โลกกำลังเข้าสู่ยุค Humanoid AI? เมื่อแรงงานมนุษย์อาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนา Humanoid คำถามสำคัญคือ มนุษย์กำลังสร้างผู้ช่วยแห่งอนาคต หรือผลักโลกเข้าสู่ยุคที่แรงงานมนุษย์กลายเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า “มือมนุษย์” อาจเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของวิวัฒนาการ มันสามารถหยิบจับวัตถุได้อย่างละเอียดอ่อน รับรู้แรงสัมผัสได้อย่างแม่นยำ และทำงานที่ดูเหมือนขัดแย้งกันสุดขั้วได้พร้อมกัน ทั้งประกอบนาฬิกาสวิสอย่างประณีต หรือเหวี่ยงค้อนหนักด้วยพลังมหาศาล ทั้งที่จริงแล้ว ภายในนิ้วมือแทบไม่มีกล้ามเนื้ออยู่เลย มีเพียงเส้นเอ็นที่เชื่อมจากนิ้วไปยังกล้ามเนื้อบริเวณแขน
Nicolaus Radford ซีอีโอของ Persona AI จึงพูดติดตลกว่า “มือมนุษย์เป็นคู่แข่งที่โหดมาก”
คำพูดนี้สะท้อนปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ humanoid หรือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ ที่กำลังกลายเป็นกระแสใหม่ของโลกเทคโนโลยี แม้ AI จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และหุ่นยนต์ยุคใหม่จะสามารถเดิน วิ่ง เต้น หรือตีลังกาได้แล้ว แต่สิ่งที่ยากที่สุดกลับไม่ใช่สมองของหุ่นยนต์ หากคือ ร่างกาย โดยเฉพาะมือและการเคลื่อนไหวที่มนุษย์ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Persona AI เป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปจำนวนมากที่กำลังพยายามสร้างหุ่นยนต์ humanoid ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้จริง บริษัทตั้งอยู่ในเมืองฮิวสตัน และมีเป้าหมายชัดเจน คือพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถถูกส่งไปทำงานในอู่ต่อเรือ ไซต์ก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และพื้นที่อันตราย แทนแรงงานมนุษย์ในงานที่“คนไม่อยากทำ หรือทำไม่ได้”
เป้าหมายระยะยาวของบริษัทไม่ใช่แค่การขายหุ่นยนต์ แต่คือการสร้างบริษัทจัดหาแรงงานหุ่นยนต์ที่ธุรกิจทั่วโลกสามารถเช่าหุ่นยนต์ไปใช้งานได้ เหมือนการเช่าพนักงาน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง humanoid robot กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เพราะความก้าวหน้าของ AI และ sensor technology ทำให้หลายคนในวงการเทคโนโลยีเริ่มเชื่อว่า “หุ่นยนต์ที่ทำงานเหมือนมนุษย์” อาจใกล้เป็นจริงกว่าที่เคย
วิดีโอของหุ่นยนต์จาก Unitree Robotics ที่สามารถเดิน วิ่ง หรือเต้นได้ กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ ขณะที่ Elon Musk ก็ประกาศชัดว่า Tesla กำลังให้ความสำคัญกับ Optimus หุ่นยนต์ humanoid ของบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆ และเชื่อว่า วันหนึ่งโลกอาจมีหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์เสียอีก
สิ่งที่เรียกว่า “Physical AI” กำลังกลายเป็นเฟสใหม่ของกระแส AI นักลงทุนทั่วโลกเริ่มมองหุ่นยนต์ humanoid เหมือนที่เคยมอง AI เมื่อไม่กี่ปีก่อน เทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และสังคม จนสร้างบริษัทระดับ trillion-dollar company รุ่นใหม่ขึ้นมา
ข้อมูลจาก Pitchbook ระบุว่า ปีที่ผ่านมา บริษัทหุ่นยนต์ humanoid สามารถระดมทุนได้มากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Morgan Stanley คาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์ humanoid อาจมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 และมีหุ่นยนต์ใช้งานมากถึง 1 พันล้านตัวทั่วโลก
เบื้องหลังความตื่นเต้นทั้งหมดคือเหตุผลทางเศรษฐกิจที่ตรงไปตรงมา โลกทุกวันนี้ถูกออกแบบมาสำหรับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นบันได ประตู โต๊ะทำงาน เครื่องจักร หรือรถยนต์ ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นให้เหมาะกับร่างกายมนุษย์ ดังนั้น หากสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนคนได้จริง มันก็จะสามารถเข้าไปแทนแรงงานในระบบเดิมได้ทันที โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด
