ภาพสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษ กรณีนายยศกร ที่ทักไปจีบ ‘น้องทับทิม’ แต่เธอไม่สนใจจึงหันไปใช้เรื่องความพิการมาจี้จุดให้เธอเจ็บปวด
ขณะที่ผู้ชายหลายคนสามารถจัดการตัวเองได้ เมื่อทักไปจีบใครสักคนหนึ่งแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ เพราะนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติของโลกและไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่ในกรณีนี้ ดูจะไม่ใช่อย่างนั้น
ใครที่ได้อ่านแชทซึ่งชายคนหนึ่งนามว่านาย ‘ยศกร’ ได้ส่งไปเพื่อคุกคามจิตใจของ ‘น้องทับทิม’ อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นผู้พิการตั้งแต่กำเนิด เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 2 ปี น่าจะรู้สึกเจ็บแค้นแทนไม่ต่างจากพ่อของน้องทับทิม เนื่องจากนายยศกรตั้งใจหยิบเอาความพิการของน้องทับทิมมาจี้จุดเพื่อสร้างบาดแผลให้กับเธอ โดยมีจุดเริ่มต้นเพียงเพราะ ‘จีบไม่ติด’ ซึ่งนับเป็นการกระทำที่บิดเบี้ยวและสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษในตัวนายยศกรออกมาอย่างชัดเจน
“แขนด้วน”
“สอบเข้ามหิดลได้ แต่ไม่สามารถปรบมือ หรือไหว้สวยๆ 2 มือได้”
“แขนด้วนแบบเธอ เรียนจบไป สมัครงานที่ไหน ไม่มีใครรับหรอก 5555555"
"ถ้าเธออยู่สงขลาน้ำท่วมมา ข้าวของหายหมด เพราะแขนด้วน ขนของไม่ได้ ว่ายน้ำก็ทำไม่ได้ด้วย น่าจะจมน้ำตาย"
ฯลฯ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อความที่นายยศกรส่งให้น้องทับทิม ซึ่งชัดเจนว่าต้องการย้ำปมและทำลาย Self-Esteem ของน้องโดยตรง และแม้น้องทับทิมจะตัดสินใจบล็อกทิ้ง นายยศกรก็ยังนำคลิปน้องไปเผยแพร่ตามกลุ่มต่างๆ จนตัวน้องรู้สึกไม่ปลอดภัย ในที่สุดพ่อของน้องทับทิมจึงบอกให้เธออันบล็อกเพื่อเก็บหลักฐาน และตั้งใจเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ขณะที่ทางด้านนายยศกรได้กล่าวในรายการยูทูบ ‘ปดทอล์ค : เปิดใจยศกร หนุ่ม Ir ตามรังควานสาวอินฟลูพิการ + แบงค์หนวดขาวคลั่ง’ ว่าที่ทำไปนั้นเพียงเพื่อ “ปั่นเฉยๆ” ทั้งยังกล่าวอีกว่า “ไม่เคยเห็นคนแขนขาด เลยอยากลองแกล้งดู” และตอบกลับพ่อของน้องทับทิมที่โฟนอินเข้ามาในรายการว่า “โม้”
ทั้งหมดนี้ ชวนให้เห็นถึงความเป็นชายที่เปราะบาง (Fragile Masculinity) และความเป็นชายที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) ในตัวนายยศกร ที่เกิดอาการรับไม่ได้ที่ตนไม่ได้รับความสนใจ จึงเปลี่ยนความผิดหวังในตัวเองเป็นความโกรธแค้นอีกฝ่ายแทน โดยผู้ชายส่วนหนึ่งที่มีลักษณะเหล่านี้ อาจรู้สึกโกรธแค้นเมื่อถูกคนที่เขาคิดว่า ‘ด้อยกว่า’ ปฏิเสธ และน้องทับทิมซึ่งเป็นผู้หญิงพิการ จึงกลายเป็นเป้าโจมตี เพื่อให้เขาได้รู้สึกมีอำนาจเหนือกว่าอีกครั้ง เพราะสามารถบูลลี่และสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอได้
สิ่งที่บิดเบี้ยวไม่แพ้กันคือการบอกว่าทำไปเพราะอยาก "ปั่นเฉยๆ" ที่เป็นทั้งการยืนยันในทัศนคติของตัวเองและลดทอนความรุนแรงของสิ่งที่ตนทำลง ซึ่งสะท้อนถึงการขาดความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) อย่างรุนแรง และการตราหน้าความเจ็บปวดของครอบครัวเหยื่อว่าเป็นเรื่อง "โม้" ก็ยิ่งตอกย้ำทัศนคติที่เป็นพิษ ที่ไม่ยอมรับว่าการกระทำของตนสร้างบาดแผลให้กับเพื่อนมนุษย์
ที่สุดแล้ว กรณีนี้จึงน่าจะช่วยย้ำเตือนเราได้ว่า โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่สำหรับระบายความไม่มั่นใจหรือความผิดหวังในตัวเองด้วยการบ่อนทำลายชีวิตใคร ความเป็นชายที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ผ่านการกดขี่คนอื่น และความพิการของใครคนหนึ่งไม่ควรถูกใช้เป็นเป้าหมายในการระบายความเปราะบางของอีโก้ใครทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ในความมืดมนนี้เราได้เห็นพลังของผู้เป็นพ่อที่ก้าวออกมาปกป้องและเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกสาว และตัวน้องทับทิมเองก็สามารถก้าวผ่านความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกคุกคามกว่า 2 ปี มาสู่การต่อสู้และเผชิญหน้ากับผู้คุกคามอย่างเด็ดเดี่ยว เราเองขอร่วมส่งกำลังใจให้น้องทับทิมและครอบครัวด้วยเช่นกัน
บทความต้นฉบับได้ที่ : ภาพสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษ กรณีนายยศกร ที่ทักไปจีบ ‘น้องทับทิม’ แต่เธอไม่สนใจจึงหันไปใช้เรื่องความพิการมาจี้จุดให้เธอเจ็บปวด
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com