โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เตือน อากาศร้อนจัด 42 องศาฯ เสี่ยงฮีทสโตรก แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรรู้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนอากาศร้อนจัดอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาฯ สลับฝนฟ้าคะนอง แพทย์ มช. แนะวิธีสังเกตอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) และการดูแลกลุ่มเสี่ยง เด็ก-ผู้สูงอายุ

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประเทศไทยตอนบนเตรียมรับมืออากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียส สลับกับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ด้านแพทย์ มช. ห่วงสุขภาพประชาชน หวั่นร่างกายปรับตัวไม่ทัน เสี่ยงเกิดภาวะ "ฮีทสโตรก" (Heat Stroke) ซึ่งเป็นอันตรายถึงขั้นวิกฤต หากดูแลตัวเองไม่ถูกวิธี

อุณหภูมิพุ่ง 42 องศาฯ ร่างกายทำงานหนักเสี่ยงภาวะขาดน้ำ

ผศ.นพ.บริบูรณ์ เชนธนากิจ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช. ระบุว่าเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ร่างกายจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนผ่านทางเหงื่อ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอจะนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย หน้ามืด และอาจรุนแรงถึงขั้นเป็น "โรคลมแดด" หรือ Heat Stroke ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรักษาทันที

อากาศแปรปรวน ร้อนสลับฝน ระวังโรคระบบทางเดินหายใจ

สภาพอากาศที่ร้อนจัดสลับกับฝนฟ้าคะนองส่งผลให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ

  • โรคระบบทางเดินหายใจและไข้หวัด
  • ภาวะเพลียแดด (Heat exhaustion)
  • อาการหน้ามืด เป็นลม จากการอยู่กลางแดดนานเกินไป
  • อาการไม่สบายจากการปรับอุณหภูมิรวดเร็วเมื่อเข้า-ออกจากห้องแอร์

เช็กอาการ "ฮีทสโตรก" ต่างจาก "เพลียแดด" อย่างไร?

แพทย์อธิบายความแตกต่างของสองอาการที่มักสับสน ดังนี้

ภาพจาก iStock
  • โรคลมแดด (Heat Stroke): ร่างกายคุมอุณหภูมิไม่ได้ ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดง "ไม่มีเหงื่อ" วิงเวียน คลื่นไส้ สับสน หรือหมดสติ
  • ภาวะเพลียแดด (Heat Exhaustion): มีอาการอ่อนเพลีย "เหงื่อออกมาก" หน้ามืด และวิงเวียนศีรษะ

6 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง

วิธีดูแลตัวเองและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หากพบผู้มีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม ให้รีบพาเข้าที่ร่มที่อากาศถ่ายเท คลายเสื้อผ้า เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น และให้จิบน้ำ หากหมดสติให้รีบส่งโรงพยาบาลทันที สำหรับการป้องกันทั่วไปแนะนำดังนี้

  • ดื่มน้ำสะอาด: อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน แม้ไม่กระหายน้ำ
  • เลี่ยงเครื่องดื่ม: แอลกอฮอล์ คาเฟอีนสูง และน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
  • เลี่ยงแดดจัด: โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00-15.00 น.
  • การแต่งกาย: สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวก หรือกางร่มเมื่อต้องออกแดด

ในช่วงที่อากาศร้อนจัดต่อเนื่อง ประชาชนควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายตนเองและคนใกล้ชิด การดื่มน้ำให้เพียงพอและการหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวันคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงอากาศวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือน อากาศร้อนจัด 42 องศาฯ เสี่ยงฮีทสโตรก แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรรู้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...