เกาะติดสงครามอิหร่าน 30 มี.ค. 69 อิหร่านชี้สหรัฐฯ ลอบวางแผนบุกภาคพื้นดิน
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านว่า “ศัตรูส่งสารเรื่องการเจรจาและหารือต่อหน้าสาธารณะ แต่เบื้องหลังกลับแอบวางแผนโจมตีภาคพื้นดิน”
กาลิบาฟยังระบุด้วยว่า “คนของเรากำลังรอคอยการมาถึงของทหารอเมริกันภาคพื้นดิน เพื่อที่จะเผาพวกเขาให้มอดไหม้ และลงโทษพันธมิตรของพวกเขาในภูมิภาคให้จบสิ้นในคราวเดียว”
ทั้งนี้ เรือยกพลขึ้นบก ยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) ของสหรัฐฯ ซึ่งบรรทุกนาวิกโยธินและทหารราว 3,500 นาย ได้เดินทางถึงตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเตรียมแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินที่อาจกินเวลานานหลายสัปดาห์ ซึ่งรวมถึงการบุกจู่โจมเกาะคาร์ก และพื้นที่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่ได้อนุมัติการวางกำลังพลดังกล่าวก็ตาม
ทรัมป์ได้อ้างหลายครั้งว่ามีการติดต่อทางการทูตกับอิหร่าน แต่ทางการอิหร่านปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด
ขณะที่ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ ระบุว่า การพบกันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านอาจเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ พร้อมผลักดันแผนสันติภาพ 15 ข้อที่รัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ปากีสถานกำลังทำหน้าที่เป็นคนกลางจัดประชุม 4 ฝ่าย กับรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ ที่กรุงอิสลามาบัด เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตครั้งนี้
อิหร่านเพิ่งยืนยัน ผบ.กองทัพเรือ IRGC เสียชีวิต
วันที่ 30 มี.ค. แถลงการณ์จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ระบุว่า พลเรือเอก อาลีเรซา ทังซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC “ได้จากไปสู่สรวงสวรรค์แล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บสาหัส”
แถลงการณ์ดังกล่าวเชิดชูความพยายามของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยอิหร่านรักษาการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ “นักรบทุกคนคือทังซีรี และเราจะได้เห็นกันว่าพวกเขาจะสร้างความประหลาดใจอะไรอีกในวันและเดือนข้างหน้า”
ประกาศนี้เกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 26 มี.ค. อิสราเอลออกมาประกาศว่า ทังซีรีถูกสังหารเสียชีวิต
อิสราเอลเผยตัวเลขทหารบาดเจ็บสะสม แต่ไม่รายงานตัวเลขเสียชีวิต
กองทัพอิสราเอลระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่าน มีทหารได้รับบาดเจ็บแล้ว 261 นาย แต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวนทหารที่เสียชีวิต
อิสราเอลลงนามซื้อกระสุนปืนใหญ่หลายหมื่นนัด
กระทรวงกลาโหมอิสราเอลกล่าวว่าได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.57 พันล้านบาท) กับบริษัทเอลบิต ซิสเต็มส์ เพื่อจัดซื้อกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. จำนวน "หลายหมื่นนัด"
กระทรวงฯ กล่าวว่า การซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติและเสริมสร้างศักยภาพการผลิตอาวุธภายในประเทศ
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่
อิหร่านโจมตีโรงไฟฟ้า-โรงงานผลิตน้ำจืดคูเวต
วันที่ 30 มี.ค. ทางการคูเวตรายงานว่า อิหร่านได้โจมตีโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืด ส่งผลให้คนงานชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และอาคารได้รับความเสียหาย
กระทรวงไฟฟ้าของคูเวตแถลงว่า “อาคารบริการของโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดถูกโจมตี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรุกรานของอิหร่านต่อรัฐคูเวต ส่งผลให้คนงานชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และอาคารได้รับความเสียหายอย่างมาก”
