โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

EPGรับอานิสงส์บาทอ่อน ขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 27 เม.ย. เวลา 19.13 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 01.00 น.

#EPG #ทันหุ้น – EPG รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมแจงวัตถุดิบไม่ขาด-ลุยส่งมอบสินค้าต่อเนื่อง เหตุฐานผลิตในจีน-สหรัฐ มีซัพพลายวัตถุดิบ แต่แพงขึ้น จำเป็นต้องขึ้นราคาสะท้อนต้นทุน พร้อมเน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ส่วนปีนี้ยืนเป้ากำไรขั้นต้น 30-33%

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่า โดยวานนี้เปิดที่ 32.42 บาทต่อดอลลาร์ บริษัทมองเป็นประเด็นบวกต่อธุรกิจ เพราะช่วยสนับสนุนให้รายได้จากต่างประเทศขยายตัวมากขึ้น เพราะบริษัทมีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 60% ส่วนที่เหลือมาจากในไทย

@แจงวัตถุดิบไม่ขาด

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นนั้นบริษัทมองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในแง่วัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจทั้งในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ยังคงสามารถจัดหาซัพพลายดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และยังคงสามารถดำเนินการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนในแง่ของราคาวัตถุดิบมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นนั้น ทำให้บริษัทเองก็มีความจำเป็นปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนดังกล่าวไปกับทางลูกค้าเพิ่มเติม

ด้านกลยุทธ์การบริหารงานของธุรกิจนั้นยังเน้นการบริหารจัดทรัพย์พยากรให้คุ้มค่า ซึ่งควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนบริหารจัดการสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้เป็นไปอย่างเหมาะสม หวังช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป

@เป้ากรอสมาร์จิ้น 30-33%

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในงวดบัญชีปี 2569 (เม.ย.68 -มี.ค.69) ทาง EPG ยังคงเป้าหมายกำไรขั้นต้นไว้ราว 30-33% เพื่อสะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับธุรกิจมีการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของบริษัทยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EPG ให้ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท เนื่องจากคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิงวดบัญชีไตรมาส 4/2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569) จะยังคงแข็งแกร่ง โดยเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะแรงหนุนจาก Aeroflex (ฉนวนกันความร้อน) จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป โดยมี หน่วยงานในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ ซึ่งยังคงได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ ของศูนย์ข้อมูล AI เข้ามาเสริม

@รับผลดี

นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยบวกจากโรงงานผลิตใหม่จำนวนมากที่กำลังผุดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ภายใต้นโยบายการย้ายฐานการผลิตกลับมายังประเทศต้นทาง อัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 35% โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นของ Aeroflex (อัตรากำไรขั้นต้น 51%) อีกทั้งเทคโนโลยี Aeroflex ที่ล้ำสมัยและล้ำหน้าของ EPG เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิรวม จาก Aeroflex จะคิดเป็น 80-85% ของกำไรทั้งหมดของงวดบัญชีไตรมาส 4/2569

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่ง รวมทั้งเชื่อว่าราคาหุ้น EPG ที่อ่อนตัวลง นั้นเกิดจากความเข้าใจผิดของนักลงทุนเกี่ยวกับผลเสียของ EPG จากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ในขณะที่ยังมองข้ามผลดีของ EPG จากนโยบายศูนย์ข้อมูล AI และการย้ายฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกา จึงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้น EPG ต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...