“อิตาลี” ขาดดุลงบ 3.1% เกินเพดาน EU สะเทือนแผนการคลังรัฐบาลเมโลนี
"อิตาลี" ขาดดุลงบ 3.1% ของ GDP สูงเกินเพดาน 3% ที่สหภาพยุโรปกำหนด สะเทือนแผนการคลังรัฐบาลเมโลนี และอาจทำให้อิตาลียังไม่พ้นมาตรการเฝ้าระวังการคลังของสหภาพยุโรป
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 16.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า งบประมาณขาดดุลของอิตาลีในปีที่ผ่านมาเกินเพดานที่สหภาพยุโรปกำหนด นับเป็นความท้าทายด้านการคลังครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล Giorgia Meloni นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2565 โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลีระบุว่า การขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 3.1% ของ GDP แม้จะดีขึ้นจาก 3.4% ในปี 2567 แต่ยังคงสูงกว่าเพดาน 3% ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดเพื่อควบคุมวินัยการคลังของประเทศสมาชิก
รัฐบาลเมโลนีหวังว่าการขาดดุลจะต่ำกว่านี้ เพื่อเปิดทางให้อิตาลีออกจากมาตรการ Excessive Deficit Procedure (EDP) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังประเทศที่มีงบประมาณขาดดุลสูง
โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะตัดสินอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน การไม่สามารถออกจากระบบดังกล่าวได้ถือเป็นปัญหาสำคัญ เพราะหากอิตาลียังถูกจับตาด้านการคลัง จะทำให้รัฐบาลขยายงบประมาณได้ยาก โดยเฉพาะงบกลาโหม ซึ่งเมโลนีให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านทหารให้ถึง 5% ของ GDP ตามเป้าหมายของ NATO และแรงกดดันจาก Donald Trump
ปัจจุบันมีประมาณหนึ่งในสามของประเทศในสหภาพยุโรปที่ละเมิดกฎการคลัง เช่น ฝรั่งเศส เบลเยียม โปแลนด์ และออสเตรีย โดยฝรั่งเศสมีการขาดดุลมากกว่า 5% ของ GDP และคาดว่าจะไม่สามารถลดลงต่ำกว่า 3% ได้จนถึงปี 2029 ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามตะวันออกกลางอาจทำให้การปรับปรุงฐานะการคลังของหลายประเทศ รวมถึงอิตาลี ทำได้ยากขึ้น โดยรัฐบาลอิตาลีมีแนวโน้มจะปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เหลือเพียงประมาณ 0.5%
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจอาจชะลอตัวมากขึ้น และทำให้การขาดดุลงบประมาณยังคงสูงกว่า 3% ต่อไป ซึ่งจะทำให้อิตาลีออกจากมาตรการ EDP ได้ยาก แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลเมโลนีจะได้รับคำชื่นชมจากบริษัทจัดอันดับเครดิตหลายแห่งเกี่ยวกับความคืบหน้าด้านการคลัง รวมถึง Moody's ที่ปรับเพิ่มอันดับเครดิตอิตาลีเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 23 ปีเมื่อปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามMoody’s ระบุว่า การฟื้นฟูฐานะการคลังของอิตาลียังเป็นไปได้ หากสงครามยุติเร็ว แต่หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจอิตาลีจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากประเทศพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียสูง โดยอิตาลีเป็นผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติรายใหญ่อันดับสองของสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนี และก๊าซคิดเป็นประมาณ 40% ของพลังงานทั้งหมดของประเทศ
ขณะเดียวกันความกังวลของนักลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีและเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงิน เพิ่มขึ้นเกิน 100 basis points เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากเพียง 57 basis points ในเดือนมกราคม แม้ระดับดังกล่าวยังต่ำกว่าช่วงที่เมโลนีเพิ่งได้รับเลือกตั้ง ซึ่งเคยสูงกว่า 200 basis points แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลอิตาลีอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
อ้างอิง : www.bloomberg.com