โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝ่ายค้านจับมือยื่นตีความ 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ย้ำไม่จำเป็น มองหากศาลตีตกกระทบ 'คนละครึ่ง'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
กรณ์ จาติกวณิช

‘กรณ์’ เผยฝ่ายค้านจับมือยื่นตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน จ่อยื่น ‘โสภณ‘ 11-12 พ.ค.นี้ มั่นใจไม่ถูกถ่วงเวลา ย้ำ พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่จำเป็นตามเกณฑ์ รธน. มองหากศาลรัฐธรรมนูญตีตก กระทบคนละครึ่ง-รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าชื่อร่วมกันในคำร้องที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ว่าเข้าข่ายไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ทั้งนี้พร้อมจะยื่นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ในช่วงวันที่ 11-12 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ ผมได้ประสานไปยังพรรคกล้าธรรมให้ร่วมลงชื่อด้วย แต่เบื้องต้นยังรอการประชุมพรรคกล้าธรรมก่อน อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่ารายชื่อของ สส.ที่ร่วมลงชื่อคำร้องครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

นายกรณ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นคำร้องแล้ว เชื่อว่านายโสภณจะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ซึ่งตามกรอบจะมีเวลา 2-3 วัน ก่อนส่ง ซึ่งเชื่อว่าจะทันก่อนที่สภาจะพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ ในสัปดาห์หน้าแน่นอน

นายกรณ์กล่าวต่อว่า ในประเด็นของคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมได้เห็นตัวร่างของพรรคประชาชนแล้ว เห็นว่ามีประเด็นที่มีรายละเอียดและข้อกังวลต่อการยื่นกู้เงินดังกล่าว ขณะเดียวกันแล้วในเหตุผลที่รัฐบาลต้องการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น มีเหตุที่ไม่จำเป็น เนื่องจากวิกฤตที่รัฐบาลอ้างถึงเรื่องวิกฤตราคาน้ำมันแพง มีวิธีการที่สามารถแก้ไขได้ ผ่านการลดภาษีสรรพสามิต และปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ การจะออก พ.ร.ก.กู้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีภัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมบอกขอให้ย้อนกลับไปดูในอดีตว่า การจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน มีสถานการณ์แบบใด อย่างในปี พ.ศ. 2541 ก็เกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” GDP ติดลบ 8 ไตรมาสติดต่อกัน และในปี 2552 ซึ่งผมเป็น รมว.คลัง และรัฐบาลนี้ก็อ้างมาหลายครั้งว่า ในสมัยที่ผมเป็นรัฐบาลก็ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เหมือนกัน

ซึ่งขอให้นำสถานการณ์มาเปรียบเทียบกัน เพราะในปี 2552 คือ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง ซึ่งขณะนั้นอยู่ท่ามกลาง “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” โดย GDP ติดลบ 7% กว่า และทั้งปีติดลบ 2% กว่า จึงชัดเจนว่า หากไม่มีการกู้ เพื่อนำเงินมาเติมเงินคงคลัง จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังมี “วิกฤตโควิด-19” ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งขณะนี้ GDP ติดลบ 6% ประชาชนออกไปทำมาหากินไม่ได้ โดยทั้ง 3 ครั้งที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าระดับวิกฤตของเศรษฐกิจ GDP ติดลบขนาดไหน แต่ว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนก็จริง ซึ่งผมไม่ปฏิเสธ และสาเหตุที่รัฐบาลจะใช้ในการออก พ.ร.ก.คือ ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่มาจากราคาน้ำมัน ที่เกิดจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่โดยรวมรัฐบาลก็คาดว่า GDP ปีนี้ยังโตขึ้น อยู่ประมาณ 1.5% ถึงแม้ว่าจะโตช้า แต่ก็ยังไม่ติดลบ

นายกรณ์กล่าวอีกว่า ล่าสุดรัฐบาลประชาสัมพันธ์เรื่องสถาบันจัดอับดับเครดิตเรตติ้งระดับโลกของ “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” ว่าความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจของไทยอยู่ในอันดับที่มั่นคง ไม่ได้มีปัญหาความเสี่ยง ประกอบล่าสุดกระทรวงการคลัง ออกมาระบุถึงการจัดเก็บภาษี ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้ จึงไม่ได้มีวิกฤตในระดับที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างเช่นในอดีต

นายกรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐบาลระบุว่าต้องการเงินเพื่อใช้ในโครงการคนละครึ่ง ที่จะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้นั้น ผมมองว่ารัฐบาลมีวิธีการหลายอย่าง โดยเฉพาะการปฏิบัติตามสิ่งที่นายกฯเคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หรือตามที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ คือ การใช้งบประมาณ วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ที่สามารถออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.

