บุ๋ม ปนัดดา ตอบชัด เหตุเตรียมติดยศทหาร ชี้มีมานานแล้ว ตำแหน่งที่สมัคร-แจงขั้นตอนยิบ
‘บุ๋ม ปนัดดา’ งงหนัก ‘ปู มัณฑนา’ ตามฟาด ตอกกลับนิ่มๆ ยอมรับเสือกจริง เคลียร์ชัดปมติดยศทหาร
จากกรณีที่ ปู มัณฑนา ได้ออกมาอัดคลิปพาดพิงถึงบุ๋ม ปนัดดา ในฐานะพิธีกรรายการ เคลียร์ ชัดชัด ที่มีการสัมภาษณ์คู่กรณีของปู มัณฑนา เรื่องหนี้สินเมื่อปี 2567 โดยเผยว่า บุ๋ม ปนัดดา ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของตน ทั้งที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมและมีลักษณะการพูดชี้นำสังคม
จากนั้นได้พิธีกรดังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า ทางรายการเคยติดต่อไปแล้ว แต่หน้างานกลายเป็นทนายประมาณมานั่งแทน
ล่าสุดปู มัณฑนา ก็ได้ออกมาแชร์โพสต์ข่าวพร้อมข้อความสวนกลับเดือดๆ อีกรอบว่า “บุ๋ม ปนัดดา ทำไมต้องโกหกสังคมทำให้ดิฉันเสียหาย คุณและรายการไม่เคยติดต่อให้ดิฉันไปออกรายการเลยสักครั้งนะ อย่าโกหกไปเรื่อย!!!”
ล่าสุดเจอบุ๋ม ปนัดดาที่มาร่วมงานเปิดตัว Implant Dental Center ศูนย์รากฟันเทียมมาตรฐานโลกแห่งใหม่ ณ The Wireless Club ชั้น G One Bangkok ก็ได้เปิดใจเคลียร์ถึงประเด็นดังกล่าว
สำหรับเรื่องคุณปู มัณฑนา งงไหมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น?
“จริงๆ แล้วขอพูดจากใจเลย เรื่องของคุณปู มัณฑนา ไม่ได้อยากตอบ เพราะว่าตอนนี้ยังงงอยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเทปสัมภาษณ์เรื่องราวเกี่ยวกับคุณปูเมื่อ 2 ปีก่อน กับรูปแบบรายการที่จะเอาสองฝ่ายมาคุยกัน วันนั้นบุ๋มไม่ทราบหรอก เพราะบุ๋มเป็นแค่พิธีกรของรายการเคลียร์ชัดๆ โปรดิวเซอร์จะติดต่อใคร วันนี้จะให้บุ๋มสัมภาษณ์ใคร บุ๋มจะไม่รู้เลยจนกระทั่งมาถึงหน้างาน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเราในการทำงาน เราก็จะสัมภาษณ์ทุกอย่างทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้าย จะเป็น UFO จะเป็นปอบ จะเป็นอะไร ดิฉันสัมภาษณ์หมด ทีนี้บุ๋มก็ไม่ทราบว่าเรื่องราวในวันนั้นการที่แขกรับเชิญเป็นคุณลูกหมีกับทนายอาจารย์ประมาณที่มานั่ง มาจากที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ด้วยความเข้าใจบุ๋มก็คงคิดว่าตอนนั้นถ้าย้อนกลับไป 2 ปีที่แล้ว คุณปูมีความเครียด มีดีเพลสเกิดขึ้น เราก็เลยถามไปทางทนายของคุณปูคืออาจารย์ประมาณในวันนั้น อาจารย์ก็เลยมาในฝั่งของคุณปู ซึ่งถ้าวันนั้นคุณปูบอกว่าไม่ได้ติดต่อฉัน แล้วฉันไม่รู้เรื่องเลยว่าทำไมอาจารย์ประมาณมาอยู่ตรงนั้นแทนคุณปู บุ๋มแนะนำให้คุณปูฟ้องทนายอาจารย์ประมาณ ไปแทนคุณปูได้อย่างไร ตอบคำถามไม่จนประชาชนไม่พอใจ ว่าบุ๋มถามทำไมมีคืนเงิน หรืออะไรก็ตาม แนะนำให้ฟ้องทนายอาจารย์ประมาณ เพราะว่าวันนั้นบุ๋มไม่ทราบที่มาที่ไปว่ายังไงอาจารย์ถึงมานั่งตรงนั้นแทนคุณปู ถ้าคุณปูไม่อนุญาต อาจารย์ไม่มีสิทธิ์มานั่งตรงนั้นในนามของคุณปู ซึ่งอันนั้นไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้น คุณปูต้องฟ้องอาจารย์”
ได้มีการติดต่อส่วนตัวหรือพูดคุยไหม หรือพี่บุ๋มเห็นแต่การฟาดผ่านสื่อ?