ทีมงานด้านเทคนิคและทีมรับมือเหตุฉุกเฉินถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อจัดการกับผลกระทบหลังการโจมตีและเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะดำเนินต่อไปตามปกติ
อิหร่านยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการต่อเหตุที่เกิดขึ้น
ขณะที่เมื่อวันที่ 29 มี.ค. กระทรวงกลาโหมคูเวตกล่าวว่า ตรวจพบขีปนาวุธ 14 ลูกและโดรน 12 ลำในน่านฟ้าคูเวต และโดรนหลายลำกำลังโจมตีค่ายทหาร ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 10 นาย พวกเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและได้รับการรักษาพยาบาลแล้ว
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการรุกรานอันโหดร้ายของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปที่ค่ายทหาร โรงไฟฟ้า และโรงงานผลิตน้ำจืดในคูเวต
“กระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหยุดยั้งการรุกรานที่ไม่เป็นธรรมของอิหร่านต่อรัฐมิตรประเทศ และในบริบทนี้ รัฐกาตาร์ยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่กับรัฐคูเวต และสนับสนุนมาตรการทั้งหมดที่คูเวตดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของตน” กระทรวงฯ ระบุ
“ทรัมป์” โพสต์ เป้าหมายที่ตามล่ามานานถูกทำลาย
วันที่ 30 มี.ค. เวลา 09.30 น. ตามเวลาปรระเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญในอิหร่าน เป้าหมายที่ตามล่ามานานหลายแห่งถูกทำลายลงโดยกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเรา ซึ่งเป็นกองทัพที่ดีที่สุดและทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน!”
ออสเตรเลียลดภาษีน้ำมันครึ่งหนึ่ง
ออสเตรเลียจะลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่งจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยจะลดลง 26.3 เซนต์ต่อลิตรสำหรับน้ำมันเบนซิน
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเซี กล่าวว่า "เราจะลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อช่วยคุณประหยัดเงินเมื่อเติมน้ำมัน ความขัดแย้งในต่างประเทศกำลังผลักดันราคาในประเทศให้สูงขึ้น และเรารู้ว่าชาวออสเตรเลียกำลังรู้สึกถึงแรงกดดัน"
อิหร่านเปิดรับอาสาสมัครอายุ 12 ปีขึ้นไป ช่วยงานป้องกันประเทศ-โลจิสติกส์
สื่อต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของอิหร่านได้เผยแพร่แคมเปญเปิดรับอาสาสมัครใหม่ในกรุงเตหะราน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนเพื่อช่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านความมั่นคงและการสนับสนุนได้
ตามรายงานจากสำนักข่าว Defa Press ซึ่งเป็นสื่อในเครือของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า โครงการริเริ่มนี้ได้รับการประกาศโดยกองกำลังกึ่งทหารอิหร่าน “บาซิช” (Basij) ภายใต้ชื่อ “นักรบผู้พิทักษ์มาตุภูมิเพื่ออิหร่าน” แคมเปญนี้ได้รับการส่งเสริมภายใต้สโลแกนว่า “เพื่ออิหร่าน”
เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ความพยายามนี้เป็นวิธีการระดมความช่วยเหลือจากประชาชนและดึงเอาความสามารถของพลเมืองในหลายด้านมาใช้ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ และงานบรรเทาทุกข์
Defa Press รายงานว่า บุคคลที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปมีสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการริเริ่มนี้ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดย Tasnim News ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่าน ส่วนหนึ่งของคลิปวิดีโอ ซึ่งดูเหมือนจะมาจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่าน (IRIB) ที่พูดคุยเกี่ยวกับโครงการนี้ ได้ระบุบทบาทที่เป็นไปได้หลายประการสำหรับอาสาสมัคร
