ทองคำ รอ เงินเฟ้อ! กูรูชี้สงครามยืดเยื้อคือโอกาส แต่ระวัง “จบไว” ราคาอาจดิ่ง!
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 08.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - โกลเบล็ก มองราคาทองคำช่วงพักฐาน เป็นโอกาสสะสม ชี้หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะดันให้ราคาน้ำมันพุ่งแรง หนุนเงินเฟ้อปรับตัวขึ้น และเฟดลดดอเบี้ยตามมา ส่งผลดีตอราคาทองขยับขึ้นได้ต่อ ขณะที่มองทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน ระยะยาวยังเป็นขาขึ้น ให้แนวรับแรก 4,900 เหรียญต่อออนซ์ ,แนวรับถัดไป 4,800 เหรียญต่อออนซ์ และกรณีสงครามจบไว แนะแนวรับที่ 4,500 เหรียญต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 5,100 เหรียญต่อออนซ์
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก จำกัด เผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่นักลงทุนหลายคนกลับตั้งคำถามว่า “ทำไมราคาทองคำถึงปรับตัวลดลงสวนทางกับภาวะสงคราม” เจาะลึกถึงปัจจัยเบื้องหลังและแนวโน้มในอนาคตเพื่อนักลงทุนวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ
- ตลาดรับข่าวไปล่วงหน้า (Priced In)
สาเหตุหลักที่ราคาทองคำ ไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย มาจากตลาดได้ตอบรับข่าว (Priced In) ไปเรียบร้อยแล้ว หากย้อนดูสถิติจะพบว่าในปี 2568 ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปถึง 65% และต้นปีนี้ยังขยับขึ้นต่ออีกเกือบ 20% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่มักปรับตัวขึ้นเพียง 10-25% ต่อปี การพุ่งขึ้นล่วงหน้าเปรียบเสมือนการเก็งกำไรรับข่าวสงครามไปก่อนที่เหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้น เมื่อสงครามเกิดขึ้นจริงราคาจึงเริ่มทรงตัวหรือปรับลดลงนั่นเอง
- เกมยื้อเวลา สหรัฐฯ-อิสราเอล VS อิหร่าน
โดยสถานการณ์สงครามในครั้งนี้มีความน่าสนใจที่กลยุทธ์ของทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล ต้องการให้สงครามจบเร็วที่สุด เนื่องจากเทคโนโลยีอาวุธมีราคาสูงมาก มีข้อมูลระบุว่าเพียง 7 วัน สหรัฐฯ ใช้งบประมาณไปถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันงบประมาณเริ่มร่อยหรอและต้องขออนุมัติใหม่เพิ่ม
ส่วนด้านฝ่ายอิหร่าน ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ เพราะใช้โดรนซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าในการล่อลวงอาวุธราคาแพงของคู่ต่อสู้ นอกจากนี้หากสงครามยืดเยื้อจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้ของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
- ทองคำรอปัจจัยเงินเฟ้อ?
ฝ่ายวิจัยมองว่าหากสงครามยืดเยื้อเกิน 3 เดือน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติกและยางธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะผลักดันให้เกิด "เงินเฟ้อ" ซึ่งโดยปกติแล้วทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ชอบเงินเฟ้อ!
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของทองคำ คือ "ดอกเบี้ย" หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลงสู่ระดับ 2% โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็จะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทองคำไม่ชอบ ดังนั้นแนะจับตาหากสงครามยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลต่อปัจจัยเงินเฟ้อ และเข้ามาหนุนราคาทองคำต่อไป แต่หากสงครามจบลงอย่างรวดเร็ว ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลงแรงแน่นอน
*กลยุทธ์การลงทุนและแนวรับ-แนวต้าน
ด้านฝ่ายวิจัยระบุแม้ในระยะสั้นจะมีแรงกดดัน แต่ในระยะยาวทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทั่วโลกยอมรับ และเปรียบเสมือนสกุลเงินสากลที่ไม่ขึ้นกับผู้แพ้หรือผู้ชนะในภาวะสงคราม จึงคำแนะนำสำหรับนักลงทุนให้ "ทยอยสะสม" เมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on Dip) ไม่แนะนำให้ทุ่มสุดตัวในครั้งเดียว โดยมีแนวรับแรก 4,900 เหรียญต่อออนซ์ ,แนวรับถัดไป 4,800 เหรียญต่อออนซ์ และกรณีสงครามจบไว แนะแนวรับที่ 4,500 เหรียญต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 5,100 เหรียญต่อออนซ์