“เห็นจากการที่จู่ๆ ก็มาฟาด ก็เลยถึงบอกว่ายังงงจนถึงตอนนี้ เพราะ 1 ดิฉันไม่มีส่วนรับผิดชอบในการเชิญแขก ไม่ทราบหรอกว่าแขกคือใคร 2 คือเรื่องมันตั้ง 2 ปีมาแล้ว จนกระทั่งรูปแบบรายการเปลี่ยนไปแตะการเมืองแล้ว ตอนนี้บุ๋มเชิญคุณปูยังมาไม่ได้เลย เพราะมันเป็นการเมืองไปแล้ว ก็เลยยังงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น 3 ทุกรายการเล่นหมด จะเป็นรายการข่าว รายการทอล์ค ทุกรายการเล่นเรื่องคุณปูหมด เพราะมันเป็นประเด็นที่ดังมาก แล้วก็เลยยังงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วที่ผ่านมาไม่ได้มีการแตะอะไรคุณปูเลย แม้กระทั่งตอนอ่านข่าวในรายการตกมันส์บันเทิง บุ๋มยังอ่านเฉพาะหน้าข่าวเลยเท่านั้น เพราะเรารู้ว่าความเซ้นส์ซิทีฟของคุณปูมีมากแค่ไหน”
เขาบอกว่าอย่าโกหกสังคม?
“คำว่าโกหกสังคมคือไม่ได้ติดต่อฉันมา อันนั้นบุ๋มถึงเข้าใจว่ารายการติดต่อไปแล้วกลายเป็นอาจารย์ประมาณแทนไง วันนี้บุ๋มก็ชี้แจงตามขั้นตอนของการเชิญแขก ไม่มีการโกหกสังคมอยู่แล้ว”
เขาบอกว่าอย่าเสือกเรื่องของคนอื่น แม่โกรธไหมเขาพูดแบบนี้ คล้ายๆ พาดพิงแม่?
