สหรัฐกังวล “จารชนแฝงตัว” หลังพบสถิติจับกุมชาวอิหร่านที่ชายแดนกว่า 1,500 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความกังวลของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับ “หน่วยจารกรรมแฝงตัว” ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคของรัฐบาลประธานาธิบดีไบเดน
รายงานข่าวระบุว่า วานนี้ (28 มี.ค.) ได้มีการเปิดเผยสถิติการจับกุมชาวอิหร่านที่ถูกสกัดจับได้ในบริเวณชายแดนสหรัฐในช่วงรัฐบาลไบเดนซึ่งมีจำนวนมากถึง 1,500 คน แต่สถานการณ์ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นตระหนกก็คือ ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ามีชาวอิหร่านเล็ดลอดเข้ามาในสหรัฐได้เป็นจำนวนเท่าไหร่ และมีความเป็นไปได้ว่าคนเหล่านี้อาจมีจารชนปะปนอยู่ด้วยซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ
สว. บิล ฮาเกอร์ตีจากรัฐเทนเนสซี สังกัดพรรครีพับลิกัน สมาชิกคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำญี่ปุ่นในช่วงรัฐบาลแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของชาวอิหร่านที่ถูกสกัดจับไว้ ได้รับการปล่อยตัวเข้าสู่ประเทศ ซึ่งคาดว่าอ้างอิงจากรายงานข่าวของสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์เมื่อปีที่แล้วที่ว่ามีชาวอิหร่าน 1,504 คนถูกจับกุมที่ชายแดนระหว่างปี 2564-2567 โดยมี 700 คนที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าสู่ประเทศเพื่อรอการพิจารณาคดีในศาล
สหรัฐจัดให้อิหร่านอยู่ในรายชื่อรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายมายาวนานแล้ว ข้อมูลจากหน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดนที่อ้างอิงโดยศูนย์นิสคาเนน ซึ่งเป็นองค์กรไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ระบุว่า จำนวนชาวอิหร่านที่ถูกสกัดจับที่ชายแดนเพิ่มขึ้นเป็น 1,650 รายในช่วงปี 2565-2568 โดยหลายคนเดินทางผ่านเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการทำหนังสือเดินทางปลอม
สว. ฮาเกอร์ตีแสดงความเห็นหลังจากหน่วยงานรัฐบาลกลางส่งสัญญาณเตือนภัยด้านความมั่นคงว่า มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจพยายามสั่งการหน่วยจารกรรมที่แฝงตัวเข้ามาล่วงหน้า ขณะที่ผู้นำระดับสูงส่วนใหญ่ของอิหร่านโดนโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงโดยสหรัฐและอิสราเอล
ความกังวลนี้ยังรวมไปถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่าน ซึ่งยังคงโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับและส่งผลให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ เสียชีวิตอย่างน้อย 13 นาย จะหาช่องทางโจมตีภายในแผ่นดินสหรัฐ โดยประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ยอมรับเกี่ยวกับความกังวลนี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมวิจารณ์นโยบายชายแดนที่หละหลวมในยุคไบเดน
ด้านผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนรัฐบาลกลาง คาช พาเทล และผู้อำนวยการซีไอเอ จอห์น แรตคลิฟฟ์ ได้เข้าหารือกับเหล่าวุฒิสมาชิกเพื่อพิจารณาเรื่องกฎหมายที่ให้อำนาจการสอดแนมของรัฐบาลกลางเพื่อความมั่นคงของชาติที่กำลังจะหมดอายุลงในเดือนหน้า
ท่ามกลางเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งคนขับรถบรรทุกระเบิดพุ่งชนฝูงชนในรัฐมิชิแกนและการกราดยิงในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งยิ่งโหมกระพือความกลัวด้านความมั่นคงภายในประเทศให้รุนแรงยิ่งขึ้น โดยเหล่าวุฒิสมาชิกจากทั้งสองพรรคต่างเห็นพ้องว่าจำเป็นต้องยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากที่เครือข่ายจารชนเหล่านี้จะแฝงตัวอยู่ในสหรัฐเรียบร้อยแล้วในปัจจุบัน
เครดิตภาพ : REUTERS, AFP