นักวิทยาศาสตร์ เตือนมลพิษ “สงครามอิหร่าน” อาจแพร่กระจาย-คงอยู่หลายทศวรรษ
นักวิทยาศาสตร์ เตือนมลพิษ "สงครามอิหร่าน" อาจแพร่กระจาย-คงอยู่หลายทศวรรษ หลังการระเบิดของโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงและขีปนาวุธได้ปล่อยสารปนเปื้อนจำนวนมาก
วันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 04.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รายงานข่าวเรื่อง“ฝนสีดำ” ที่ตกลงในกรุงเตหะราน ทำให้ เนจัต ราห์มาเนียน นักวิจัยชาวอิหร่านรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในอดีต ขณะเขาเลื่อนดูข้อความแจ้งเตือนบนโซเชียลมีเดียและพยายามติดต่อญาติในวันที่ 8 มีนาคม
ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดรนของอิสราเอลได้โจมตีคลังน้ำมันและโรงกลั่นขนาดใหญ่บริเวณชานกรุงเตหะราน ทำให้เชื้อเพลิงลุกไหม้และปล่อยควันดำจำนวนมหาศาลขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนที่กลุ่มควันดังกล่าวจะผสมกับเมฆฝนและตกลงมาเป็นฝนที่ปนเปื้อนสารเคมีในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราห์มาเนียน ซึ่งปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเคมีและปิโตรเลียมที่ University of Bradford ในสหราชอาณาจักร นึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเคยประสบเมื่อ 35 ปีก่อน ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย
ในเวลานั้น เสื้อผ้าที่ตากไว้กลางแจ้งถูกคราบดำเปื้อน และอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นและความหนักอึ้งของมลพิษ โดยไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อมาจึงทราบว่า ที่ประเทศคูเวต ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 1,290 กิโลเมตร กองทัพอิรักได้จุดไฟเผาบ่อน้ำมันจำนวนหลายร้อยแห่งระหว่างการสู้รบกับกองกำลังสหรัฐและพันธมิตรในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ควันจากบ่อน้ำมันที่เผาไหม้ ซึ่งประกอบด้วย เขม่าคาร์บอน ไฮโดรคาร์บอน และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ถูกพัดพาไปไกลถึงอิหร่าน ก่อให้เกิดมลพิษรุนแรง และยังมีส่วนเร่งการละลายของธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2561
สงครามครั้งใหม่สร้างมลพิษใกล้เมืองหลวง
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สงครามครั้งล่าสุดในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 กำลังปล่อยมลพิษในลักษณะคล้ายกัน แต่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่า เพราะแหล่งมลพิษอยู่ใกล้กรุงเตหะรานมาก โดยมหานครเตหะรานและเขตปริมณฑลมีประชากรประมาณ 18.5 ล้านคน
ดั๊ก เวียร์ ประธานองค์กร Conflict and Environment Observatory (CEOBS) กล่าวว่าแม้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันจะเกิดขึ้นบ่อยในสงคราม แต่แทบไม่เคยเกิดขึ้นใกล้เมืองใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
องค์กร CEOBS ซึ่งติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากสงคราม ระบุว่า จนถึงขณะนี้พบเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม มากกว่า 300 เหตุการณ์ จากการสู้รบครั้งนี้
ระเบิดและขีปนาวุธทิ้งสารพิษยาวนานหลายสิบปี
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาวุธอย่างขีปนาวุธและระเบิด มีโลหะหนักและสารพิษจำนวนมาก เมื่อระเบิดจะปล่อยสารปนเปื้อนสู่ อากาศ ดิน และน้ำ ซึ่งอาจคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลาหลายสิบปีและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