“คำว่าอย่าเสือก ถ้าเกิดเป็นปนัดดาสมัยก่อนอาจจะฟาดกลับ แต่ ณ วันนี้ขอให้ทุกท่านติดตามโซเชียลของปนัดดาด้วย คุณจะรู้ว่าเมื่อคืนบุ๋มนอนดึกมาก เพราะบุ๋มลงพื้นที่ บุ๋มไปไล่จับผู้ร้ายมา ที่มีเด็ก 10 คนโดนล่วงละเมิด กว่าบุ๋มจะเคลียร์คดีของเด็กได้ กว่าบุ๋มจะคุยกับผู้ปกครอง กว่าบุ๋มจะจับผู้ร้าย กว่าบุ๋มจะเคลียร์กับทาง พม. ให้มาประสานงานกับเด็กต่อ กว่าจะคุยกับผู้กำกับทางสถานี มันเป็นขั้นตอนและพลังงานบุ๋มไปตรงนั้นเยอะมาก ดังนั้นถ้าถามจริงๆ ว่าบุ๋มจะมีพลังงานเหลือน้อยนิดมากในการมานั่งปะทะกับคนอื่น ถ้าคุณสังเกตดูหลังๆ พอมีอะไรมาอย่างนี้ บุ๋มถอยตลอดนะ เพราะบุ๋มรู้สึกว่าชีวิตบุ๋มไม่ต้องการเอาเวลาไปใช้กับอย่างนั้นแล้ว บุ๋มอยากใช้พลังงานที่บุ๋มอยู่ไปลงพื้นที่ บุ๋มลงไปชายแดน บุ๋มต้องอยู่ตรงนี้ บุ๋มต้องช่วยเด็ก บุ๋มต้องทำงานเพื่อสังคมอีกเยอะมาก โดยที่บุ๋มแคร์ว่าบุ๋มพยายามเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุดในวันนี้กับสุขภาพจิตของบุ๋ม เพราะบุ๋มเจอเรื่องที่เครียดมาเยอะแต่ทีนี้พอคุณปูพูดว่าอย่าเสือก ก็เถียงไม่ออก เพราะก็เสือกจริงๆ เฮ้ย เราเสือกทุกเรื่องนะ ไม่ได้เสือกเรื่องแค่คุณปูอย่างเดียว อันนี้ก็ยอมรับจากใจว่าก็เสือก เพราะเราก็อยากรู้ว่าทำไมไม่คืนเงิน มัน (เป็นหน้าที่ของเราด้วยเปล่า?) มันไม่ใช่หน้าที่หรอก มันเป็นความเสือกของทุกคนอยู่แล้ว อย่าบอกนะว่าคุณผู้ชมทางบ้านไม่ตาม ไม่จี๊ดหรอก ไม่จี๊ดแล้ว วัยฉันไม่จี๊ดแล้ว วัยนี้ก็ยอมรับตามสภาพ ยอมรับว่าเสือก แล้วก็ไม่ได้เสือกเรื่องคุณปูอย่างเดียว เรื่องคนนู้นใครเลิกกัน เมื่อกี้คุณอั้มให้สัมภาษณ์อะไรฉันยืนฟังเลย ก็อยากรู้ทุกเรื่องแหละ มันเป็นส่วนหนึ่งในงานของเรา จะอ้างอย่างนั้นก็ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก ถ้าเป็นปนัดดาเมื่อ 10 ปีที่แล้วอาจจะฟ้องกลับ แต่ ณ วันนี้พลังงานไม่เหลือไปตีกับใครแล้ว”
ก็คือยืนยันว่าเราจะไม่ลงไปเล่นกับเขา?
“ไม่เล่นด้วยมั้ย ก็ตอบกลับแบบนิ่มๆ อย่างนี้แหละ แต่ก็ยังงงอยู่ว่าทุกรายการเล่นหมด ถ้าจะตามด่ากรุณาหันกล้องไปทางนู้น พวกนี้เล่นหมดเลย เล่นข่าวคุณปูหมดเลย ถ้าด่า ด่าให้ครบ”
ที่แม่พูดจะไปทำร้ายเขาไหม เพราะตอนนี้เขาก็จิตใจบอบช้ำอยู่?
“เดี๋ยวๆ จะบอบช้ำอยู่ฝ่ายเดียวสิ ลูกหนี้ก็บอบช้ำ มันก็บอบช้ำกันทุกฝ่ายแหละ แล้วคนที่อยู่เฉยๆ แล้วทำรายการไปตั้ง 2 ปีจนลืมไปแล้วมาทำเนี่ย ก็บอบช้ำ เอาจริงๆ แต่บุ๋มกลับมองว่าเด็กๆ ที่โดนเมื่อคืนบอบช้ำกว่า ดังนั้นเรื่องนี้คือเรื่องไร้สาระสำหรับบุ๋มแล้ว เรื่องนี้คือมันไม่ใช่ ดังนั้นคุณปูจะว่าอะไรว่าเลย ไม่ว่าคืนอะไรเลย เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราก็เสือกเรื่องเขาจริงๆ”
เขารู้สึกว่าโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเพราะว่าสื่อไม่ทำข่าวให้เขา
“แล้วทำไมพวกเธอไม่ทำข่าวให้เขา (เขาไม่ออกมาให้สัมภาษณ์?) ก็นี่ไง ก็เธอตอบเขาไปสิ แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนตอบล่ะว่าคุณปูไม่ให้สัมภาษณ์ เดี๋ยวฉันก็โดนคุณปูด่าอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่พวกแกก็อยากจะสัมภาษณ์เขาไหมเล่า”
แม่ต้องเซฟตัวเองยังไงบ้าง?
