โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"อนุทิน" ขอบคุณคนไทยร่วมประหยัดน้ำมัน ดันสต็อกพุ่งเกิน 100 วัน กำหนดเวลาเปิด-ปิด ปั๊ม ยังไม่เคาะ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 12.12 น.
“อนุทิน” ขอบคุณคนไทยร่วมประหยัดน้ำมัน ดันสต็อกพุ่งเกิน 100 วัน กำหนดเวลาเปิด-ปิด ปั๊ม ยังไม่เคาะ

ยอดใช้ "น้ำมันดีเซล" ลดฮวบทั้งประเทศ ดันสต็อกพุ่งเกิน 100 วัน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้มีการรายงานสถานการณ์การใช้น้ำมันของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าปริมาณการใช้น้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

จากเดิมที่เคยใช้อยู่เฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตรต่อวันในช่วงก่อนหน้า แต่ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ปรับลดลงเหลือประมาณ 45 ล้านลิตรต่อวัน และในวันที่ 6 เมษายน อยู่ที่ราว 56 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าลดลงจากช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือกันประหยัดพลังงาน เนื่องจากการลดการใช้น้ำมันดีเซล ส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศไทยสามารถยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันสำรองออกไปได้ยาวนานขึ้น

นายดนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังคงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่าล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะประกาศชะลอการโจมตีอิหร่านออกไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า หลังจากนั้นสถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด

ทั้งนี้ หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดหรือรุนแรงมากขึ้นในระยะต่อไป อาจส่งผลให้การจัดหาน้ำมันทำได้ยากขึ้น ดังนั้น การลดการใช้พลังงานในช่วงนี้ และการสะสมสต็อกน้ำมันให้มากขึ้น จะช่วยให้ประเทศสามารถยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันในชีวิตประจำวันออกไปได้

สำหรับสถานะสต็อกน้ำมันของประเทศในปัจจุบัน อยู่ในระดับมากกว่า 100 วัน โดยแบ่งเป็นสต็อกตามกฎหมายประมาณ 25 วัน สต็อกเพื่อการจำหน่าย 18–20 วัน และอีกประมาณ 50 วัน เป็นปริมาณน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งเข้ามาในประเทศ

นายดนุชา ระบุว่า การที่ประชาชนลดการใช้น้ำมันลง ยังส่งผลดีต่อภาคการผลิตด้วย เนื่องจากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกำลังการผลิตเกินระดับปกติที่ 100% ซึ่งหากดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจกระทบต่อระบบการผลิตได้ การลดการใช้จึงช่วยให้โรงกลั่นสามารถปรับกำลังการผลิตกลับเข้าสู่ระดับปกติ และเพิ่มปริมาณสต็อกในระบบได้มากขึ้น

ในส่วนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายดนุชา กล่าวว่า การลดการใช้น้ำมันจะช่วยลดภาระรายจ่ายของกองทุน โดยเฉพาะหลังจากมีการปรับค่าการกลั่นเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ภาระรายจ่ายของกองทุนลดลงจากกว่า 1,500 ล้านบาทต่อวัน เหลือประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของหนี้ และส่งผลดีต่อฐานะการคลังของประเทศ ทำให้ภาครัฐมีทรัพยากรมากขึ้นในการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับช่วง "เทศกาลสงกรานต์" ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก นายดนุชายืนยันว่า จะไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากข้อมูลจากผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันหลัก เช่น ปตท. และบางจาก ระบุว่า ในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา ไม่พบปัญหาน้ำมันขาดแคลนในระบบ

ขณะที่ความคืบหน้าแนวคิดเรื่อง "การกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน" ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น

นายดนุชา กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการปรับตัวของทุกภาคส่วน ไม่เพียงแค่การประหยัดพลังงาน แต่รวมถึงการปรับรูปแบบการใช้ชีวิต เนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันที่สูง อาจลุกลามไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจในวงกว้าง และอาจเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ดังนั้น ทุกฝ่ายควรเริ่มปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...