ในบรรดาตำแหน่งที่กล่าวถึง ได้แก่ การเข้าร่วม การลาดตระเวนรวบรวมข่าวกรอง การลาดตระเวนปฏิบัติการ และการปฏิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาสาสมัครบางคนอาจมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังหรือปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในท้องถิ่น
อิหร่านทำลายเครื่องบินตรวจการณ์สหรัฐฯ ในฐานทัพซาอุดีอาระเบีย
การโจมตีฐานทัพอากาศในซาอุดีอาระเบียของอิหร่านดูเหมือนจะทำลายเครื่องบิน E-3 Sentry (อี-3 เซนทรี) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) ที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบพื้นที่การรบได้ถึง 120,000 ตารางไมล์
ภาพเครื่องบินที่เสียหายเริ่มปรากฏบนโซเชียลมีเดียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา CNN ได้ระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของภาพ พบว่าถูกถ่ายที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในภาคกลางของซาอุดีอาระเบีย
โดยยืนยันได้ว่าเป็นฐานทัพดังกล่าวจริง เนื่องจากเปรียบเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งแสดงให้เห็นเครื่องบิน E-3 Sentry อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับซากเครื่องบินที่เห็นในภาพล่าสุด
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า การโจมตีฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านทำให้ทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 นาย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แหล่งข่าวระบุว่า เครื่องบินเติมน้ำมันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน
ในภาพ สามารถมองเห็นโดมเรดาร์หมุนได้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ E-3 อยู่บนพื้นใกล้กับเครื่องบินที่เสียหาย
E-3 Sentry มีบทบาทสำคัญในการจัดการพื้นที่การรบของกองทัพสหรัฐฯ
ด้วยความสามารถในการติดตามเป้าหมายได้ประมาณ 600 เป้าหมายพร้อมกัน E-3 Sentry สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้บัญชาการและหน่วยรบเกี่ยวกับตำแหน่งที่แน่นอนของกองกำลังฝ่ายศัตรู ฝ่ายมิตร และฝ่ายเป็นกลาง และช่วยกำหนดทิศทางการโจมตีและการป้องกัน
โดมเรดาร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ฟุต ติดตั้งอยู่บนโครงค้ำสูง 11 ฟุตเหนือลำตัวเครื่องบิน ทำให้ E-3 Sentry สามารถมองเห็นพื้นที่การรบจากพื้นดินถึงชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ได้ไกลถึง 250 ไมล์ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 120,000 ตารางไมล์ ตามที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุ
“ทรัมป์” ลั่น “ชอบยึดน้ำมันอิหร่าน” ยันเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่านแล้ว
วันที่ 30 มี.ค. ตามเวลาประเทศไทย มีรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับสื่อไฟแนนเชียลไทม์สว่า เขาอาจ “ยึดน้ำมันในอิหร่าน” และอาจ “ยึดเกาะคาร์ก” ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื้อเพลิงที่สำคัญของอิหร่าน
“พูดตามตรง สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการยึดน้ำมันในอิหร่าน แต่คนโง่ ๆ ในสหรัฐฯ บางคนถามว่า ‘ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น?’ แต่พวกเขาก็เป็นคนโง่ไง” เขากล่าว
ทรัมป์บอกเป็นนัยว่า การกระทำดังกล่าวอาจหมายถึงการยึดเกาะคาร์ก “บางทีเราอาจจะยึดเกาะคาร์ก หรืออาจจะไม่ก็ได้ เรามีทางเลือกมากมาย นั่นหมายความว่าเราจะต้องอยู่ที่นั่น (บนเกาะคาร์ก) สักพัก”
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการป้องกันของอิหร่านบนเกาะ เขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเขามีการป้องกันใด ๆ เราสามารถยึดมันได้อย่างง่ายดาย”