“เซฟตัวเองเหรอ ก็อาจจะเป็นการเซฟของบุ๋มก็คือการให้สัมภาษณ์อย่างนี้ว่า 1 คือไม่พาดพิงใครแล้ว 2 คืออยากด่าอะไรมาด่ามาเถอะ ไม่ว่าอะไรเลย เราก็เคลียร์ในจุดที่เราทำงาน ณ เวลางานเท่านั้นเอง ในความเป็นจริงจะบอกว่าโกหก ก็มันตามขั้นตอนของการเชิญแขก เขาคงต้องเชิญแขกที่สามารถให้ข้อมูลได้ แต่มันไม่ใช่มาตีกัน แต่เราต้องการข้อมูลที่ให้ได้แค่นั้นเอง ทนายอาจารย์ประมาณก็เป็นตัวแทนของคุณปูในวันนั้น แต่ถ้าไม่ใช่ คุณปูฟ้องอาจารย์เลย แค่นั้นเอง อันนี้ในการปกป้องสิทธิ์ ไม่ได้กวนตีนนะ พูดตรงๆ เป็นการแนะนำตามสิทธิ์ที่ควรจะเป็นในการปกป้องตัวเอง บุ๋มว่าคุณปูมีหลายคดีที่ต้องจัดการชีวิตตัวเองมากพออยู่แล้ว บุ๋มไม่ไปอะไรกับคุณปูเพิ่มเติม เพราะบุ๋มว่าแค่นี้ชีวิตเขาก็หนักมากพอแล้ว”
เพจคุณหญิงกอบโกยบอกว่าคุณปูสวยกว่าแม่อีก?
“อ๋อ ที่คุณหญิงกอบโกยบอกว่าคุณปูสวยกว่าแม่ ค่ะ สวยกว่าค่ะ สบายใจแล้วใช่ไหมคะ จบเนาะ ใครอยากสวยกว่าสวยเลยค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ จะให้คุณปูสวยกว่า จะสวยด้วยแอป สวยเลยค่ะ ไม่ว่าเลย ใครอยากสวยกว่าสวยเลยค่ะ คือบุ๋มว่าคุณหญิงกอบโกยก่อนที่จะกัดบุ๋ม ไปดูเพจดีๆ ก่อนที่เขาตัดต่อถูกต้องก่อน ไม่ใช่เอาที่ดิฉันเถียงกับอดีต สส. ท่านหนึ่งแล้วเอามาสลับกันแบบนี้ แล้วเอามาด่าดิฉัน คือการด่าโดยการเปรียบเทียบกับคนอื่น บุ๋มว่าบุ๋มโดนมาตั้งแต่เป็นนางงามแล้วค่ะ ว่าใครสวยกว่าใคร บุ๋มก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองสวยที่สุดถึงได้นางสาวไทยนะคะ แต่บุ๋มพร้อมที่สุดในการทำหน้าที่ในปีนั้น เขาถึงเลือก แค่นั้นเอง”
เขาเป็นรุ่นน้องนางงาม?
