โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกไทย ก.พ. โต 9.9% ต่อเนื่องเดือนที่ 20 จ่อปรับเป้าส่งออกปี'69 ใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 03.57 น.

สนค. เปิดตัวเลขส่งออกไทยเดือน ก.พ. ขยายตัว 9.9% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 แรงหนูจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมคาดการณ์จะมีการปรับประมาณการส่งออกปี 2569 ใหม่เร็วนี้ โดยจากเดิมที่เคยตั้งเป้าหมายการส่งออกในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 2-3%

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 20 ที่ 9.9% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0%

แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัพเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ส่งผลให้ไทย ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.5% ดุลการค้า ส่งผลให้ไทย ขาดดุล 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 5.7 (YOY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 3.6 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.7 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 4.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อิตาลี และเยอรมนี)

ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 62.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 9.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 271.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัวร้อยละ 26.2 หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินเดีย ตุรกี และปากีสถาน) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 13.5 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เมียนมา และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย และลาว) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 19.1 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐ และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย)

น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 53.0 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เมียนมา และปาปัวนิวกินี) เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 19.3 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดเวียดนาม จีน และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์)

และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 20.8 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และฮ่องกง) ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 3.8

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 13.3 (YOY) ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 49.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ จีน และสิงคโปร์) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 6.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐ) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 217.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ สิงคโปร์ และเม็กซิโก)

เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 28.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และฮ่องกง) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 47.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์) เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขยายตัวร้อยละ 251.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง และเนเธอร์แลนด์)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัวร้อยละ 30.0 หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดอินเดีย สหรัฐ และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดฮ่องกง เยอรมนี และญี่ปุ่น) เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 4.4 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดจีน อินเดีย และฟิลิปปินส์)

เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัวร้อยละ 23.9 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น เมียนมา และออสเตรเลีย แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสหรัฐ) เคมีภัณฑ์ หดตัวร้อยละ 6.9 หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดอินเดีย จีน และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย เบลเยี่ยม และเมียนมา) ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป

แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด

และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง

จอปรับเป้าส่งออก 2569

นอกจากนี้ สนค. คาดการณ์จะมีการปรับประมาณการส่งออกปี 2569 ใหม่ โดยจะประเมินจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า โดยจากเดิมที่เคยตั้งเป้าหมายการส่งออกในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 2-3%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกไทย ก.พ. โต 9.9% ต่อเนื่องเดือนที่ 20 จ่อปรับเป้าส่งออกปี’69 ใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...