ปัจจุบัน แม้โรงงานจำนวนมากจะมีระบบ automation อยู่แล้ว แต่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไปยังทำได้เพียงงานเฉพาะทางที่ซ้ำ ๆ เท่านั้น ขณะที่มนุษย์เป็น“เทคโนโลยีอเนกประสงค์” ที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ ร่างกายเดียวกันสามารถพลิกเบอร์เกอร์ เชื่อมเหล็ก ขุดเหมือง เย็บผ้า หรือดูแลผู้ป่วย ได้ทั้งหมด
Modar Alaoui นักลงทุนจาก ALM Ventures มองว่า ต้นทุนและปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจคือ แรงงานมนุษย์ ทั้งเรื่องค่าแรง สหภาพแรงงาน ภาษี และคดีความ
เขาเชื่อว่า วันหนึ่งธุรกิจอาจแทนแรงงาน 1,000 คน ด้วยหุ่นยนต์เพียง 100 ตัวที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แนวคิดนี้นำไปสู่โมเดลใหม่ที่เรียกว่า “Robots as a Service” หรือ RAAS ซึ่งบริษัทต่าง ๆ จะไม่ต้องซื้อหุ่นยนต์เอง แต่สามารถ“เช่าแรงงานหุ่นยนต์” ได้เหมือนเรียกใช้บริการ Uber
ในประเทศอย่างจีน ซึ่งกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย หุ่นยนต์ humanoid ถูกมองว่าเป็นทางรอดของภาคอุตสาหกรรม เพราะแรงงานวัยหนุ่มสาวกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Tony Seba จาก RethinkX ถึงกับเรียก AI และหุ่นยนต์ว่า Artificial Labor หรือแรงงานเทียม
Seba เชื่อว่า หากมองหุ่นยนต์เป็นแรงงาน จริง ๆ ตลาดนี้อาจมีมูลค่าสูงถึง 80 ล้านล้านดอลลาร์ และภายใน 5-7 ปี หุ่นยนต์จะเริ่มแทนมนุษย์ในหลายอาชีพ เขาเปรียบเทียบว่า ตอนรถยนต์เข้ามา ม้าก็ถูกแทนที่ แต่ครั้งนี้มนุษย์อาจเป็นม้าเสียเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพอนาคตจะดูน่าตื่นเต้น ความจริงทางวิศวกรรมกลับยังห่างไกลจากจินตนาการมาก นักวิจัยจำนวนมากชี้ว่า สิ่งที่หุ่นยนต์ทำได้ในวิดีโอสวย ๆ บนโซเชียลมีเดีย ยังไม่เท่ากับการทำงานจริงในโลกที่คาดเดาไม่ได้
Rich Walker ซีอีโอของ Shadow Robot อธิบายว่า มนุษย์มักประเมินความสามารถของหุ่นยนต์สูงเกินจริง เพราะเราเผลอใส่ความเป็นมนุษย์ให้กับสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนคน เพียงเห็นหุ่นยนต์เดินหรือหลบสิ่งกีดขวาง เราก็เริ่มคิดว่ามันเข้าใจสิ่งต่าง ๆ แล้ว ทั้งที่จริงมันอาจเพียงทำตามลำดับคำสั่งที่ถูกเขียนไว้
ในวงการ robotics มีแนวคิดสำคัญชื่อ Moravec’s Paradox ซึ่งอธิบายว่า งานที่ซับซ้อนทางปัญญา เช่น เล่นหมากล้อมหรือแก้สมการ อาจง่ายสำหรับ AI แต่สิ่งที่มนุษย์ทำได้โดยอัตโนมัติ เช่น เดิน ใช้มือ หรือหยิบของ กลับยากมหาศาลสำหรับหุ่นยนต์
Persona AI ยอมรับว่า ในอู่ต่อเรือ เราไม่ได้ต้องการหุ่นยนต์ตีลังกา เราต้องการมือ เพราะแม้แต่การหยิบมีดจากโต๊ะ พับผ้า เช็ดพื้น หรือชงกาแฟ ก็ยังเป็นเรื่องยากมากสำหรับหุ่นยนต์ การจับวัตถุของมนุษย์ต้องอาศัย sensory feedback และ microadjustment จำนวนมหาศาล ซึ่งยากต่อการเขียนโปรแกรมอย่างเหลือเชื่อ
บริษัทด้าน AI และ robotics หลายแห่งจึงเริ่มให้มนุษย์“บังคับหุ่นยนต์จากระยะไกล” เพื่อเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหว หวังว่าเมื่อสะสมข้อมูลมากพอ AI จะเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้เองในอนาคต
แม้บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากจะบอกว่า หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานที่คนไม่อยากทำ เช่น ทำความสะอาด คัดแยกขยะ ดูแลผู้สูงอายุ และงานบริการในบ้าน แต่ความจริงกลับย้อนแย้ง เพราะงานเหล่านี้ต้องใช้ทักษะของมนุษย์ที่ซับซ้อนมหาศาล ทั้งการรับรู้บริบท การสัมผัส การดูแล และการตัดสินใจแบบละเอียดอ่อน
Sven Nyholm นักจริยธรรมด้าน AI จาก LMU Munich ตั้งข้อสังเกตว่า คนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจำนวนมาก“อยู่ไกล” จากแรงงานที่พวกเขาต้องการแทนที่ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม จนบางครั้งมองแรงงานเหล่านั้นเหมือนสิ่งที่ถูกแทนที่ได้ง่าย
ท้ายที่สุด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่เราสร้างหุ่นยนต์ humanoid ได้หรือไม่ แต่คือเรากำลังสร้างโลกแบบไหนขึ้นมา โลกที่มนุษย์ถูกปลดปล่อยจากงานหนัก หรือโลกที่แรงงานมนุษย์ค่อย ๆ ถูกมองเป็นต้นทุนที่ควรถูกกำจัดออกจากระบบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อ้างอิง : bloomberg.com