“เขาเป็นรุ่นพี่ เขาประกวดก่อน (เวทีเดียวกัน?) จำไม่ได้ ไม่แน่ใจ แต่บุ๋มว่าทุกคนสวยคนละแบบอยู่แล้ว”
การเป็นพิธีกรรายการข่าว มันต้องระวังเพิ่มขึ้นไหม?
“การเป็นพิธีกรรายการข่าว เดี๋ยวนี้ต้องระวังมากขึ้นค่ะ เพราะว่าฟ้องร้องกันง่ายมากขึ้น แล้วเวลาเขาฟ้องเขาไม่ได้สนว่าเราต้องอ่านตามสคริปต์ข่าวที่มาวางเท่านั้น แต่เขาฟ้องหมด แม้กระทั่งในตัวของนักข่าวที่อ่านข่าวเขาด้วย ฟ้องช่องด้วย ฟ้องรายการด้วย มันเละเทะและมันวุ่นวาย”
เคยเจอเคสแบบนี้ไหม?
“เคยเจอตอนสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของการบุกรุกบ้านค่ะ แต่นั่นมันนานมาแล้วค่ะ ดังนั้นเราถึงต้องเชิญสองฝ่ายไง คือจะไม่เชิญฝ่ายใดฝ่ายเดียว หลังๆ ที่เคยโดนฟ้องรวบแบบนั้นแล้ว ทั้งรายการทั้งตัวเรา จากนั้นบุ๋มก็เลยเสนอเป็นรายการที่ต้องมีสองฝ่ายในการพูดคุยกันเลยนะ เคลียร์ชัดๆ กันไปเลยนะ จะด่าก็ด่ากันตรงนั้นเลยนะ แล้วให้มันจบตรงนั้น แต่คราวนี้ไม่จบก็ยังงงอยู่ ณ วันนี้ก็ยังงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะดิฉันอยากเอากล้องหันไปทางนี้มาก นักข่าวพวกนี้เล่นหมดเลยนะคะ เรายุ่งเรื่องคุณปูหมดเลยค่ะ ไม่ใช่บุ๋มคนเดียวแล้ว ทุกรายการค่ะ เพียงแต่ว่าก็ยังงงว่าทำไมมาเล่นบุ๋มอยู่ตรงนี้ นอกเหนือจากพี่หนุ่ม กรรชัย ก็มาเป็นบุ๋มเนี่ยแหละ”
หมายศาลถึงแม่ แม่จะจัดการยังไง?
“หมายศาลถึงแม่ แม่ก็ต้องไปเคลียร์ตามหมายศาลค่ะ ก็แค่นั้นเอง”
เขาบอกว่าแม่ไม่เป็นกลาง ชี้นำ?
“ชี้นำยังไง ก็วันนั้นมีประโยคหนึ่งที่เป็นความเห็นตัวเองก็คือว่า ถ้าจะทะเลาะกันก็แนะนำให้คุณปูคืนเงินไปซะ แล้วจะฟ้องหมิ่นประมาทหลังจากนั้นก็ฟ้องไป ก็แค่นั้นเอง ไม่ได้ชี้นำอะไรเลย แค่พูดในมุมของตัวเองว่า คงไม่อยากให้ใครมาด่าเราเพิ่ม ว่าถ้าหมิ่นประมาท เธอว่าฉัน ฉันว่าเธอ ต่างคนต่างฟ้องเรื่องหมิ่นประมาทมันจบไง แต่ถ้าประเด็นของเรามันติดขัดข้อหาเรื่องของการไม่คืนเงินด้วย มันโดนด่ามากกว่าไง เราก็เลยแนะนำไปว่า ก็คืนเงินไปซะ จากนั้นจะฟ้องหมิ่นประมาทก็ฟ้องไป แค่นั้นเอง ถ้าเกิดนี่คือการชี้นำ อันนี้ขออภัย แต่บุ๋มพูดในมุมของเราว่า ถ้ามันจะสู้แบบแฟร์ๆ มันต้องสู้แบบหมิ่นประมาทกับหมิ่นประมาทด้วยกัน มันไม่ใช่กรณีทางแพ่งด้วย”
ดร.มัลลิกา เขาออกมาพูดถึงแม่ติดยศทหารได้ยังไง?
