โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กทม.เตือน ดัชนีความร้อน แตะระดับ “อันตราย” แนะเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 เม.ย. เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. เวลา 07.19 น.

กทม.เตือน ดัชนีความร้อน แตะระดับ “อันตราย” แนะเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สังเกตอาการผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง

วันที่ 4 เมษายน 2569 สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ วันนี้ (4 เม.ย.69) อยู่ในระดับ "อันตราย"

ทั้งนี้ ดัชนีความร้อน (Heat Index) หมายถึง อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น (Feel like) ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เหมาะสำหรับบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าการใช้ค่าอุณหภูมิสูงสุด

โดยผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน คือ ผลกระทบที่เกิดจากการสัมผัสอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้นเกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้ อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรง และทางอ้อม เช่น อ่อนเพลีย วิงเวียนศรีษะ ผื่น บวมแดง ตะคริว และโรคลมร้อน (Heat stroke)

สำหรับค่าดัชนีความร้อน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

  • ดัชนีความร้อน27.0 - 32.9 องศาเซลเซียส (สีเขียว) อยู่ในระดับ "เฝ้าระวัง" ควรติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน กลุ่มเสี่ยง ควรดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ
  • ดัชนีความร้อน33.0 - 41.9 องศาเซลเซียส (สีเหลือง) อยู่ในระดับ "เตือนภัย" ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วง 11.00 - 15.00 น. กลุ่มเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์
  • ดัชนีความร้อน42.0 - 51.9 องศาเซลเซียส (สีส้ม) อยู่ในระดับ "อันตราย" ควรสังเกตอาการตนเอง กลุ่มเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์
  • ดัชนีความร้อนเกินกว่า 52 องศาเซลเซียส (สีแดง) อยู่ในระดับ "อันตรายมาก" ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...