“ณัฐพงษ์” รับรู้มาก่อนแล้ว ปชน.มีงูเห่า เตรียมสอบสวนเอาผิด พร้อมรับเตรียมปรับทัพพรรคครั้งใหญ่ปลายเดือนหน้า
วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ นายสุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตสวนมติพรรค สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกฯ ว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นการลงมติที่สวนกับมติของพรรค ส่วนตัวมองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น และไม่ใช่การกระทำจากฝ่ายค้านแน่นอน เราต้องไปตั้งคําถามกับผู้ที่ทำว่า อยากเห็นระบบการเมืองแบบนี้ใช่หรือไม่ ส่วนตัวไม่เห็นความจําเป็นใด ๆ ในตอนนี้ในสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลเองมีเสถียรภาพ นอกเหนือจากเป้าหมายในการพยายามมุ่งทําลายล้างความเชื่อมั่นของพวกเรา
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ตนได้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง อาจจะเป็นการกล่าวหาเพื่อนร่วมพรรค ซึ่งตอนนี้ปรากฏแล้วว่าเป็นความจริง การสืบสวนและการดําเนินการทางวินัยจะมีการกระทำเป็นการภายในและจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าว จะกระทบพรรคหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่กระทบในทํางาน แต่อยากชวนให้สังคมตั้งคําถามว่าการซื้อแบบนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เราอยากเห็นระบบการเมืองในประเทศ ที่ สส.สามารถย้ายค่ายกันได้ง่าย ๆ ผ่านการซื้อเสียงในสภาแบบนี้หรือไม่ เป็นสิ่งที่พวกเราคงต้องหาทางออกร่วมกัน เช่นการแก้ไขระบบการเมือง โดยการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่วนที่สังคมพุ่งเป้าไปที่ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดสรรผู้สมัคร และได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหากพรรคประชาชนได้ไม่ถึง 250 เสียงนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายศรายุทธิ์ได้ยื่นหนังสือลาออกกับตนนานแล้ว แต่ตนปฏิเสธไว้ก่อน เพราะอยากให้ช่วยกันรักษาหน้าที่ให้ดีที่สุดในช่วงนี้ จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่พรรคในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้
เมื่อถามว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นความบกพร่องของกระบวนการสรรหาผู้สมัครหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องตั้งคําถามกับคนที่ซื้องูเห่ามากกว่า โดยเฉพาะเรื่องกลไกกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ถ้าระบบการเมืองดีไม่เปิดช่องให้แบบนี้การเมืองคงดีขึ้น ประชาชนคงไม่อยากเห็น ส.ส.ที่เลือกมาถูกซื้อ ถือเป็นการทําลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน
ส่วนกระแสพรรคร่วมฝ่ายค้านที่พรรคประชาชนบอกว่าไม่จําเป็นต้องมีเอกภาพก็ได้ แต่บางพรรคไปโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปการทำงานของฝ่ายค้านจะได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนต่างพรรคมากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้นตอปัญหาคือกฎกติกาตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน วันนี้ผลโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งยืนยันว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล คือใคร เราอาจเข้าใจมันในอดีต แต่ผลโหวตวันนี้ช่วยยืนยันมากยิ่งขึ้นว่าตกลงใครอยู่ฝ่ายไหนกันแน่
นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการปรับกรรมการบริหารพรรคประชาชนช่วงเดือนเมษายนนี้ว่า ที่ประชุมใหญ่จะต้องรับรองกรรมการบริหารทั้งหมดอยู่แล้ว ส่วนจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องปรึกษาปรึกษาหารือร่วมกัน ขอให้รอความชัดเจนจะดีกว่า
เมื่อถามว่าคดี 44 ส.ส.ก็งวดเข้ามาแล้ว จะเกิดสูญญากาศทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้รอความชัดเจนก่อนดีกว่า ความคืบหน้าล่าสุดเห็นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะยื่นเร็ว ๆ นี้อยู่แล้ว ซึ่งจะมีการแถลงแนวทางในการรับมือของพรรคต่อไป
เมื่อถามว่า หากเลือกกรรมการบริหารช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ จะช้าไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ เชื่อว่า ไม่ เพราะตําแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจริง ๆ โดยกระบวนการต้องใช้ระยะเวลาอีกเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องรอจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามา จึงจะมีความแน่ชัดว่า ตกลงแล้วตามรัฐธรรมนูญ พรรคใดเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลบ้าง และใช้เวลาอีกเป็นแรมเดือนเหมือนกัน กว่าจะมีการโปรดเกล้าฯลงมา ดังนั้น ตามไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นจึงคิดว่าในวันประชุมใหญ่พรรคยังไม่ต้องมีการเตรียมในตอนนี้
เมื่อถามว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯ เหมือนกัน ควรจะทำให้ชัดเจนตั้งแต่แรกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะให้ได้ความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังที่ ป.ป.ช.ให้ความชัดเจนกับพวกเราเช่นเดียวกัน
เมื่อถามถึงชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น นายณัฐพงษ์ ตอบว่า เดี๋ยวรอดูความชัดเจนดีกว่า ตอนนี้คดียังไม่ได้ออกจาก ป.ป.ช. ก็ไม่อยากพูดอะไรล่วงหน้า