“ที่ติดยศทหาร สำหรับกำลังพลสำรอง ไม่ใช่ปีบุ๋มปีแรก มีมาตั้งแต่ 2566 แล้ว รุ่นบุ๋มเป็นรุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 แล้ว แล้วการประกาศตำแหน่งนี้มีมาเกือบ 1 ปีแล้ว สำหรับปีที่บุ๋มลง 69 ใครจะสมัครก็ได้ เพียงแต่ว่าต้องมีการจบการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ที่ตรงกับที่เขาคัดเลือก แล้วเท่าที่ทราบปนัดดายื่นใบสมัครหนาสุดเลย เอาจริงเอาจังมาก เพราะเราคิดแล้ว อย่างที่ประกาศกับทุกคนว่าตั้งแต่ก่อนที่บุ๋มจะอายุ 50 แล้วว่าชีวิตที่เหลือจะเอาชีวิตนี้ทำงานเพื่อชาติแล้ว ก็จะทำอย่างนั้นจริงๆ ก็เลยไปสมัครงานอย่างที่เห็น แต่เป็นตำแหน่งงานหัวหน้าประชาสัมพันธ์ เมื่อเทียบตามอายุ ไม่ใช่ดัง ไม่เกี่ยว เมื่ออายุดิฉัน 50 อัพ มันจะเป็นยศตามอายุและการศึกษาที่จบ ดิฉันก็จบตั้งดอกเตอร์เนาะ ใบ Certificate มากกว่า 20 ใบเนาะ ดิฉันก็เอาไปยื่นเขาทั้งหมดอย่างที่เห็น
แล้วก็ที่สำคัญคือเรามีประสบการณ์อยู่ในวงการสื่อมาจริงๆ และเวลาสอบสัมภาษณ์ เกือบ 30 คนที่นั่งสอบสัมภาษณ์เรา ไม่ใช่มีแผนกบุ๋มแผนกเดียว เขาจะมีแผนกที่เกี่ยวกับพลังงาน โดรน แผนกวิทยาศาสตร์ แผนกอะไรหลากหลายเลย ไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์ แต่ด้วยตำแหน่งของบุ๋มคือหัวหน้าประชาสัมพันธ์ บุ๋มได้เปรียบคนอื่นในฐานะที่เคยเป็นโฆษก ศบ.ทก.ตรงนี้เราก็เลยจะได้เปรียบกว่าคนอื่นในการทำงานกับทางทหารมาก่อนแล้ว และการเป็นโฆษกที่มันภาพชัดเจนอยู่แล้ว มันก็เลยได้เปรียบ
แต่กว่าจะผ่านด่านโดนถามเยอะมาก ครึ่งชั่วโมง ถามเรื่องแผนงานว่าจะทำยังไง จะมีอะไรยังไง คือถามเยอะมาก ดังนั้นบุ๋มภูมิใจมากที่บุ๋มได้ตำแหน่งนี้ เพราะว่ามันเป็นการสมัครงานที่ชัดเจน แฟร์สุดๆ แล้วก็มีการถ่ายภาพทุกขั้นตอน ใครได้ที่ 1 2 3 คะแนนเท่าไหร่ มันชัดเจนหมดเลย”
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ติดยศ?
“วันนี้ยัง ต้องไปเรียน มีเรียน 80 ชั่วโมงก่อน แล้วมีฝึกภาคสนามแบบทหารด้วย”
พี่บุ๋มเห็นโพสต์ของ ดร.มัลลิกา ที่ออกมาโพสต์?
