โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มเมาป่วนงานหมอลำ ฉุนถูกจับขัง จุดไฟเผารถตำรวจ จนท.ช่วยกันดับวุ่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 09.03 น.

หนุ่มเมาป่วนงานหมอลำ ฉุนถูกจับขัง จุดไฟเผารถตำรวจ จนท.ช่วยกันดับวุ่น

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพตำรวจและชาวบ้านช่วยกันฉีดน้ำดับไฟรถควบคุมผู้ต้องหา สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดนผู้ต้องหาจุดไฟเผา เหตุเวลา 02.30 น.วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บ้านนาอองนาสีนวล อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พบ ร.ต.อ.พอดี ไชยคำหาญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ เปิดเผยว่า เวลา 02.50 น.วันที่ 18 มีนาคม ได้รับแจ้งเหตุ ผู้ต้องหาจุดไฟเผารถควบคุมผู้ต้องหา ที่จอดอยู่ข้างวัดบ้านนาสีนวล ต.โคกกลาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จึงออกไปสอบสวน พบรถควบคุมผู้ต้องหาโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีบรอนซ์ ทะเบียน 1 นง 1372 กรุงเทพมหานคร ถูกไฟไหม้บริเวณเบาะ เพดานภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา ได้รับความเสียหาย ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ทราบชื่อว่านายศักดิ์นรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

ป่วนงานหมอลำ

ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ตำรวจได้มาดูแลความสงบในงานบุญประจำปีบ้านนาสีนวล ได้นำรถควบคุมตัวผู้ต้องหามาด้วย ต่อมาได้จับกุมนายศักดิ์นรินทร์ เพราะเมาสุราและประพฤติตนวุ่นวายอยู่หน้าเวทีหมอลำ เกรงว่าจะมีเหตุบานปลายจึงนำตัวมาควบคุมไว้ในรถควบคุมผู้ต้องหา ไม่นานมีชาวบ้านวิ่งมาบอกว่า นายศักดิ์นรินทร์จุดไฟเผารถ ตำรวจจึงรีบมาเปิดกุญแจและนำตัวนายศักดิ์นรินทร์ออกมา ซึ่งตอนนั้นเพลิงได้ลุกไหม้แล้ว ตำรวจกับชาวบ้านจึงช่วยกันตักน้ำมาดับไฟ โดยมีชาวบ้าน 3 คน เห็นนายศักดิ์นรินทร์เป็นคนจุดไฟเผาเบาะ ก่อนไฟจะลุกลาม ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ ก็ระบุว่าไฟเกิดจากภายในห้องควบคุมตัว จึงแจ้งข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น” แต่นายศักดิ์นรินทร์ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องเพราะนอนหลับ

ป่วนงานหมอลำ

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดศรีเจริญธรรม บ้านนาสีนวล หมู่ 2 ต.โคกกลาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ พบ ด.ช.ชินจัง (นามสมมติ)อายุ 14 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อนพากันขี่รถจักรยานยนต์มาดูหมอลำที่วัด ขณะที่ตนนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ถนนข้างวัด ก็เห็นตำรวจควบคุมตัวผู้ชายเมามาขังไว้ในรถควบคุมตัว แต่ผู้ชายเมาขัดขืนไม่ยอมขึ้นรถ แต่ตำรวจก็ช่วยกันจับขึ้นไปขังไว้ได้ พอตำรวจเดินกลับไปในงาน ประมาณ 30 นาทีตนจึงเดินเข้าไปส่องดูหน้าคนที่โดนจับว่าเป็นใคร ก็พบว่ามีผู้ชายเมาโดนขังคนเดียว และกำลังแกะเบาะม้านั่ง นำเอาฟองน้ำมากองไว้ แล้วใช้ไฟแช็คจุดไฟเผาฟองน้ำ พอควันลอยขึ้น ตนก็รีบวิ่งไปบอกตำรวจ ซึ่งตำรวจกับ อ.ส.รีบวิ่งกลับมาไขกุญแจนำตัวผู้ชายเมาออกมา แล้วช่วยกันดับไฟที่ไหม้รถ

ส่วนนางภักดี ไชยหงษา อายุ 49 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า วันที่ 17 มีนาคม เป็นงานบุญประจำปีบ้านนาสีนวล ตอนกลางวันผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายแจ้งว่า ห้ามทะเลาะวิวาทกันในงานบุญหรือหน้าเวทีหมอลำ ถ้ามีเหตุทะเลาะวิวาทจะให้จ่ายค่าจ้างหมอลำ 2.5 แสนบาท ตอนกลางคืนมีหมอลำคณะอลังการโชว์ มาทำการแสดง โดยตั้งเวทีอยู่ในบริเวณวัด คนไม่มากเหมือนทุกปี เพราะว่าหลายหมู่บ้านก็มีงานบุญ ตนไปปูเสื่อนั่งดูหมอลำอยู่หน้าเวที ซึ่งมีชาวบ้านมาดูหมอลำจำนวนมาก และก็เห็นผู้ชายเมา ซึ่งไม่ใช่ชาวบ้านนาสีนวล เพราะไม่คุ้นหน้า

“เขาจะมีอาการเมามาก เดินหน้า 1 ก้าว ถอยหลัง 3 ก้าว เดินก่อกวนอยู่แถวหน้าเวที เดินไปยกมือไหว้คนไปทั่ว เพื่อจะขอดื่มเหล้า แต่ชาวบ้านโดยเฉพาะวัยรุ่นไม่รู้จักเขา จึงไม่ให้ร่วมวงดื่มเหล้าด้วย แต่เขาก็ยังเดินขอไปทั่ว ตนนั่งอยู่ถึง 4 ทุ่ม ก็กลับมาบ้านแล้วไม่กลับไปอีก พอตื่นเช้าจึงทราบข่าวว่ามีการเผารถตำรวจ พอเห็นรูปผู้ก่อเหตุ ก็จำได้ว่าเป็นคนเดียวกับคนที่ก่อกวนหน้าเวทีหมอลำ”

ป่วนงานหมอลำ

ส่วนหลวงปู่ปั่น ปิยะสีโร อายุ 75 ปี เจ้าอาวาสวัด เล่าว่า เมื่อคืนนี้มีงานบุญประจำปี มีหมอลำวงใหญ่ ราคา 3 แสนมาแสดง เวทีหมอลำตั้งอยู่หน้าโบสถ์ มีชาวบ้านมาดูจำนวนมาก รถจอดเต็มไปหมดจนล้นวัดออกไป รถตำรวจก็จอดอยู่นอกรั้ววัด โดยจะมีทหาร ตำรวจ ปกครอง มาดูแลความสงบเรียบร้อย พอตื่นเช้ามาผู้ใหญ่บ้านได้มาเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีคนจุดไฟเผารถตำรวจ ซึ่งเป็นชาว อ.เฝ้าไร่ มาเป็นเขยอำเภอเพ็ญ ส่วนตนเข้าไปนอนอยู่ในกุฎิ ไม่ได้ออกมาดูหมอลำ จึงไม่รู้เหตุการณ์

ป่วนงานหมอลำ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มเมาป่วนงานหมอลำ ฉุนถูกจับขัง จุดไฟเผารถตำรวจ จนท.ช่วยกันดับวุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...