ความคิดเห็นของประธานาธิบดีเกิดขึ้นในขณะที่ทหารสหรัฐฯ อีก 3,500 นายเพิ่งเดินทางมาถึงตะวันออกกลาง
ทรัมป์กล่าวเสริมว่า การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่านคนกลางจากปากีสถานกำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่าข้อตกลงหยุดยิงจะบรรลุได้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่
ต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ เชื่อว่าได้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว ซึ่งเป็นการย้ำคำพูดที่เขาพูดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “คุณอาจพูดได้ว่าเรามีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้ว เพราะพวกเขาถูกกำจัดไปแล้ว”
ขณะพูดกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน เขากล่าวว่า “เรามีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้ว เพราะระบอบการปกครองหนึ่งถูกทำลายล้างไปแล้ว พวกเขาตายหมดแล้ว ระบอบการปกครองต่อไปก็ตายไปเกือบหมดแล้ว และระบอบการปกครองที่สามที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น เป็นกลุ่มคนที่แตกต่างจากที่ใคร ๆ เคยเผชิญมาก่อน ดังนั้นผมจึงถือว่านั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง”
ทรัมป์เสริมว่า “ดังนั้นผมคิดว่าเรามีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้ว ผมหมายถึง คุณไม่สามารถทำได้ดีไปกว่านี้แล้ว ระบอบการปกครองที่เลวร้ายมาก ชั่วร้ายมาก ระบอบที่สองได้รับการแต่งตั้ง และพวกเขาทั้งหมดก็จากไปหมดแล้ว ตายหมดแล้ว เหลือเพียงคนเดียวที่อาจจะยังมีชีวิตอยู่บ้าง”
เขายังกล่าวอีกว่า เขาเชื่อว่าอิหร่านน่าจะทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ “ผมคิดว่าเราจะทำข้อตกลงกับพวกเขา ค่อนข้างแน่ใจ แต่ก็เป็นไปได้ที่เราจะไม่ทำ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยเกี่ยวกับอิหร่าน เพราะเราเจรจากับพวกเขา แล้วเราก็ต้องระเบิดพวกเขา”
2 รัฐออสเตรเลียให้บริการขนส่งสาธารณะฟรี
ท่ามกลางสถานหารณ์ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ระบบขนส่งสาธารณะใน 2 รัฐของออสเตรเลียจะให้บริการฟรี เพื่อจูงใจให้ประชาชนงดการขับรถของตัวเอง
รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเมลเบิร์น กล่าวว่า จะให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีตลอดเดือน เม.ย. ขณะที่รัฐแทสเมเนียกล่าวว่า ผู้โดยสารจะไม่ต้องเสียค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.
ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี พยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ในวันที่ 27 มี.ค. หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับการซื้อน้ำมันอย่างตื่นตระหนกและสถานีบริการน้ำมันขาดแคลน
จาซินตา อัลลัน ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรีย ประกาศเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า รถไฟ รถราง และรถโดยสารประจำทางในรัฐ จะให้บริการฟรีสำหรับทุกคนตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. เป็นต้นไป เพื่อลดแรงกดดันต่อปั๊มน้ำมัน “นี่จะไม่แก้ปัญหาทุกอย่าง แต่เป็นขั้นตอนเร่งด่วนที่จะช่วยเหลือชาววิกตอเรียในตอนนี้”
ขณะเดียวกัน รัฐบาลของรัฐแทสเมเนีย ซึ่งเป็นเกาะนอกชายฝั่งออสเตรเลีย ประกาศว่า ประชาชนจะสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทาง รถบัส และเรือเฟอร์รีได้ฟรีตลอดไม่กี่เดือนข้างหน้า
เจเรมี ร็อกคลิฟฟ์ ผู้ว่าการรัฐแทสเมเนียกล่าวว่า “เรารู้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อรายจ่ายของครอบครัว และนั่นคือเหตุผลที่เราได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็งและเด็ดขาดอีกครั้งเพื่อปกป้องชาวแทสเมเนีย”