“ที่ดร.ติ่งออกมาพูดว่าบุ๋มปนัดดาจะได้ได้ยังไง บุ๋มว่าวันนั้น ดร.ติ่งไม่ทราบกระบวนการมากกว่า และอาจจะไม่รู้เห็นเรื่องของการสมัครงานแบบนี้ จริงๆ แล้วบุ๋มไม่ใช่คนแรก มีมาหลายปีแล้ว แล้วอย่างที่ 2 คือบุ๋มก็แคปแล้วก็ไลน์ไปถาม ดร.ติ่งตรงๆ บอกแล้วว่าบุ๋มสายตรงอยู่แล้ว ดร.ติ่งก็ตอบกลับมาด้วยความเคารพรัก อยากจะเปิดคลิปให้ดู ด้วยความเคารพรักพี่ก็เป็นห่วงจริงๆ เราโอเค แสดงก็แสดง พี่เขาห่วงเรา ไม่เป็นไร เราถือว่าเป็นการแสดง คือ ดร.ติ่งบอกว่ามันคือการแสดง เราโอเค แสดงก็แสดง”
พี่บุ๋มโทรไปเพราะว่าเขางง ก็เลยอยากจะไปชี้แจงใช่ไหม?
“ใช่ เราชัดเจนอยู่ทุกก้าวในการทำงานอยู่แล้ว ทุกคนขา บุ๋มคือดารา บุ๋มคือคนที่มีชื่อเสียง ถ้าบุ๋มไปสมัครงานแบบใช้เส้น บุ๋มโดนด่าชั่วนาตาปี บุ๋มโดนด่าถึงพ่อถึงแม่แน่นอน ซึ่งบุ๋มไม่เอาตัวเองเข้าไปแลกกับตำแหน่งที่ไม่ได้ตังค์ ทุกวันนี้บุ๋มทำงาน บุ๋มไม่เอาตัวเองและพ่อแม่ไปแลกกับจุดนี้แน่นอน แต่เมื่อบุ๋มตัดสินใจว่าจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติ สิ่งหนึ่งที่ยอมไปอยู่ในจุดนี้เพราะอะไร มันคือการถามตัวเองมากกว่าว่าถ้าฉันไปทำงานตรงนี้ เราจะเอาเวลาไปทุ่มกับเขามากได้แค่ไหน เพราะมันต้องคุยกับทั้งครอบครัวด้วยว่าบุ๋มจะกลายเป็นทหารแล้วนะ บุ๋มจะต้องทำหน้าที่มากกว่านี้แล้วนะ และสิ่งที่คุยกันในครอบครัวก็คือเวลาลงพื้นที่ในการมีอุทกภัย มันคือจุดที่ทำให้บุ๋มเชื่อมงานกับทหารได้ง่ายขึ้น ไม่มีจุดอื่นเลย นี่คือการทำงานที่บอกแล้วว่าที่เหลือคือสำหรับเพื่อประเทศชาติแล้วจริงๆ มันไม่มีอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงแต่ว่ากับทาง ดร.ติ่ง ก็ชี้แจงให้รับฟังเรียบร้อย ด็อกเตอร์ก็เข้าใจ แล้วด็อกเตอร์ยังชวนไปเป็นรองผู้ว่าด้วยกันเลย แต่บุ๋มก็บอกไปแล้วว่าบุ๋มขออนุญาตทำงานกู้ภัยเหมือนเดิมดีกว่า เพราะว่าการทำงานการเมืองไม่ใช่สายที่บุ๋มถนัดจริงๆ”
เขาบอกว่าการแสดง เราสตั๊นไหม?
“คำแรกก็อาจจะมีอึ้งๆ บ้าง ว่าพี่เราแสดงแรงจัง แต่ก็เข้าใจตามสไตล์ของ ดร.มัลลิกา เพราะเราก็ยังรักและเคารพพี่เขาเหมือนเดิม”
เรารักกันเนาะ?
“รักกันค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บุ๋ม ปนัดดา ตอบชัด เหตุเตรียมติดยศทหาร ชี้มีมานานแล้ว ตำแหน่งที่สมัคร-แจงขั้นตอนยิบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th