ดังนั้น หากการยื่นตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน ทำให้ไม่สามารถใช้เงินในโครงการคนละครึ่ง วันที่ 1 มิ.ย.นี้ได้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการและแก้ปัญหาเอง

นายกรณ์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นในวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสภาเมื่อ 7 พ.ค. ที่ระบุว่าจะแบ่งการกู้เงินเป็น 2 ก้อน โดยกู้ปีนี้ 2 แสนล้านบาท และกู้ปี’70 อีก 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน แสดงให้เห็นว่ามีความไม่จำเป็นเร่งด่วนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกันนั้น การใช้งบประมาณเพื่อเปลี่ยนถ่ายไปใช้พลังงานสะอาดนั้นสามารถกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ได้ ส่วนที่ระบุว่าจะกู้ส่วนที่ 2 ในปี 2570 นั้น ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้เป็นหัวใจของการออก พ.ร.ก. คือ ความจำเป็นต้องใช้เงินเดี๋ยวนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจจะมีปัญหา ดังนั้น จะบอกว่ากู้มากองหรือปีหน้าค่อยกู้ไม่ได้ หากทำแบบนั้นแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนระดับที่จะออก พ.ร.ก.ได้

“ผมไม่คัดค้านตัวโครงการที่รัฐบาลจะดำเนินการแม้ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่เชื่อว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ แต่การที่กำหนดใน พ.ร.ก.กู้เงิน และกำหนดจะกู้ 2 แสนล้านบาทในปีหน้า เท่ากับชี้ให้เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด และการกู้เงินที่เกินความจำเป็นผมกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อวินัยการคลัง และกระทบต่อระบบความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้” นายกรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีการยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลต้องรอคำวินิจฉัยก่อนให้สภาพิจารณาหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หากมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนการพิจารณาในรัฐสภา รัฐบาลต้องรอให้กระบวนการทางศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งไม่เกิน 60 วัน ทั้งนี้ หากรัฐบาลมั่นใจว่า สิ่งที่ทำนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้มีการตรวจสอบและไม่ให้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ในประเด็นที่ยื่นมั่นใจหรือไม่ว่าจะเข้าเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณา นายกรณ์กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 มีความชัดเจนมากว่า กรณีใดถึงจะเป็นกรณีที่รัฐบาลสามารถออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมได้ ซึ่งต้องเป็นกรณีปัญหาวิกฤตที่มีผลต่อความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ตนยังเชื่อว่า ถ้าไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ไม่ทำให้ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย

เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตีตก พ.ร.ก.ดังกล่าว รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

นายกรณ์กล่าวว่า ต้องถามรัฐบาล เพราะไม่ได้มีบทลงโทษ แต่คงเป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองตามความเหมาะสม ซึ่งต้องคิดหนักว่าจะรับผิดชอบอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ผมยังไม่อยากพูดไปถึงจุดนั้น เพียงแค่ต้องการป้องกันไม่ให้รัฐบาลข้ามเส้นวินัยการเงินการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต

ทั้งนี้ ผมได้แสดงความห่วงใยถึงที่มาของ พ.ร.ก. ซึ่งเรารู้เรื่องการออก พ.ร.ก.ครั้งแรกมาจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ซึ่งรับผิดชอบทางด้านกฎหมาย แต่ในวันเดียวกัน ปลัดกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ว่าไม่รับรู้เรื่องดังกล่าว และยังระบุด้วยว่าวันนี้ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก. ซึ่งผ่านมาเพียง 3 สัปดาห์ ดังนั้น ต้องถามว่าวันนั้นกับวันนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ต้องเร่งรีบในการออก พ.ร.ก.ตอนนี้ โดยที่ไม่ได้มีจุดกำเนิดมาจากกระทรวงการคลัง

“ทุกรัฐบาลจะมีปัญหา ว่าเงินในมือไม่เพียงพอในการที่จะทำในสิ่งที่เขาอยากทำ ซึ่งเป็นเหตุให้เราต้องมีกฎหมายในการกำกับว่าในแต่ละรัฐบาลนั้นสามารถใช้เงินได้เท่าไหร่ ขาดทุนได้เท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีข้อจำกัด เพราะถ้าทุกรัฐบาลสามารถใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ สถานะการคลังของประเทศวันนี้ก็ไม่เป็นแบบนี้อนาคตก็มีโอกาสที่จะล่มสลายได้จริง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝ่ายค้านจับมือยื่นตีความ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ ย้ำไม่จำเป็น มองหากศาลตีตกกระทบ ‘คนละครึ่ง’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...