นอกจากนี้ รถโรงเรียนที่เคยต้องจ่ายเงินจะให้บริการฟรี ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินให้กับผู้ใช้บริการได้ถึง 20 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (เกือบ 450 บาท) ต่อสัปดาห์
ชาวอิสราเอลประท้วงต้านสงครามอิหร่าน
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ชาวอิสราเอลหลายร้อยคนรวมตัวกันในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ แสดงพลังต่อต้านการทำสงครามอิหร่านของอิสราเอล แต่การประท้วงดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ จึงเป็นเหตุให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่
การชุมนุมต่อต้านสงครามอิหร่านในอิสราเอลเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ แต่มีจำนวนผู้ชุมนุมเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่ล่าสุดกลับพบว่า จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงมีจำนวนน้อยกว่าการประท้วงต่อต้านสงครามกาซาในกรุงเทลอาวีฟเมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่อดีตสมาชิกรัฐสภาและองค์กรการเมืองฝ่ายซ้ายของอิสราเอลได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย
จากการรายงานของสำนักข่าว AFP ระบุว่า มีการเคลื่อนกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุม และมีการใช้กำลังต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในกรุงเทลอาวีฟ หนึ่งในผู้ชุมนุมนั้นถูกบีบคอ
ทางตำรวจอิสราเอลระบุว่า การชุมนุมในกรุงเทลอาวีฟผิดกฎหมาย เพราะภายใต้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินมีการสั่งห้ามมิให้มีการชุมนุมแต่อย่างใด และมีผู้ถูกจับกุมแล้ว 13 คน ขณะที่อีก 5 คนถูกควบคุมตัวจากการชุมนุมในเมืองไฮฟาจากการก่อจลาจลด้วยการปิดถนน และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่
ขณะที่ข้อเสนอแนะด้านความมั่นคงภายใต้สถานการณ์สงคราม การรวมกลุ่มมากกว่า 50 คนจะไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ทั้งนี้ จากการทำโพลของสถาบันประชาธิปไตยอิสราเอล ระหว่างวันที่ 9-11 มี.ค. พบว่า ชาวอิสราเอลที่เป็นชาวยิวกว่า 68% สนับสนุนการทำสงครามอิหร่านเต็มที่ และมีเพียง 1% เท่านั้นที่ต่อต้านการทำสงครามอย่างถึงที่สุด เทียบกับชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับมีเพียง 10% ที่สนับสนุนการทำสงครามอย่างเต็มที่ และมีผู้ต่อต้านการทำสงครามอย่างถึงที่สุด 44.5%
อย่างไรก็ตาม จำนวนของชาวอิสราเอลที่เป็นยิวที่สนับสนุนสงครามเริ่มลดลงจากเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ 74% เหลือเพียง 68% ในวันที่ 9-11 มี.ค. ที่ผ่านมา
“โป๊ปเลโอ” ลั่น พระเจ้าไม่รับคำอธิษฐานของผู้นำที่ก่อสงคราม
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้ตรัสต่อฝูงชนหลายหมื่นคนที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เนื่องในวันปาล์มซันเดย์ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ก่อนเทศกาลอีสเตอร์ โดยทรงย้ำว่า ไม่มีใครสามารถนำพระเยซูมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้สงครามได้
“นี่คือพระเจ้าของเรา พระเยซูคริสต์ องค์สันติราช ผู้ทรงปฏิเสธสงคราม ไม่มีใครสามารถนำพระองค์มากล่าวอ้าง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่สงครามได้" โป๊ปเลโอตรัส
ประมุขแห่งศาสนจักรตรัสต่ออีกว่า “พระองค์ไม่รับฟังคำอธิษฐานของผู้ที่ก่อสงคราม แต่จะปฏิเสธบุคคลเหล่านั้น โดยตรัสว่า ‘แม้พวกเจ้าจะสวดภาวนาสักเพียงใด เราก็จะไม่ฟัง เพราะมือของพวกเจ้านั้นเต็มไปด้วยเลือด’"
แม้ว่าโป๊ปเลโอจะไม่ได้เอ่ยชื่อผู้นำคนใดเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่พระองค์ทรงยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์สงครามอิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
