‘อนุทิน’ ขอโทษปมน้ำมันปั่นช่วงแรก ย้ำสต็อกยังพอ ขอคนไทยช่วยประหยัด
สถานการณ์พลังงานโลกที่ตึงเครียดยาวนานกว่า 1 เดือน เริ่มส่งแรงกระเพื่อมถึงไทยเต็ม ๆ ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและความกังวลเรื่องการขาดแคลน จนเกิดภาพประชาชนแห่เติมน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ในงาน ‘Meet the Press’ ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับตรงไปตรงมาว่า การบริหารจัดการในช่วง 2 สัปดาห์แรกยังมีความสับสน พร้อมกล่าวขอโทษประชาชน โดยให้เหตุผลว่ารัฐเคยประเมินว่าวิกฤตจะไม่ยืดเยื้อ จึงใช้มาตรการตรึงราคาเพื่อซื้อเวลา แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนก็ต้องปรับเกมใหม่ให้สอดคล้องความเป็นจริง
รัฐบาลย้ำชัดว่า ‘น้ำมันไม่ขาด’ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความต้องการใช้งานที่พุ่งสูงผิดปกติ จากระดับเฉลี่ยวันละราว 67 ล้านลิตร ขยับขึ้นไปแตะ 80–80 กว่าล้านลิตรในช่วงวิกฤต ขณะที่กำลังการกลั่นของประเทศยังรองรับได้ หากการใช้กลับสู่ภาวะปกติ
ในเชิงนโยบาย รัฐเลือกทยอยลดการอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมัน จากเดิมที่แบกภาระสูงถึง 24 บาทต่อลิตร เหลือราว 16 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนมากขึ้น ลดแรงจูงใจกักตุน และปิดช่องการลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน
ควบคู่กัน รัฐยังเดินเกม 4 ด้าน ทั้งการต่างประเทศ ความมั่นคงพลังงาน การคุมราคาสินค้า และการเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย เกษตรกร และผู้ประกอบการขนส่ง พร้อมเพิ่มรายการสินค้าควบคุม และเตรียมโครงการ ‘ธงฟ้า’ ลดราคาสินค้าต่ำกว่าตลาด
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการขอความร่วมมือประชาชน ‘ช่วยกันประหยัด’ โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า หากแต่ละครัวเรือนลดใช้น้ำมันเพียงวันละ 1 ลิตร จะทำให้ทั้งประเทศลดการใช้ได้ทันที 10 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นเงินหมุนเวียนที่ประหยัดได้รวมกว่า 600 ล้านบาทต่อวัน ทั้งในส่วนภาครัฐและประชาชนขณะเดียวกัน รัฐยังสั่งการผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดคุมเข้มการกระจายน้ำมัน ป้องกันการขาดช่วง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่การเดินทางพุ่งสูง พร้อมย้ำไม่ควรกักตุนเกินความจำเป็น
ภาพรวมล่าสุด สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย สต็อกน้ำมันไทยขยับขึ้นเกิน 100 วัน จากการบริหารจัดการที่เข้มขึ้น และหากความต้องการกลับสู่ระดับปกติ ระบบจะกลับเข้าสู่สมดุลได้ไม่ยาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก รัฐบาลส่งสัญญาณชัดว่า ‘ทุกฝ่ายต้องช่วยกันยืนระยะ’ และการประหยัดพลังงานของประชาชน อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยพาเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงเวลานี้ไปได้เร็วขึ้น