โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Fed ไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อจากเหตุตะวันออกกลาง คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% – 3.75% เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 เดือน

THE STANDARD

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 02.40 น. • thestandard.co
Fed ไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อจากเหตุตะวันออกกลาง คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% – 3.75% เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 เดือน

เงินบาทอ่อนค่าทะลุแนวต้านสำคัญ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ นับเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบ 5 เดือน หลัง FOMC ลงมติ 11 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบ 3.5% – 3.75% ด้านพาวเวลล์ไม่ปิดโอกาสที่ Fed จำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หากผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed และให้โอกาสเพียง 56% ที่ Fed จะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้

วันนี้ (19 มีนาคม 2569) พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.79 บาทต่อดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงหนัก’ สอดคล้องกับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางทวีความร้อนแรงมากขึ้น จากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน โดยอิสราเอล (นำมาสู่การตอบโต้ ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของกาตาร์ โดยอิหร่าน และทางการอิหร่านขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอื่นๆ ในตะวันออกกลางเพิ่มเติม) หนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ แม้ Fed จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ (11 ต่อ 1) คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%-3.75% ทว่าโทนการสื่อสารของ Fed สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสูงต่อเงินเฟ้อ สะท้อนจากการปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ PCE (และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE) สูงขึ้นสู่ระดับ 2.7% ขณะเดียวกัน คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot ใหม่ของ Fed ยังสะท้อนถึงมุมมองระมัดระวังในการปรับดอกเบี้ยนโยบาย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ประธาน Fed ไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย

โดยพูนกล่าวต่อว่า มีจำนวนเจ้าหน้าที่ Fed มากขึ้น ที่มองว่า Fed ควรคงดอกเบี้ย หรือลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง ในปีนี้ เมื่อเทียบกับ Dot Plot ในการประชุมเดือนธันวาคม ปี 2025

กอปรกับถ้อยแถลงของประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ในช่วง Press Conference ที่ย้ำจุดยืนระมัดระวังในการปรับนโยบายการเงิน และไม่ปิดโอกาสที่ Fed จำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หากผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด โดยภาพดังกล่าวได้ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed และให้โอกาสเพียง 56% ที่ Fed จะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้

บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเสี่ยงทวีความรุนแรงและอาจยืดเยื้อกว่าคาด ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่า Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า หลังผลการประชุม FOMC ล่าสุดของ Fed สะท้อนแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่ระมัดระวังตัวมากขึ้นและ Fed อาจลดดอกเบี้ยได้เพียง 1 ครั้ง ในปีนี้ ซึ่งภาพดังกล่าวได้กดดันบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อาทิ Amazon -2.5% และ Miscrosoft -1.9% ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -1.36% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ดิ่งลง -1.46%

พาวเวลล์ยืนกรานอยู่ต่อ ท่ามกลางคดีสอบสวน DOJ

นอกจากนี้ พาวเวลล์ยังสร้างความประหลาดใจให้ตลาด โดยยืนยันว่าเขาไม่มีความตั้งใจจะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ Fed จนกว่าการสอบสวนของ Department of Justice (DoJ) เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ เขายังระบุว่า หากยังไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งก่อนที่วาระประธานจะหมดลงในเดือนพฤษภาคม เขาจะทำหน้าที่รักษาการประธานต่อไป โดยวาระกรรมการของเขาจะสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2028

Fed จับตาเงินเฟ้อสถานการณ์ตะวันออกกลาง

Fed ยังย้ำถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย Powell กล่าวว่า “ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่มีใครรู้แน่ชัด”

ส่วนในประเด็นราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น Powell อธิบายว่า โดยปกติธนาคารกลางจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพียงเพราะราคาพลังงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากมักเป็นผลกระทบชั่วคราว แต่เงื่อนไขสำคัญคือประชาชนยังต้องเชื่อว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าเป้าหมายนี้มานานถึง 5 ปีแล้ว เขายังเผยว่า Fed ได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการ “ขึ้นดอกเบี้ย” เช่นกัน แต่ย้ำว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่ยังไม่มองว่านั่นเป็นกรณีหลัก

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันที่ Fed คงดอกเบี้ย แม้สภาพเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยก่อนหน้านี้ Fed เคยมั่นใจว่าตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพ แต่รายงานการจ้างงานที่อ่อนแอในเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงสงครามที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ Fed จึงปรับถ้อยแถลงเกี่ยวกับตลาดแรงงานใหม่ โดยระบุว่าอัตราว่างงาน “แทบไม่เปลี่ยนแปลง” ในช่วงที่ผ่านมา

เปิดแนวโน้มค่าเงินบาท ทดสอบโซนแนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์

พูนกล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) กลับมามีกำลังมากขึ้นอย่างชัดเจน หลังการอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินบาทจนเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.80 บาทต่อดอลลาร์ และเมื่อประเมินจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ เรามองว่า ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม และอาจกลับมาอ่อนค่าแถวโซนแนวต้าน 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้ (ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าเพิ่มเติมทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์) หากบรรดานักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม ทว่าการอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงขายเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้ส่งออก ที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซนแนวต้านดังกล่าว จนถึงโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ เราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยง Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง

“อนึ่ง เรามองว่า ควรระวัง ความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะในส่วนของ BOJ เนื่องจากเงินเยนญี่ปุ่นได้อ่อนค่าลงมาพอควรเข้าสู่โซนที่ทางการญี่ปุ่นได้เคยเข้าแทรกแซงก่อนหน้า ซึ่งทำให้ เงินเยนญี่ปุ่นเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way Risk เช่นกัน โดยเงินเยนญี่ปุ่นอาจอ่อนค่าลงต่อทะลุโซน 160 เยนต่อดอลลาร์ หากทาง BOJ ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจน ต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หรือไม่ได้แสดงความกังวลต่อแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา ในทางกลับกัน เงินเยนญี่ปุ่นอาจแข็งค่าขึ้นบ้าง หรืออย่างน้อยชะลอการอ่อนค่าลง หาก BOJ ย้ำจุดยืนพร้อมเดินหน้าทยอยขึ้นดอกเบี้ย แต่อาจรอดูสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางไปก่อน และแสดงความกังวลต่อผลกระทบของการอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...