเป็นระยะจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล