สิ่งที่เด็กมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “อันดับ” ในรอบ Admission
ช่วงการสมัคร TCAS รอบ Admission หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการจัดอันดับคณะ เพราะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์สุดท้ายว่าน้องๆ จะติดคณะไหน แต่ถึงแม้จะเป็นขั้นตอนที่ทุกคนต้องทำ ก็ยังมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ในบางเรื่อง
วันนี้พี่ว่านได้รวบรวมความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดอันดับในรอบ Admission มาอธิบายให้น้องๆ เพื่อเข้าใจระบบมากขึ้น และสามารถวางแผนเลือกอันดับได้มั่นใจมากกว่าเดิม
สิ่งที่เด็กมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “อันดับ” ในรอบ Admission
น้องๆ หลายคนอาจเคยได้ยินคำแนะนำจากเพื่อน รุ่นพี่ หรือในโซเชียล เรื่องการจัดเรียงอันดับรอบ Admission ซึ่งบางข้อมูลฟังดูน่าเชื่อถือ มีเหตุผล แต่บางอย่างก็ยิ่งทำให้เราเกิดความสับสน และเข้าใจผิด ทำให้ถ้าน้องๆ เข้าใจมาจากตัวเองจริงๆ จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
คิดว่าอันดับมีผลกับคะแนน
ความเข้าใจผิดน้องๆ หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเอาคณะไหนไปไว้อันดับ 1 จะช่วยเพิ่มโอกาสติด หรือทำให้คะแนนของเราดูดีขึ้นในสายตาระบบ บางคนถึงขั้นพยายามล็อกอันดับ 1 ให้ชัวร์ เพราะกลัวว่าถ้าใส่อันดับสูงเกินไปจะเสียโอกาส
ความเป็นจริงในระบบ TCAS รอบ Admission อันดับไม่ได้มีผลต่อคะแนนเลยแม้แต่น้อย คะแนนของน้องๆ จะถูกคำนวณจากคะแนนตามเกณฑ์ของแต่ละคณะ ไม่ว่าจะใส่คณะนั้นไว้ลำดับที่ 1 หรืออันดับที่ 10 ก็ตาม ส่วนอันดับจะเป็นแค่ลำดับที่ให้ระบบพิจารณาคะแนน ว่าจะพิจารณาคณะไหนก่อน จึงต้องเรียงลำดับ 1-10
สำหรับการประมวลผล ระบบจะนำคะแนนของผู้สมัครทุกคนไปจัดเรียงภายในแต่ละคณะ แล้วเลือกคนที่ได้คะแนนสูงสุดตามจำนวนที่รับ โดยไม่สนใจว่าใครใส่อันดับอะไร ถ้าอันดับต่ำแต่คะแนนสูงกว่าก็ติดก่อนคนที่วางไว้อันดับสูงแต่คะแนนน้อย ดังนั้นสิ่งที่ใช้ตัดสินจริงๆ คือ คะแนน ไม่ใช่ลำดับที่ใส่ ซึ่งอันดับจะมีผลเพียงเพื่อให้ระบบรู้ว่าจะต้องพิจารณาคะแนนคณะอะไรก่อนหลังเท่านั้น
คิดว่าอันดับล่างติดง่ายกว่า
ความเข้าใจผิดน้องๆ บางคนอาจยังเข้าใจว่า ถ้าเอาคณะที่คิดว่าติดง่ายไปไว้อันดับล่าง เช่น อันดับที่ 7–10 จะช่วยเพิ่มโอกาสติด เพราะคิดว่าคู่แข่งคนอื่นมักจะใส่คณะดีๆ ไว้อันดับบน ทำให้คิดว่าอันดับล่างมีการแข่งขันน้อยกว่า ยังไงก็ติดง่าย
ความเป็นจริงในระบบ TCAS รอบ Admission ตำแหน่งของอันดับ ไม่มีผลต่อความยากง่ายในการติดเลย ทุกคนที่สมัครคณะเดียวกัน จะถูกนำคะแนนมาแข่งขันรวมกันทั้งหมด ไม่ว่าจะใส่คณะนั้นไว้เป็นอันดับที่ 1 หรืออันดับที่ 10
ถ้าน้องๆ เข้าใจผิดแล้วเอาคณะที่อยากได้จริงไปไว้อับดับล่าง เพราะคิดว่าน่าจะมีโอกาสติดง่าย อาจทำให้พลาดที่จะติดในคณะที่อยากเรียน หรือได้ไปเรียนในคณะที่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ตั้งใจจริงๆ ของตัวเองได้ครับ
คิดว่าต้องเรียงจากคะแนนสูงไปต่ำเสมอ
ความเข้าใจผิดอาจมีบางคนเชื่อว่าการเรียงอันดับที่ถูกต้อง จะต้องเรียงจากคณะที่ได้คะแนนสูงที่สุด ไปหาคณะที่ได้คะแนนต่ำที่สุดเท่านั้น เพราะมองว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการหลุดอันดับ
ความเป็นจริงน้องๆ สามารถเรียงอันดับตามคะแนนสูงไปต่ำได้จริง แต่การเรียงอันดับตามคะแนนอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องมากนัก เพราะแต่ละคณะมีเกณฑ์คัดเลือกแตกต่างกัน และถ้าคณะที่คะแนนสูงนั้นไม่ใช่คณะที่เราสนใจที่สุด เพราะการเลือกคณะไม่ใช่แค่เรื่องติดหรือไม่ติด แต่คือการเลือกสิ่งที่เราต้องเรียนจริงๆ ไปอีก 4 ปี
ถ้าน้องๆ เรียงอันดับตามคะแนนจากสูงไปต่ำอย่างเดียว อาจทำให้คณะที่ อยากเรียนจริงไปอยู่ลำดับล่าง และเสี่ยงพลาดโดยไม่จำเป็น ทำให้การเรียงอันดับเลยต้องดูทั้งความต้องการของตัวเอง + ความเป็นไปได้ของตัวน้องๆ เองด้วย
คิดว่าใส่ไม่ครบ 10 อันดับจะเสียโอกาส
ความเข้าใจผิดหลายคนรู้สึกว่าการสมัครรอบ Admission ที่มีให้ใส่ 10 อันดับ ก็ต้องใส่ให้ครบ 10 เท่านั้น ถึงจะไม่เสียสิทธิ์ บางคนถึงขั้นใส่คณะที่ไม่ได้สนใจจริงๆ ลงไปด้วยแค่เพื่อให้ครบจำนวน
ความเป็นจริงทางระบบ TCAS ไม่ได้บังคับว่าต้องใส่ครบ 10 อันดับ น้องๆ สามารถเลือกใส่กี่อันดับก็ได้ เพราะถ้าน้องๆ ไม่รู้จะใส่อะไรจริงๆ แล้วเลือกคณะมาวางมั่ว ก็จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการเลือกอันดับมากขึ้นไปอีกด้วยครับ เพราะแม้ว่าปีนี้จะมีการสนับสนุนค่าสมัคร 600 บาท (7 อันดับ) แต่ถ้าจะสมัครครบ 10 ก็จะต้องเสียค่าสมัครเพิ่มเองอีก 300 บาท
แต่อีกสิ่งก็คือน้องๆ ก็ไม่ควรใส่อันดับน้อยเกินไป เพราะการที่น้องๆ มีจำนวนตัวเลือกอันดับมาก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการมีที่เรียน เพราะถ้าอันดับบนๆ ไม่ติด ระบบยังสามารถไล่ไปพิจารณาอันดับถัดไปได้ ถ้าน้องๆ มีคณะที่สนใจเพิ่มเติมครับ
คิดว่าคณะเดียวกัน ทุกมหาลัยเหมือนกัน
ความเข้าใจผิดหลายคนมองว่าถ้าชื่อคณะเหมือนกัน เนื้อหาที่เรียนก็น่าจะเหมือนกันทั้งหมด ทำให้ใช้แค่ชื่อคณะ หรือคะแนนเป็นตัวตัดสิน โดยไม่ได้ลงลึกไปดูรายละเอียดของแต่ละมหาวิทยาลัย และอาจนำไปเรียงอันดับโดนไม่ทันคิด
ความเป็นจริงแม้ชื่อคณะจะเหมือนกัน แต่รายละเอียดของแต่ละมหาวิทยาลัยอาจแตกต่างกันมาก ทั้งเกณฑ์คะแนน เงื่อนไข โครงสร้างหลักสูตร แนวการสอน ไปจนถึงโอกาสฝึกงานหรือสหกิจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อประสบการณ์การเรียนและเส้นทางอาชีพในอนาคตโดยตรง
ถ้าน้องๆ เข้าใจผิดจุดนี้ อาจทำให้เรียงอันดับไปแบบไม่ตรงกับความต้องการจริงของตัวเอง เผื่อถ้าอับดันที่ 1 ที่อยากเข้าไม่ติด อันดับต่อๆ ไป ก็ควรเป็นคณะหรือสาขาที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนใกล้เคียงกับสิ่งที่สนใจ และเหมาะกับสไตล์การเรียนของน้องๆ เอง
คิดว่าติดอะไรก็เรียนได้ เดี๋ยวค่อยย้าย
ความเข้าใจผิดข้อนี้น่ากลัวมาก เพราะอาจยังมีคนที่เรียงอันดับแบบไม่ซีเรียส โดยคิดว่าเอาให้ติดไว้ก่อน ถ้าไม่ชอบค่อยย้ายคณะหรือเปลี่ยนสาขาทีหลัง ทำให้บางครั้งใส่คณะที่ไม่ได้สนใจจริง หรือเรียงอันดับแบบไม่ตรงกับความต้องการ หรือมีแค่อันดับ 1 ที่ชอบ ส่วนนอกนั้นเรียงแบบใส่ๆ ไปก่อน
ความเป็นจริงการย้ายคณะหรือย้ายสาขาในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด และมักมีเงื่อนไขหลายอย่าง อาจต้องเริ่มเรียนใหม่บางวิชา หรือบางที่อาจไม่เปิดให้ย้ายเลยด้วย และอาจจบที่การซิ่ว
สิ่งที่น้องๆ ต้องเน้นย้ำอย่างมาก คือการถามตัวเองให้ชัดเจนเรื่องคณะ ไม่ว่าจะเป็นคณะที่สนใจจริงๆ การวางแผนอันดับสำรอง การเรียงอันดับคณะ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดทีหลัง
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วการเรียงอันดับในรอบ Admission ไม่ใช่แค่การเลือกให้ติดที่ไหนก็ได้ แต่เป็นการตัดสินใจเลือกเส้นทางการเรียนในระยะยาว ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบ เลยจำเป็นในตอนที่น้องๆ วางแผน และลดความผิดพลาดจากความเชื่อที่ไม่ตรงกับความจริง
สุดท้ายแล้ว อันดับที่ดีที่สุดไม่ใช่อันดับที่ปลอดภัยที่สุด แต่คืออันดับที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการและความเป็นไปได้ของตัวเอง หากวางแผนให้ดี เลือกอย่างมีข้อมูล และเข้าใจระบบอย่างถูกต้อง โอกาสในการติดคณะที่ใช่ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ใครอยากปรึกษาคะแนน Admission กับพี่ๆ
เตรียมคะแนนมาปรึกษาได้ที่ Dek-D's TCAS Fair
25-26 เมษายน 2569 นี้ที่ Bitec Bangna
จำกัด 300 คิว/วัน