พระองค์ทรงเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การโจมตีทางอากาศนั้นเป็นการกระทำที่ไม่มีการแยกแยะและควรถูกสั่งห้าม
ถ้อยแถลงนี้มีขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางคนเริ่มใช้ภาษาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ-อิสราเอล ซึ่งนำไปสู่สงครามที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งได้เริ่มจัดพิธีอธิษฐานแบบคริสต์ที่เพนตากอน ได้กล่าวอธิษฐานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยขอให้มีการใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่ไม่สมควรได้รับความเมตตา
ผู้นำอิสราเอลสั่งขยายเขตกันชนความมั่นคงในเลบานอน
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวระหว่างการตรวจเยี่ยมกองบัญชาการภาคเหนือของกองทัพอิสราเอล (IDF) ว่า เขาได้ออกคำสั่งให้ขยายเขตความมั่นคงทางตอนใต้ของเลบานอนออกไปอีก โดยเป้าหมายของคำสั่งนี้คือการยับยั้งภัยคุกคามของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างเด็ดขาด และเพื่อผลักดันระยะยิงขีปนาวุธต่อสู้รถถังให้ออกห่างจากบริเวณชายแดน
อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการขยายพื้นที่ในครั้งนี้จะครอบคลุมเกินกว่าพื้นที่ที่รัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอล แคตซ์ เคยระบุไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนหรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นแคตซ์กล่าวว่าเขตความมั่นคงจะยาวไปจนถึงแม่น้ำลิตานี โดยจะไม่อนุญาตให้ชาวเลบานอนอาศัยอยู่ในบ้านเรือนของตนจนกว่าภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์ต่อทางตอนเหนือของอิสราเอลจะถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น
ขอบเขตของพื้นที่ดังกล่าวและการเรียกพื้นที่นี้ว่าเป็นเขตกันชน ชวนให้นึกถึงสมัยที่อิสราเอลเคยเข้ายึดครองดินแดนทางตอนใต้ของเลบานอนในช่วงปี 1985 ถึง 2000
การปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลและนักรบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในพื้นที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์หลายคนถูกสังหารในปฏิบัติการล่าสุด ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่ามีทหารอิสราเอลเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย ทำให้ยอดรวมทหารอิสราเอลที่เสียชีวิตนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานเลบานอนครั้งล่าสุด อยู่ที่ 5 นายแล้ว
อิสราเอลโจมตีเป้าหมายทั่วกรุงเตหะราน
กองทัพอิสราเอลประกาศว่า กำลังทำการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทั่วกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน โดยมีรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งในกรุงเตหะราน และเกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างหลังจากมีการโจมตี โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในบางพื้นที่
รัฐบาลอิหร่านยอมรับว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหาย แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าขณะนี้สามารถกู้คืนระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้แล้วในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเตหะราน และเมืองคาราจ (Karaj) ที่อยู่ใกล้เคียง
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์ส สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีในเมืองอิสฟาฮาน ทางตอนกลางของอิหร่านถูกกองกำลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีทางอากาศเป็นครั้งที่สองเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 มี.ค.
ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะรานถูกโจมตีมาแล้วเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทำให้อิหร่านออกมาขู่ว่าจะโจมตีมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคเพื่อตอบโต้ พร้อมยื่นคำขาดให้สหรัฐฯ ประณามการโจมตีเหล่านี้ภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 31 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หากไม่ต้องการตกเป็นเป้าหมาย
สถานทูตสหรัฐฯ ในอิรักเตือนมหาวิทยาลัยอาจตกเป็นเป้าโจมตี
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ณ กรุงแบกแดด ได้ออกประกาศเตือนว่า อิหร่านและกลุ่มพันธมิตรอาจพุ่งเป้าโจมตีมหาวิทยาลัยอเมริกันในเมืองต่าง ๆ ของอิรัก ได้แก่ แบกแดด สุไลมานิยา และโดฮุก รวมถึงมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ
มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในเลบานอนปรับเรียนออนไลน์ หลังอิหร่านขู่โจมตี
มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งเบรุตในเลบานอน ได้ประกาศปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนทั้งหมดไปเป็นระบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยภายหลังจากได้รับคำขู่โจมตีจากทางฝั่งอิหร่าน
สถานีข่าวกาตาร์ในเตหะรานถูกขัปนาวุธโจมตี
สถานีข่าวของกาตาร์ อัล อาราบี (Al Araby) ยืนยันว่า สำนักงานในกรุงเตหะรานถูกขีปนาวุธโจมตีได้รับความเสียหาย ระหว่างรายการสดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 มี.ค.
ทางสถานีได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีอาคารพาณิชย์ของพลเรือนในครั้งนี้ พร้อมระบุว่าการทำให้ผู้สื่อข่าวตกอยู่ในอันตรายหรือการมองว่าพวกเขาเป็นเป้าหมายนั้น ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
แถลงการณ์ยังอ้างข้อมูลจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้จำนวน 10 คน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิงขีปนาวุธดังกล่าว
IAEA เผยโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านแห่งหนึ่งใช้งานไม่ได้แล้ว
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่า ศูนย์นิวเคลียร์คอนดาบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป หลังการโจมตีในสัปดาห์ที่ผ่านมา
องค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่านระบุเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์แห่งนี้ถูกโจมตีถึง 2 ครั้ง โดยมีวิดีโอที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเผยให้เห็นกลุ่มควันและลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นใกล้กับตัวปฏิกรณ์ภายในโรงงาน
ทั้งนี้ ก่อนการโจมตี อิสราเอลได้ออกคำสั่งให้อพยพคนออกจากพื้นที่ทั้งหมดไม่นาน ขณะที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือการรั่วไหลของสารปนเปื้อน
ไฟไหม้นิคมฯ ตอนใต้อิสราเอล หลังสกัดขีปนาวุธอิหร่าน
ขณะที่ทางฝั่งอิสราเอล เกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่นิคมอุตสาหกรรมเนออต โฮวาฟ (Ne'ot Hovav) ในทะเลทรายเนเกฟ (Negev) ใกล้กับเมืองเบียร์ชีบา (Beersheba) ทางตอนใต้ของอิสราเอล โดยกองทัพอิสราเอลคาดว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากเศษซากขีปนาวุธของอิหร่านที่ตกใส่พื้นที่หลังจากถูกสกัด
ล่าสุด ทางการอิสราเอลระบุว่าสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
อิหร่านขู่โจมตีบ้านพักผบ.ทหาร-จนท.สหรัฐฯ-อิสราเอล
เอบราฮิม โซลฟาการี โฆษกของกองบัญชาการกลางคาทัม อัล- อันบิยา ของอิหร่าน ได้ออกมาขู่ว่า กองทัพจะพุ่งเป้าโจมตีบ้านพักของผู้บัญชาการทหารและเจ้าหน้าที่ทางการเมืองของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค โดยระบุว่า เป็นมาตรการตอบโต้ หลังจากกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าโจมตีบ้านพักอาศัยของพลเรือนชาวอิหร่านในเมืองต่าง ๆ
ผู้บัญชาการทหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านหลายนายถูกสังหารในช่วงสงครามที่ผ่านมา รวมถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดคือ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถูกสังหารตั้งแต่วันแรกของสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อิหร่านโจมตีโรงงานอะลูมิเนียมในบาห์เรน-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
7 เกาะสำคัญ ใครคุมได้เท่ากับ “ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 30 มี.ค. 69 อิหร่านชี้สหรัฐฯ ลอบวางแผนบุกภาคพื้นดิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com