การทำความสะอาดมลพิษประเภทนี้ทำได้ยากและมีต้นทุนสูง เวียร์กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากกำลังสัมผัสกับมลพิษ และอาจต้องเผชิญผลกระทบต่อไปอีกเป็นเวลานาน โดยการโจมตีคลังน้ำมันนอกกรุงเตหะรานครั้งล่าสุดถือเป็นเหตุการณ์มลพิษรุนแรงที่สุดของสงครามครั้งนี้
เตือนฝนกรด เสี่ยงแผลไหม้ผิวหนังและปอด
ทางการอิหร่านได้แจ้งเตือนประชาชนในช่วงแรกให้อยู่ภายในอาคาร เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอาจมีความเป็นกรดและก่อให้เกิด แผลไหม้ทางเคมีต่อผิวหนัง รวมถึงทำลายระบบทางเดินหายใจ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ให้คำแนะนำในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตามต่อมาเจ้าหน้าที่ระดับสูงและสื่อของรัฐกลับเรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วม การชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ในกรุงเตหะราน
เดวิด กอนซาเลซ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวว่า มลพิษในอากาศอาจทำให้เกิด ผลกระทบเฉียบพลันต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง
วิศวกรชาวอิหร่านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ญาติของเขาตัดสินใจ อพยพออกจากเตหะรานไปยังภาคเหนือของประเทศ เพราะแม้จะพอทนต่อสถานการณ์สงครามได้ แต่คุณภาพอากาศที่เลวร้ายและฝนสีดำทำให้ไม่สามารถทนอยู่ต่อได้
อิหร่านเผชิญมลพิษหนักอยู่แล้ว
แม้ก่อนเกิดสงคราม เมืองหลวงของอิหร่านก็เผชิญปัญหามลพิษรุนแรงอยู่แล้ว นักวิจัยพบว่ามีฝุ่นขนาดเล็กและโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม และนิกเกิล ปนเปื้อนในอากาศและน้ำ รวมถึงสารพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและขยะ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แหล่งกำเนิดมลพิษหลักมาจากรถยนต์จำนวนมากและโรงงานอุตสาหกรรมรอบเมือง
นอกจากนี้ ภูมิประเทศของเตหะรานซึ่งตั้งอยู่เชิงเทือกเขาอัลบอร์ซ ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (temperature inversion) ที่กักเก็บมลพิษไว้ในชั้นอากาศต่ำ ทำให้คุณภาพอากาศเลวร้ายต่อเนื่องหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
โดยปกติ ฝนจะช่วยชะล้างมลพิษในอากาศ แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ฝนอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง นักวิจัยอธิบายว่า เมื่อควันจากไฟไหม้น้ำมันผสมกับฝน สารพิษจะละลายลงในน้ำและ ซึมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลต่อระบบประสาท เลือด ไต และตับ
ยังไม่รู้ขนาดความเสียหายที่แท้จริง
เนื่องจากการสื่อสารทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในอิหร่านถูกตัด ตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้การตรวจวัดมลพิษทำได้ยาก ผู้เชี่ยวชาญจึงยังไม่สามารถประเมินระดับความเสียหายที่แท้จริงได้
นาซานีน โมชิรี ที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศและสันติภาพจาก Berghof Foundation ในเยอรมนี ระบุว่า จำเป็นต้องบันทึกข้อมูลความเสียหายไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความรับผิดชอบและดำเนินการฟื้นฟูหลังสงครามยุติ
นักวิจัยยังคงจับตาการโจมตีเพิ่มเติมในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยแหล่งน้ำมันและก๊าซ โรงกลั่น คลังเชื้อเพลิง แท่นขุดเจาะ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงผลิตน้ำจืดจากทะเล เนื่องจากหากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถูกโจมตี ผลกระทบอาจ รุนแรงระดับหายนะ
ราห์มาเนียน กล่าวว่า เขายังไม่สามารถติดต่อญาติในอิหร่านได้มาหลายวันแล้ว และสถานการณ์ทำให้เกิดความเครียดอย่างมาก โดยระบุว่า “มันน่ากังวลมาก เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”
อ้างอิง : www.bloomberg.com